เหมือนกำลังจมอยู่ในฝันร้าย ทุกครั้งที่หลุดจากห้วงความฝันนั้นได้ คอมักแห้งเป็นผงทุกที และครั้งนี้ก็เช่นกัน ลุกขึ้นจากเตียงด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น เดินประคองตัวเพื่อเปิดประตูห้อง และเปิดไฟตรงทางเดินบันได จับราวบันไดเดินลงสู่ชั้นล่าง ทีละก้าว ทีละก้าว เมื่อเท้าสัมผัสพื้นชั้นล่าง สมองสั่งการให้เลี้ยวขวาตรงไปยังตู้เย็นในห้องครัว สายตายังคงพร่ามัว และห้องครัวที่มืดสนิท เพียงแค่ได้แสงไฟจากทางเดินบันไดก็เพียงพอ ที่เหลือใช้ความเคยชินจากสวมบทบาทเป็นผู้อยู่อาศัยเดินไปยังห้องครัว 

   เปิดตู้เย็นเอามือยื่นคว้าเอาน้ำมาดื่มให้ชื่นใจ จากน้ำที่เต็มขวด เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง และจนหมดไม่เหลือสักหยดไว้ ผงที่เกาะอยู่ในลำคอได้จางลง ไม่รู้สึกกระหายน้ำอีกต่อไป เดินกลับไปที่บันไดเพื่อจะพาร่างกายที่อ่อนเพลียได้เข้านอนต่อ ไม่ทันก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก เห็นแสงและได้ยินเสียงจากโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น

Advertisement

Advertisement

ใครกัน? ป่านนี้ยังไม่นอน

   ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะชัดขึ้น ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย เพราะเดาได้จากเป็นผู้อยู่อาศัยมานาน ไม่มีความรู้สึกกลัว มีแค่ความอยากรู้ ใกล้เวลาเช้าวันใหม่ ทำไมจึงยังไม่นอน กำแพงที่กั้นขวางสายตาในการมอง ตัวแนบชิดกำแพง ค่อยๆ ชะโงกหน้าเพื่อแอบดู ให้ใครที่ยังไม่นอนไม่รู้ตัว สิ่งที่ได้เห็นเหมือนเป็นไฟฟ้าวิ่งผ่านสมองกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว

   เด็กวัยรุ่นผู้หญิง รูปร่างผอมสูง ผิวสีแทน ผมดำยาวกลางหลัง สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนส์ขาสั้น นั่งพื้นในท่าชันเข่าดูโทรทัศน์ ใบหน้าด้านข้างเท่าที่เห็น คิ้วที่คมเข้ม จมูกเป็นสัน ดวงตาโตกลม ดูน่ารักสมวัย ท่าทางกำลังยิ้มรับความพึงพอใจกับสิ่งทีได้ชม นี่คือ เจ้าของเสียงที่ไม่คุ้นเคย ใช่ไหม?

Advertisement

Advertisement

   ใกล้เวลาเช้าวันใหม่ ทำให้เอ่ยปากถามเด็กสาวออกไปว่า "เธอเป็นใคร เข้าบ้านคนอื่นมันไม่ดีนะรู้ไหม" เด็กสาวนั่งนิ่งไม่มีทีท่าจะตอบคำถามใดๆ และยังคงตั้งใจดูโทรทัศน์ต่อไป ดูเหมือนสิ่งที่ถามออกไปเป็นลมบางเบาที่พัดผ่านสำหรับเด็กสาว อาจเพราะไม่ได้ยิน ไม่ได้สนใจ หรือไม่อยากให้คำตอบกับคนแปลกหน้า

   ไม่รู้เอาความใจเย็นมาจากไหนในเวลานี้ ด้วยความสงสัยในเด็กสาวคนนี้ว่า เข้ามาจากประตูทางใดของบ้าน เป็นผู้อาศัยมานับ 10 กว่าปี ตอบได้เลยว่า ประตูทางเข้า-ออกมีอยู่ทางเดียว เดินสำรวจระหว่างทางไปประตูทางเข้า-ออก ทั้งซ้ายและขวา เผื่อว่าจะมีร่องรอยช่องทางเข้าทางอื่นบ้าง แต่ดูเท่าไร ก็ไม่มีร่องรอยหรือคำตอบที่เราสงสัยไว้ทั้งสิ้น แล้วเข้ามาได้ยังไงกัน

   ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า-ออก ความมืดปกคลุมไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคในการมอง แต่แล้ว...กลับไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ยื่นมือไปคลำรอบแม่กุญแจที่คล้องไว้ประตูไม่มีร่องรอยในการเปิดออก ทุกอย่างถูกปิดล็อคอย่างดี 

Advertisement

Advertisement

เข้ามาได้ยังไง เข้ามาได้ยังไง เข้ามาได้ยังไง

   เสียงก้องติดอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมา ผละจากหน้าประตู เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นทันที เร่งฝีเท้าและภาวนาขอให้เด็กคนนั้นยังนั่งอยู่ สิ่งที่ตนเองคิดอยู่ ขอให้ไม่ใช่อย่างที่คิด "อย่าเป็นเช่นนั้นเลย" ภาวนาอย่างแรงกล้าในใจ 

   ฝีเท้าที่เร่งก้าวมาให้ถึงหน้าโทรทัศน์ ทั้งที่ระยะทางไม่ห่างกันมากแต่ทำไมรู้สึกเหนื่อยหอบเหมือนวิ่งมาราธอนมา สายตาถูกทอดไปยังรอบบริเวณนั้น ค้นหาเด็กสาวและหวังว่าจะต้องเจอเท่านั้น เป็นไปอย่างที่คาดไว้ เด็กสาวคนนั้นก็ยังนั่งท่าชันเข่าเช่นเดิม พร้อมหัวเราะกับสิ่งที่ตนกำลังตั้งใจชม เธอดูสนุกสนาน ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย ในเมื่อเธอเข้ามาอยู่ในบ้านคนอื่น

นี่ก็ดึกแล้วนะ กลับบ้านเถอะเดี๋ยวพี่ออกไปส่ง 

   ใจเย็นมากที่พูดแบบนั้น เสียงหัวเราะได้หยุดลง ดูเหมือนมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมาบ้าง เด็กสาวค่อยๆ หันมาอย่างช้าๆ และส่งยิ้มอ่อนหวานให้และหันกลับไปชมต่อ ขาและมือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาจนต้องสงบนิ่งเก็บมันไว้ ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความโกรธ "กลับบ้านเถอะนะ พ่อแม่เป็นห่วงแย่ เดี๋ยวพี่ออกไปส่ง" ย้ำด้วยน้ำเสียงดุ  เด็กสาวเอามือทัดผมที่ใบหูข้างหนึ่ง หน้าตาของเธอดูเหมือนว่ากำลังใช้ความคิด ริมฝีปากเริ่มขยับเหมือนกับว่าจะพูดอะไรสักอย่าง คนแปลกหน้าที่จ้องที่ริมฝีปากนั้น เพื่อเดาว่าเด็กสาวต้องการบอกอะไร

   เด็กสาวยอมตอบคำถามกับคนแปลกหน้าที่พยายามจะสื่อสารกับเธอ และคนแปลกหน้าก็ตั้งใจรอฟังคำตอบเช่นกัน 

แอบชอบเธอมานานแล้ว ขออยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักได้หรือเปล่า

   เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หน้าตาอ้อนวอน ส่งยิ้มให้อีก เพื่อหวังว่าจะทำให้สิ่งที่เธอปรารถนาไว้จะเป็นจริงขึ้นมาได้ เจ้าของบ้านยืนนิ่ง เหมือนประโยคเมื่อสักครู่นี้ ถูกอัดเทปเล่นซ้ำย้ำอยู่ในสมอง     

แอบชอบเธอมานานแล้ว ขออยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักได้หรือเปล่า

แอบชอบเธอมานานแล้ว ขออยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักได้หรือเปล่า

แอบชอบเธอมานานแล้ว ขออยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักได้หรือเปล่า

   เป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถามเอาสะเลย ความจริงการที่มีคนแอบชอบ มันควรจะต้องรู้สึกดีสิ แต่นี่มันสยองแปลกๆ รู้สึกขนลุกจากขนหน้าแข้งยันเส้นผมน้อยๆ ที่มีอยู่บนศีรษะยังไงก็ไม่รู้ ประโยคเดิมที่เจ้าของบ้านย้ำเด็กสาวเช่นเดิมว่า "กลับบ้านเถอะนะ พ่อแม่เป็นห่วงแย่ เดี๋ยวพี่ออกไปส่ง" เด็กสาวคงจะไม่พอใจสักเท่าไหร่นักในสิ่งที่คนแปลกหน้าเอ่ย แม้จะด้วยความเป็นห่วงเป็นใยก็ตาม เธอค่อยๆ ยืนขึ้น หันหลังให้กับคนแปลกหน้า ใช้มือเอื้อมหยิบรีโมทอย่างช้าๆ เพื่อปิดโทรทัศน์ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบและความมืดในพริบตา

   คนแปลกหน้าจ้องมองเธอ ด้วยใจที่เต้นแรงเหมือนออกมาดิ้นตายอยู่นอกกาย หยาดเหงื่อบนใบหน้าไหลรวมตัวเกาะมาเป็นเม็ดให้เห็นชัด ความจริงอากาศเย็นสบาย แต่ทำไมกลับรู้สึกตรงกันข้ามเช่นนี้ เด็กสาวเอี้ยวคอหันให้เห็นใบหน้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ได้ตั้งตัว พูดด้วยน้ำเสียงหยาดยานเหมือนเทปยืดว่า

แอบชอบ เธอ มา นาน แล้ว   ขอ อยู่ ต่ อ ที่ นี่ อีก สั ก พัก ได้ หรือ เปล่า

   สิ้นเสียงหยาดยานที่ชวนขนลุกนั้น เด็กสาวก็แสยะยิ้มหวานปากฉีกไปถึงใบหูให้...

   เหมือนกำลังจมอยู่ในฝันร้าย ทุกครั้งที่หลุดจากห้วงความฝันนั้นได้ คอมักแห้งเป็นผงทุกที และครั้งนี้ก็เช่นกัน ลุกขึ้นจากเตียงด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น เดินประคองตัวเพื่อเปิดประตูห้อง และเปิดไฟตรงทางเดินบันได จับราวบันไดเดินลงสู่ชั้นล่าง ทีละก้าว ทีละก้าว เมื่อเท้าสัมผัสพื้นชั้นล่าง สมองสั่งการให้เลี้ยวขวาตรงไปยังตู้เย็นในห้องครัว 

   ข้างล่างมืดสนิทและเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากทางเดินบันไดที่ส่องลงมา หันไปทั้งซ้ายและขวา ไม่มีแสงใด ไม่มีเสียงใด และไม่มีใครเลยทั้งสิ้น เดินกลับขึ้นไปนอนต่อถ้าจะดีกว่า