เอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตำแห่งเจ้าหน้าที่ห้องดับจิต ตำแหน่งงานนี้จะมีการสลับเวรกันเป็นกะ ซึ่งในเดือนนี้เอรับกะดึก ปกติเอไม่ใช่คนกลัวผี ก่อนมาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ เอเคยทำงานที่อื่นมาก่อนแล้ว หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ห้องนี้คือขนย้ายร่างจากตึกต่าง ๆ มาไว้ที่ห้องนี้ ช่วยดูแลเค้าให้อยู่ในสภาพที่ดีพอ เปลี่ยนเสื้อผ้า ฉีดน้ำยารักษาสภาพ  ถ้าพวกคุณจะถามว่ามีร่างไหนกระเด้งขึ้นมาเหมือนในหนังในละคร ตอบเลยว่ามีประจำเพราะการฉีดน้ำยารักษาร่าง อาจจะฉีดไปโดนที่เส้นเอ็น เนื่องจากก่อนนำมาฉีดจะเก็บร่างไว้ในตู้รักษาอุณหภูมิทำให้เซลล์ยังตายไม่หมด เมื่อฉีดไปโดนจึงอาจทำให้เกิดการกระตุกของร่าง  อย่าคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่ตกใจนะ  ตกใจทุกครั้งล่ะแต่เราไม่ได้กลัว
          วันที่เอต้องจดจำคือ วันนี้เป็นคืนวันอาทิตย์กลางเดือน เอต้องอยู่กะดึก ซึ่งเมื่อเข้าไปรับเวรต่อซึ่งมารับช่วง วันนั้นในห้องไม่มีใครมาเพิ่มเติม จนถึงตีสองกว่ามีการแจ้งจากตึกอุบัติเหตุ ให้ไปรับร่างมาเอาจึงให้เพื่อนไป เพื่อนไปได้ซักพักใหญ่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง เมื่อยกหูรับได้ยินแต่เพียงเสียงร้องไห้ของผู้หญิงแต่ไม่ได้พูดอะไร ถามไปก็ไม่ยอมตอบ เอพยายามพูดคุยอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีการตอบรับ เอจึงวางสายลง

Advertisement

Advertisement

          หลังจากนั้นเอก็ได้รับสายแบบนี้อีกครั้งด้วยลักษณะเช่นเดิม จึงต่อว่าปลายสายไปว่าที่นี่ไม่ใช่ที่จะโทรมาเล่นนะครับพร้อมแจ้งสถานที่ไปหลังจากนั้นเพื่อนจึงเข็นร่างมา เป็นผู้หญิงวัยรุ่น โดนทำร้ายมายังไม่สามารถหาญาติได้เนื่องจากไม่พบเอกสารใด ๆ เลย เอจึงถามเพื่อนว่าก่อนหน้าได้โทรมาหาหรือเปล่าซึ่งเพื่อนก็ปฏิเสธว่าไม่ได้โทรมา เอจึงเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟัง หลังจากที่รับร่างมาและนำเข้าช่องเก็บ หลังจากนั้นเอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงมองหน้าเพื่อนพร้อมบ่นพึมพำว่าใครมาร้องไห้แถวนี้วะ เพื่อนกลับตอบมาว่ากูไม่เห็นได้ยิน มึงหูฝาดหรือเปล่า เพื่อนยังยืนยันว่าไม่ได้ยินเสียงจริง เคยเจอเคยเรื่องแปลก ๆ มาแต่ไม่เคยได้ยินชัดเจนขนาดนี้มาก่อน

Advertisement

Advertisement

          เอยังคงได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น อีก 2 คืนจนกระทั่งคืนที่สามได้ยินเสียงผู้หญิงคนเดิมแว่ว เป็นเรื่องร้องไห้ และได้ยินเสียงพูดว่าในกระเป๋า เอคิดว่าคงเป็นเสียงจากผู้หญิงคนที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ คนที่เข้ามาเมื่อสามวันที่แล้ว เอจึงไปเปิดช่องที่เก็บร่างของผู้หญิงคนนั้น แล้วลองค้นในกระเป๋าเอล้วงเจอเศษกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ยับยู่ยี่อยู่ใบหนึ่ง ตามที่ได้ยินเสียงบอกเข้ามาในหู ในกระดาษนั้นมีรอยหมึกจาง ๆ เขียนตัวเลขอยู่ เอคิดว่ามันเป็นเบอร์โทรศัพท์

Advertisement

Advertisement

          เช้าของวันนั้นเมื่อเป็นเวลาพอสมควรเอจึงได้พยายามติดต่อเข้าไปที่เบอร์โทรในกระดาษชิ้นนั้น เมื่อปลายทางรับสาย เอได้แจ้งให้ทราบว่าได้เบอร์มาจากที่ไหน แจ้งรูปพรรณสัณฐานของผู้หญิงและได้ขอให้คนในสายเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อดูว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่รู้จักหรือไม่ ซึ่งปลายสายก็รับว่าจะมาดูวันรุ่งขึ้น ซึ่งผู้หญิงที่ตายเป็นแฟนกับเจ้าของเบอร์โทร ซึ่งตัวแฟนเองก็ได้พยายามตามหามาหลายวันและยังไม่ได้ข่าวจนกระทั่งได้รับโทรศัพท์ที่เอโทรไป หลังจากเหตุการณ์นี้เอจึงคิดว่าที่ได้ยินเสียงนั้น คงเป็นเพราะผู้หญิงต้องการให้ตนช่วยติดต่อแฟนให้มารับกลับบ้านไปนั่นเอง