ยอดเขาเทวดาที่ไม่ธรรมดา "เขาเทวดา" เป็นเขาที่สูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,123 เมตร ตั้งอยู่ที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตย (ตะเพินคี่) เป็นหน่วยย่อยของอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเขาเทวดาจะอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ไม่แนะนำรถเล็กเข้าไปนะคะ เพราะทางค่อนข้างลำบากเป็นดินลูกรัง ทางชัน และพื้นถนนขรุขระมาก ใช้เวลาในการขับรถเข้าไปประมาณ 1-2 ชั่วโมงเลยล่ะค่ะ หรือสามารถติดต่อใช้บริการรถของอุทยาน ราคาไป-กลับประมาณ 2,000 บาทค่ะ เป็นราคาเหมาจ่าย ถ้าไปกันหลายคนก็หารกันไปได้ค่ะ ระหว่างทางไปเขาเทวดาก็จะมีจุดชมวิวเป็นระยะ ๆ มีจุดแวะชมน้ำตก ชื่อน้ำตก "ตะเพินคี่น้อย" และ "ตะเพินคี่ใหญ่" และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอันสวยงาม แต่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานนำทางไปด้วยนะคะ เพราะถ้าเดินเองอาจจะหลงป่าได้ค่ะ แต่จุดหมายของเราในวันนี้คือ เพื่อพิชิตยอดเขาเทวดาและตามหาทางช้างเผือกกันค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงรีบขับรถไปเพื่อให้ทันกางเต็นท์ก่อนจะค่ำค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมอาหารเข้าไปด้วยนะคะ เพราะที่นี่ไม่มีร้านค้าร้านอาหาร ไม่งั้นอดตายแน่นอนค่ะ 

Advertisement

Advertisement

  • เมื่อมาถึงลานกางเต้นท์ เราก็ต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียมของอุทยานกันก่อนค่ะ อัตราค่าธรรมเนียมของที่นี่ คือ 

               - ค่าเข้าอุทยาน คนละ 20 บาท

               - ค่ากางเต็นท์ หลังละ 30 บาท/คืน

               - ค่าเช่าที่จอดรถ คันละ 30 บาท 

               - ค่าเช่าเต้นท์พร้อมเครื่องนอนต่าง ๆ ชุดละ 250 บาท (สำหรับคนที่ไม่ได้นำเต้นท์มาเอง)

  • เมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อยเราก็ขึ้นไปที่ลานกางเต็นท์กันเลยค่ะ ลานกางเต็นท์ที่นี่จะเป็นลานโล่งกว้าง ลมพัดเย็นสบาย มีวิวภูเขา ไร่ข้าวโพด ไร่สับปะรดล้อมรอบบริเวณลานกางเต็นท์ จากลานกางเต็นท์ไม่ไกล มีหมู่บ้านเล็ก ๆ เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือนะคะ เราจึงได้อยู่กับธรรมชาติมากที่สุด เมื่อกางเต็นท์เสร็จเราก็มาประกอบอาหารทานกันค่ะ ทานอาหารไปชมวิวไปด้วยมันช่างเจริญอาหารจริง ๆ เลยค่ะ 

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน

  • เมื่อตะวันค่อย ๆ ลับขอบฟ้า อากาศก็จะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ เราก็นั่งเตรียมรอดูดาวสวย ๆ และรอลุ้นทางช้างเผือกกันค่ะ วันนี้ท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆมาบดบังทำให้เห็นดาวเต็มฟ้า มีน้องหมามาอยู่เป็นเพื่อนด้วยค่ะ ลืมบอกไปว่าที่นี่มีน้องหมาเยอะมาก พอเราเข้ามาถึงลานกางเต็นท์น้องหมาเค้าก็จะมาต้อนรับด้วยการแย่งกันกระโดดกอดเลยล่ะค่ะ 555

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน

  • นั่งดูดาวไปก็รอทางช้างเผือกขึ้นด้วย วันที่ไปเวลาของทางช้างเผือกขึ้นให้เห็นประมาณ 2 ทุ่ม คืนนี้โชคดีที่ท้องฟ้าแจ่มใส เลยได้เห็นทางช้างเผือกสมใจแล้ว

ภาพโดยผู้เขียนภาพโดยผู้เขียน

  • หลังจากนั่งดูดาว เห็นทางช้างเผือกกันแล้วก็ได้เวลานอน เพื่อพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวขึ้นยอดเขาเทวดากันแต่เช้า เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีสี่ แต่เราก็นอนกันต่อแล้วตื่นเตรียมตัวกันตอนตีห้า เราเลือกที่จะขับรถออกไปจอดที่สถานที่จอดรถของชาวบ้านที่ใกล้บริเวณทางขึ้นยอดเขาให้มากที่สุด แต่ขับออกมาไม่ไกลถ้าใครสะดวกเดินเพื่อไปขึ้นเขาเทวดาก็ได้ค่ะ ค่าบริการจอดรถของชาวบ้าน ประมาณ 20 บาทค่ะ เราเริ่มขึ้นยอดเขาเวลาประมาณ 05.45 นาฬิกา ตอนนั้นก็เริ่มใกล้จะสว่างแล้วนะคะ เดินออกมาเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกทางไปขึ้นยอดเขาค่ะ

ภาพโดยผู้เขียน

  • ระยะทางเดินขึ้นเขาประมาณ 800 เมตร เป็นทางชัน 45 องศา แต่มีจุดนั่งพักเหนื่อยเป็นระยะ ๆ ต้องค่อย ๆ เดินขึ้น เหนื่อยและปวดขามากเลยค่ะ แค่หนึ่งร้อยเมตรแรกก็หอบหน้าซีดแล้วค่ะ ยังดีมีน้องหมาเดินนำทางไปเป็นเพื่อนด้วย เพราะบริเวณทางเดินเราอาจจะเจอสัตว์มีพิษพวกงูก็ได้ค่ะ 

ภาพโดยผู้เขียนภาพโดยผู้เขียน

  • ดอกไม้สวย ๆ ระหว่างทางเดินค่ะ

ภาพโดยผู้เขียน

  • ใช้เวลาในการเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 45 นาที เสียดายเราขึ้นสายไปหน่อย เลยอยากแนะนำว่าให้ตื่นตั้งแต่ตีสี่แล้วทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอเดินขึ้นมาก็จะทันได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ พอเดินทางขึ้นมาถึงยอดเขาจะพบกับยอดเจดีย์สีทองและองค์พระพุทธรูป "พระพุทธรัตนมุนีศรีเทวา" องค์สีขาว สำหรับคนที่ขึ้นมาได้กราบไหว้กันค่ะ

ภาพโดยผู้เขียน

  • วิวบนยอดเขาสวยงามมากจริง ๆ 

ภาพโดยผู้เขียนภาพโดยผู้เขียนภาพโดยผู้เขียน

                                                         ลองมาเที่ยวกันนะคะ แล้วคุณจะหลงรัก "เขา" เหมือนที่เรารัก


ภาพถ่ายโดยผู้เขียน