สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับมะรุมกันมากขึ้นนะคะ มะรุมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า moringa oleifera Lam. มะรุมนั้นจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบมีลักษณะกลมเล็กๆ เปลือกต้นเกลี้ยงสีขาว ดอกเป็นช่อใหญ่สีขาว มีฝักที่ยาวคั้นเป็นข้อๆ ระหว่างเมล็ด ฝักนี่เองล่ะค่ะที่เรานำมาใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งหลายๆ คนได้รู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือการทำแกงส้มมะรุมนั่นเองล่ะค่ะ การทำแกงส้มมะรุมก็ไม่ยากเลยนะคะก็เหมือนกับเราแกงส้มอย่างอื่นเพียงแค่เรานำฝักมะรุมมาขูดหรือเเกะเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นใส่ลงไปในหม้อแกงส้มของเราก็จะได้แกงส้มมะรุมแล้วล่ะค่ะ เมนูต่อมานะคะก็คือการที่เรานำเอายอดมะรุมอ่อนๆนี่เเหละค่ะมาลวกแล้วรับประทานกับน้ำพริกเมนูนี่ก็อร่อยไม่เบาเลยนะคะ และยังมีอีกหลายเมนูเลยล่ะค่ะ แต่เราจะไม่พูดถึงเรื่องเมนูการทำอาหารเยอะนะคะ เราไปดูประโยชน์ที่จะได้รับจากการรับประทานมะรุมกันดีกว่าค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน       นอกจากมะรุมสามารถทำเป็นเมนูอาหารได้หลายแบบแล้วนะคะ มะรุมยังมีประโยชน์ทางโภชนาการหลายอย่างอีกด้วยนะไม่ว่าจะเป็นช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระคืออะไร อนุมูลอิสระก็คือสารตัวหนึ่งที่สามารถทำให้เซลล์ของเรากลายเป็นเซลล์ที่ไม่แข็งแรงหรือสามารถทำให้เซลล์ของเรากลายเป็นโรคร้ายได้ในอนาคต นอกจากจะต้านอนุมูลอิสระแล้วยังช่วยในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือดได้ และสามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

ภาพโดยผู้เขียน

    นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามในการรับประทานมะรุมด้วยนะคะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีครรภ์ และผู้ที่เป็นโรคเกาต์ ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้อันตรายกับเด็กในท้อง หรือผู้ที่เป็นโรคเกาต์ก็อาจจะทำให้มีอาการที่รุนแรงมากขึ้นนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก สมุนไพร ย่อมมีข้อเสียที่แตกต่างกันเราควรศึกษาให้ดีก่อนรับประทานนะคะ จะได้ไม่เป็นอันตรายกับตัวของเราเองและคนรอบข้างค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยผู้เขียน    มะรุมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วยนะคะ นั่นก็คือเปลือกของต้นมะรุมนั้นจะมีรสร้อนที่เราสามารถนำมาใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ได้อีกด้วย ทำให้ผู้ที่รับประทานมีอาการผายหรือเรอจึงทำให้ขับลมในลำไส้ได้นั้นเอง และนอกจากจะขับลมแล้วยังคุมธาตุได้อีกด้วยค่ะ

 

ภาพโดย ผู้เขียน