เช้าตรู่วันนี้ได้เห็นภาพคุณพ่อท่านหนึ่งยืนคู่กับเด็กน้อยอายุราว 3 ขวบ รอรถโรงเรียนอนุบาลมารับที่หน้าบ้านทั้งสองพูดคุยกันด้วยอามรณ์แจ่มใส ทำให้ผู้เขียนนั่งมองแล้วอมยิ้ม.....

อารมณ์ภาพวันวานจึงผุดขึ้นมา ทำให้ผู้เขียนเดินไปหยิบอัลบั้มรูปภาพครอบครัวมาดู พลิกภาพไปมาแล้วมาสะดุดที่ภาพสาวน้อยผูกแกะ 2 ข้างใส่ชุดอนุบาลยืนโพสต์ท่ายิ้ม ผู้เขียนอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงวันวานและวีรกรรมของสาวน้อยคนนี้.....อนุบาลเป็ดน้อย

ภาพวันแรกของการไปเรียนอนุบาล จำได้ว่าผู้เขียนบอกสาวน้อยว่าไปโรงเรียนจะสนุกสนานมาก มีเพื่อนเยอะ มีของเล่นมากมาย คุณครูใจดีสอนร้องเพลง หัดเขียน อ่านหนังสือ นิทาน การ์ตูน และขนมอร่อย สาวน้อยยิ้มตอบรับดีใจร่าเริง พอถึงช่วงต้องส่งต่อให้คุณครูประจำชั้นสาวน้อยมองหน้าผู้เขียนแล้วร้องไห้เบาๆมีสะอื้นไม่โวยวาย คงรู้สึกกลัว เพราะไม่เคยห่างกายผู้เขียนเลย คุณครูบอกคุณแม่ (คือผู้เขียน) กลับได้เลยเดี๋ยวคุณครูดูแลต่อเอง ผู้เขียนต้องใจแข็งเดินจากมา แต่ก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงเดินวนเวียนอยู่แถวหน้าห้องเรียน หลบมุมกำแพง แล้วคอยชโงกหน้าดูสาวน้อยอยู่ห่างๆ เด็กๆในห้องร้องไห้กระจองงอแงเสียงดังเกือบทุกคน คุณครูชวนเด็กๆทำกิจกรรมร้องเพลง เล่นเกม เล่นขอเล่น แนะนำเด็กๆให้รู้จักกัน ทำให้เด็กบางคนหยุดร้องไห้ ส่วนสาวน้อยคนนี้ไม่สนใจอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้ ทำให้ครูพี่เลี้ยงต้องพาออกเดินเล่นนอกห้อง ซึ่งจะเป็นอย่างนี้อยู่หลายวันอยู่อนุบาล

Advertisement

Advertisement

อยู่อนุบาล 1อยู่อนุบาล1อยู่อนุบาล1เช้านี้ก็ปลุกให้ตื่นตามปกติ “ตื่นได้แล้วลูก ต้องไปโรงเรียนแล้วนะจ๊ะ” ผู้เขียนปลุกสาวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ เพื่อลุกอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน วันนี้มัดผม เลือกติดกิ๊บมีโบว์หวานแววซะด้วย ทานโจ๊กแล้วดื่มนม...ถึงโรงเรียนแตะมือส่งต่อคุณครู ...เฮ...ไม่ร้องไห้แล้ว น่าจะชอบไปโรงเรียนแล้วสินะ สาวน้อยเริ่มโตขึ้น

Advertisement

Advertisement

และเมื่อโตขึ้นสาวน้อยคนนี้มีความรับผิดชอบมากขึ้น ตื่นนอนเอง จะงอแงบ้างเป็นบางครั้ง

และนี่คือกิจวัตรประจำวันการไปเรียน ตั้งแต่อนุบาล มัธยม จนถึงมหาลัยเริ่มโตขึ้น

ส่วนวีรกรรมของสาวน้อยคนนี้ก็มีเช่นกัน คือไม่ค่อยเรียบร้อย ซน ถึงขนาดกระดูกแตก เหตุเพราะว่ารีบลุกและวิ่งสไลด์เร็วเพื่อเข้าห้องสอบ ทำให้ไม่ระวัง...กระดูกฝ่าเท้าแตก อดทนบวมอยู่เกือบ 2 วัน สุดท้ายยอมแพ้ต้องไปโรงพยาบาลเข้าเฝือก ใส่เฝือกเกือบ 2 เดือน และพันผ้ายืดอีก เกือบเดือน ทำให้อดไปแข่งขันบัลเลย์ต่างประเทศ ได้แต่นั่งดูเพื่อนๆซ้อม •••น่าสงสารดีไหมหนอ•••

และอีก 1 วีรกรรมก็ไม่เบาเช่นกัน..ในวิชาพละมีการรับและโยนลูกวอลเลย์ ระหว่างเพื่อนๆ สาวน้อยไม่ระวังขณะรับลูกวอลเลย์ ทำให้ไปกระแทกนิ้วมือกลางซ้ายแตก ต้องไปโรงพยาบาลด้ามเหล็ก จนถึงทุกวันนี้...สาวน้อยคนนี้ก็ยังไม่กล้าใช้นิ้วกลางซ้ายซ้อมและเล่นกีต้าอีกเลยบัลเลย์

Advertisement

Advertisement

ภาพวันวานเหล่านี้ •••นึกถึงที่ไรต้องอดอมยิ้มทุกครั้งและจะเป็นตำนานสำหรับผู้เขียนไปอีกนานแสนนาน••••

รักที่สุดรักและคอยปกป้องภาพและเล่าเรื่องโดย : สุธีรา

Cr.ภาพ: moment cam