กราบพระขอพรหลวงพ่อทรัพย์ หลวงพ่อสิน พระยืนคู่แห่งเดียวในเมืองไทย ณ วัดเก่าแก่แห่งเมืองสิงห์บุรี

สิงห์บุรี หนึ่งในจังหวัดที่หลายคนมองเป็นเพียงทางผ่าน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ควรค่าแก่การเดินทางมาสัมผัส เพราะนอกจากจะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลายแล้ว เมืองสิงห์บุรียังเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตลอดจนถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ควรค่าแก่การเคารพสักการะและอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป

วัดประโชติการามวัดประโชติการามวัดประโชติการาม

เช่นเดียวกับ "วัดประโชติการาม" วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานพระยืนคู่แห่งเดียวของประเทศไทย เดิมทีชาวบ้านในละแวกนั้นมักเรียนขานชื่อวัดแบบสั้น ๆ ว่าวัดประโชติหรือวัดประชด ในส่วนของหลักฐานการสร้างวัดนี้ไม่ได้มีปรากฏชัดเจน แต่มีเพียงตำนานที่เกี่ยวข้องกับสิงหพาหุ ผู้มีพ่อเป็นสิงห์ จึงเกิดความ อับอายที่ต้องมีพ่อเป็นสัตว์เดรัจฉาน ทำให้ฆ่าพ่อตัวเองจนสิ้นลม ต่อมาจึงสำนึกผิดและได้หันมาสร้าง พระนอนจักรสีห์และวัดสละบาป เพื่อเป็นการไถ่บาปที่ได้ฆ่าพ่อลงไป แต่เมื่อเกิดความรู้สึกกลัวว่าไม่สามารถไถ่บาปให้เบาบางลงได้ จึงหันมาสร้างวัดประชดหรือวัดประโชติการามเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติแบบยืนคู่ 2 องค์ โดยมีการขนานนามว่า หลวงพ่อทรัพย์ และหลวงพ่อสินหลวงพ่อทรัพย์และหลวงพ่อสินเป็นพระพุทธรูปในกลุ่มพระอัฏฐารส หรือพระยืนที่สร้างขึ้นแล้วมีความสูงเกิน 18 ศอก โดยมีสิ่งที่พิเศษมากกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นก็คือ เป็นพระพุทธรูปที่ยืนซ้อนกัน  2  องค์ โดยมีหลวงพ่อสินประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้า และหลวงพ่อทรัพย์ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหลัง ด้วยขนาดขององค์หลวงพ่อสินองค์หน้า มีตามสูงมากถึง  3  วา 3 ศอก 5 นิ้ว และหลวงพ่อทรัพย์ที่ประดิษฐานอยู่องค์หลัง มาพร้อมความสูงมากถึง 6 วา 7 นิ้ว 

Advertisement

Advertisement

วัดประโชติการามวัดประโชติการาม

นอกจากนี้ยังมีการบูรณะวิหารหลวงพ่อสิน และหลวงพ่อทรัพย์ รวมถึงมณฑปที่ประดิษฐานพระยืน โดยมีการขุดแนวรอบวิหารหลวงพ่อสินและมณฑปหลวงพ่อทรัพย์ลึกลงไป 3 เมตร จึงทำให้พบแนวกำแพงโบราณอันเก่าแก่ ปรากฏเป็นลวดลายปูนปั้นของช่อฟ้า ใบระกา รวมทั้งแนวกำแพงหรือฐานไพที ซึ่งเป็นแนวกำแพงที่ล้อมรอบอุโบสถ วิหาร รวมถึงมณฑป ตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัย คาดว่ามีอายุมากกว่า 700 ปี ด้วยขนาดที่ยาวประมาณ 20 เมตร

สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 311 เลียบคลองชลประทานไปทาง อ.อินทร์บุรี ราว  5 กม. โดยตัววัดอยู่ทางด้านขวามา  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 036-512-784

Advertisement

Advertisement