ผมย้ายเข้ามาอยู่กับยาย ตอนที่พ่อผมเสียตอนนั้น9ขวบ ย้ายมาอยู่กับยายได้ไม่กี่ปียายก็ไปรับฑวดมาอยู่ด้วย(ฑวดแม่ของยาย) ในบ้านจะมีทั้งหมด4คน ผม,ยาย,แม่,น้อง, ตอนนั้นฑวดมีอายุประมาณ78 ฑวดจะมีนิสัยชอบแกล้งหลานๆชอบเรียกร้องความสนใจคนในบ้าน เวลาท่านจะเข้าห้องน้ำท่านจะผลักประตูห้องน้ำแรงๆให้ลูกบิดกระทบกับผนังห้องน้ำ ท่านจะชอบนอนกลางวัน แล้วกลางคืนท่านจะทำเสียงดังๆโดยการเคาะแก้วสแตนเลสบ้าง ร้องโวยวายบ้าง ผลักกประตูห้องน้ำบ้าง เพื่อให้คนในบ้านตื่น ท่านมีลักษณะชอบนั่งยองๆเข่าท่วมหัว

        ถึงวันที่ท่านเสีย ตอนนั้นผมม.6ใกล้ปิดเทอม2 ท่านอายุ89 ท่านเสียโดยโรคชราภาพ ทุกอย่างปกติผมบวชงานศพท่านผ่านไป ในบ้านจะเงียบ เงียบกว่าที่เคย น้องผมออกไปเช่าห้องอยู่ข้างนอก(ทำงาน) ส่วนผมไปเรียนต่อมหาลัยนานๆจะกลับบ้านที ก็จะเหลือแค่ยายกับแม่ที่อยู่บ้าน ถึงทำบุญร้อยวันท่านผมก็กลับมานอนบ้าน2วันทุกอย่างก็ปกติจนผมกลับ กทม พอช่วงก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน ผมก็กลับมาบ้าน แม่กับยายผมเป็น อปพร. ต้องไปเฝ้าเต้นอำนวยความสะดวกบังเอิญแม่กับยายเข้ากะกลางคืน ผมต้องอยู่บ้านคนเดียว ตกกลางคืนหลังจากผมวางโทรศัพท์กับแฟนไปตอนเที่ยงคืนครึ่ง ผมกึ่งหลับกึ่งตื่น ผมได้ยินเสียง เสียงที่หายไปนานแล้วเป็นเสียงแก้วสแตนเลสกระทบกับพื้นแป๊งๆๆผมลืมตาโดนทันที ผมคิดว่าอาจจะแค่จิตเราเองที่คิดไปแล้วเสียงนั้นก็มาต่อเนื่องเวลาผมเกือบจะหลับแต่รู้ตัวอยู่ เริ่มใจสั่น กดโทรศัพท์โทรหาแม่ให้มารับ เสียงนั้นชัดเจนขึ้นเลื่อยๆ มาตลอดโดยไม่ต้องรอผมเกือบหลับ เสียงแก้วกระทบพื้น เสียงลูกบิดที่กระทบผนังห้องน้ำ ขาดแค่เสียงของท่านเวลาร้องโวยวาย ได้แต่นอนมองใต้ประตูที่มีแสงไฟจากทางเดินกลางบ้านรอดผ่านสลัวๆ หวังว่าจะไม่เห็นอะไร   นึกในใจมั่นใจว่าเสียงที่ผมได้ยินนั้นผมได้ยินมาตลอดเกือบ10ปี ผมจำได้แม่นว่าเป็นเสียงที่ตอนฑวดผมอยู่ แค่เห็นไฟรถยนตร์ผมวิ่งออกโดยที่ไม่หันมองไม่ล็อกบ้านไปอยู่ที่เต้นกับแม่ทั้งคืน ตอนเช้ากลับมาบ้านแม่กับยายกลับมาอาบน้ำและควงเวรต่อ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรมันสว่างเลยออกมานอนห้องรับแขก กลางวันทอดไข่กินข้าวเดินผ่านห้องโล่งๆในบ้านที่ที่ฑวดเคยนอน ติดผนังจะมีห่วงหุนล่าฮุบพิงผนังแนวเฉียงโดยด้านล่างมีกิโลดันใว้ไม่ให้มันไหลลง ผมเดินเอาจานไปเก็บต้องผ่านห้องโล่งนี้เพื่อเปิดประตูไปครัว อยู่ดีๆห่วงนั้นพลิกกลับมาอีกด้านโดนขาผมที่กำลังเปิดปะตู ผมตกใจจานกระเดนหล่นแตก ทั้งโกรธทั้งกลัว หลังจากนั้นผมได้ไปทำบุญใส่บารตให้ท่าน แต่ผมก็ไม่เคยกล้าที่จะนอนบ้านคนเดียวอีกเลยจนทุกวันนี้ เรื่องนี้เรื่องจริงที่เกิดจากตัวผมได้เจอมา เมื่อก่อนผมไม่เคยกลัวเรื่องแบบนี้และไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ แต่ตอนนี้ผมกลัวและเชื่อสนิทใจว่าวิญญาณมีจริง ถึงผมจะไม่เคยเห็นแต่ผมรู้สึกได้ว่าคืนนั้นในบ้านไม่ได้มีแค่ผม ผมมั่นใจนึกภาพไม่ออกตามภาพเลยครับ

Advertisement

Advertisement