วิญญาณในโรงพยาบาล

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับย่าของพร่างพิชญ์ค่ะ  เนื่องจากย่าอายุ 80 กว่าปีแล้ว ร่างกายจึงเสื่อมลงไปตามเวลา จากที่เคยลุกเดินได้ ก็ต้องใช้รถเข็น จากที่เคยกินข้าวอร่อย ก็กลายเป็นเบื่ออาหารจนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านล้มป่วยหนัก ทานข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ลูก ๆ จึงพาท่านไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในตัวเมือง 

รพ.(ภาพจาก : pixabay.com)

เนื่องจากลูก ๆ หลาน ๆ ต่างก็มีภาระหน้าที่ มีงานที่ไม่สามารถเฝ้าได้ทุกวัน จึงได้จัดเวรกันไปดูแลท่าน จนวันหนึ่งเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในวันที่เป็นเวรของฉันและพ่อ ห้องพิเศษที่ย่านอนอยู่ คือห้องที่อาคารฝั่งตรงกันข้ามเป็นห้องดับจิต ที่นั่น จะเปิดไฟสลัว ๆ ให้บรรยากาศหลอน ๆ ในทุก ๆ คืน ฉันอยู่ห้องนั้น โดยที่ไม่คิดจะเปิดม่านในเวลากลางคืนเลย เพราะมันน่ากลัวเกินกว่าที่จะนอนหลับแบบไม่คิดอะไรได้

Advertisement

Advertisement

เวลาประมาณ 2.00 น.

ย่าของฉันที่นอนหมดแรงให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงก็สะดุ้งตกใจขึ้น พร้อมกับตะโกน

“แกเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” พ่อของฉันตกใจมาก เพราะว่าไม่มีใครเลยนอกจาก ฉัน พ่อ และย่า จึงถามย่าไปว่า  “แม่เห็นใคร?”

 ย่าตอบกลับแบบเสียงแผ่ว ๆ ว่า “แกไม่เห็นเหรอ มันมายืนที่ปลายเตียงเต็มเลย”   สิ่งที่ย่าเห็นก็คือ ภาพคนไข้หลายคนที่ใส่ชุดของโรงพยาบาลมายืนบริเวณปลายเตียงของห้อง บ้างก็มาในสภาพดี บ้างก็มาในสภาพสยดสยอง บ้างก็มาเขย่าเตียง ภาพเหล่านั้นค่อนข้างน่าหวาดกลัว จนทำให้ย่าสั่นเทาและร้องไห้ออกมาไม่หยุด  ฉันที่ฟังคำตอบของย่าได้แต่อึ้ง และนึกในใจทันทีว่า นี่คงไม่ใช่เรื่องที่จะยิ้มออกนัก
กลางดึกในคืนวันเดียวกัน  ย่าก็น็อคเข้าห้อง ICU และไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ จึงต้องเจาะบริเวณต้นคอ เพื่อใส่ท่อออกซิเจน ย่าอยู่ได้เพราะเครื่องดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะหมดแรงและลาจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

Advertisement

Advertisement

 

ผี(ภาพจาก : pixabay.com)

 

ลา(ภาพจาก : pixabay.com)

วิญญาณตนนั้นอาจจะเคยเสียชีวิตในโรงพยาบาลแห่งนี้ แล้วยังไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ จึงได้แต่หลอกหลอนคนที่ใกล้จะหมดเวลาในโลกของมนุษย์ ซึ่ง ณ ขณะนั้นย่อมจิตอ่อน และมองเห็นสิ่งที่คนธรรมดามองไม่เห็นได้ง่ายกว่าปกติ