DIY ทำน้ำมันว่านหางจระเข้  
 

คนส่วนใหญ่ก็จะรู้จัก "ว่านหางจระเข้" ว่าเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ให้ประโยชน์มากมาย นอกจากจะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการบำรุงเส้นผมให้ดำสลวย บำรุงหนังศรีษะให้มีสุขภาพดีไม่มีรังแค และบำรุงผิวพรรณให้ความชุ่มชื้น รักษาแผลผิวหนังแล้ว  นอกจากนั้น ว่านหางจระเข้ยังมีส่วนช่วยในการชะลอวัย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี เพราะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ  อย่างไรก็ตาม เมื่อว่านหางจระเข้ที่ถูกนำมาผลิต ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น เราต้องเสียเงินซื้อมาใช้ แต่วันนี้เราจะชวนมาทำน้ำมันว่านหางจระเข้ไว้ใช้เองด้วยตัวเองง่าย ๆ และสามารถนำไปใช้ได้จริง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่มีขายในตลาด ที่สำคัญก็คือ เราแน่ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีสารเคมีเจือปน เพราะเราใช้ส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติทุกตัว

Advertisement

Advertisement

DIY น้ำมันว่านหางจระเข้

เมื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของว่านหางจระเข้กันแล้วตอนนี้เราก็จะหามาใช้กันที่บ้านกัน โดยวิธีการเก็บรักษาว่านหางจระเข้ให้มีคุณสมบัติคงที่ไว้ใช้กันนานๆ ก็คือ นำเอาว่านหางจระเข้มาทำเป็นน้ำมัน ซึ่งด้วยวิธีการนี้เราก็จะสามารถเก็บไว้ใช้ได้ในระยะนานขึ้น

สอนให้ทำน้ำมันว่านหางจระเข้ด้วยตัวเอง 3 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1   นำเอาว่านหางจระเข้สดมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปปั่นและเคี่ยวกับน้ำมันมะกอก (หรือน้ำมัน มะพร้าว) จนว่านหางจระเข้สุกข้นจับเป็นตัวรวมกัน หลังจากนั้นกรองเอาแต่น้ำมันออกเทใส่ขวดเก็บไว้ใช้

DIY น้ำมันว่านหางจระเข้

แบบที่ 2  นำเอาว่านหางจระเข้สดมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เทผสมกับน้ำมันมะพร้าวจนท่วม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนจึงกรองเอาแต่น้ำมันมาใช้ วิธีนี้เรียกว่า infuse หรือ เป็นการแช่เพื่อให้ได้สารสกัด

Advertisement

Advertisement

DIY น้ำมันว่านหางจระเข้

แบบที่ 3   วิธีนี้เราจะขูดเอาแต่เนื้อวุ้นของว่านหางจระเข้ แล้วนำมาบดหรือยีให้ได้เนื้อเหลว หลังจากนั้นเทน้ำมันมะพร้าวลงไปด้านบน วิธีนี้ก็เป็นการ infuse เฉพาะเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นวางทิ้งไว้ 1 เดือนจึงกรองใส่ขวดเอาแต่น้ำมันมาใช้

DIY น้ำมันว่านหางจระเข้

บางคนชอบความหอมก็ผสมน้ำหอมที่ชอบลงไปเล็กน้อย แต่บางคนชอบแบบธรรมชาติก็สามารถนำไปใช้ได้เลย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำเองกับมือนะคะ

สราวดี – 21 ส.ค. 63

 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.pixabay.com  รูปประกอบที่ 1 /รูปประกอบที่ 2/รูปประกอบที่ 3/รูปประกอบที่ 4/รูปประกอบที่ 5