เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จ้อยที่จะต้องเดินทางขึ้นรถไฟตามลำพังคนเดียว เด็กหนุ่มก็ดูจะทำอะไรไม่ค่อยถูกก็ทำตามๆ เขาไป จนซื้อตั๋วขึ้นรถไฟจนได้  เขากำลังเดินทางไปหาญาติที่จรังหวัดตรัง เพื่อว่าจะให้ญาติช่วยฝากงานให้  เขาเดินขึ้นมาบนโบกี้รถไฟพร้อมกับกอดกระเป๋าแน่ กวาดสายตาหาที่นั่งว่างๆ แต่เดินไปเกือบจะสุดขบวนก็ยังหาที่นั่งไม่ได้เลย คงเป็นเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวจึงทำให้มีผู้โดยสารมาก  และเขาก็เดินมาจนถึงโบกี้สุดท้ายที่พอจะมีที่นั่งว่างเหลืออยู่ จ้อยนั่งลงและกวาดสายตามองไปรอบๆ โบกี้ก็รู้สึกว่าโบกี้นี้มีแต่ลังใส่ของวางเต็มไปหมด มีคนนั่งอยู่เพียงไม่กี่คนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร  และเขาก็เผลอหลับไป

รถไฟ                                                                  เครดิตภาพ https://www.thehouse.online

Advertisement

Advertisement

      ระหว่างที่หลับอยู่นั้นเขาได้ฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งร้องให้อยู่ข้างๆ เขา จ้อยจึงถามไปว่าเป็นอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่า โดนจับมาขังออกไปไม่ได้  แต่ยังไม่ได้คุยกันต่อจ้อยก็สดุ้งตื่นเมื่อจดไฟจอดที่สถานีชุมพร   พอถึงสถานีนี้คนเริ่มน้อยลงแล้ว และโบกี้ที่เขานั่งก็เหลือเพียงเขาอยู่คนเดียว แต่ก็แปลกที่ว่าสัมภาระอื่นๆ ถูกคนลงไปหมดแล้วเหลือเพียงกล่องลังกระดาษใบใหญ่ที่ยังวางอยู่ที่เดิม ไม่แน่ใจว่าใครมาลืมไว้หรือป่าว  ด้วยความที่จ้อยอยากจะนอนเหยียดขาให้สบายจึงไม่ย้ายไปโบกี้อื่น  เขาได้เผลอหลับไปอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้หลับสนิท ระหว่างสั้นจ้อยก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมานั่งที่นั่งตรงข้างๆ ลังกระดาษใบนั้น จ้อยมองไปอย่างไม่คิดอะไร สักพักก็เห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งร้องให้ ทำให้จ้อยนึกถึงความฝันของเขาที่มีผู้หญิงมานั่งร้องให้

Advertisement

Advertisement

 

       จ้อยจึงลุกขึ้นมานั่งแล้วคิดอยู่ว่าจะเดินไปถามหรือจะนั่งมองอยู่เฉยๆ แต่ยังไม่ทันที่จ้อยจะได้ทำอะไรรถไฟก็จอดที่สถานีสุราษฎร์ธานี ทำให้จ้อยต้องละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นเพราะหันไปมองแสงไฟที่สถานี พอหันกลับมาอีกทีหญิงสาวคนนั้นได้หายไปแล้ว  แต่กล่องลังกระดาษก็ยังวางอยู่ที่เดิม จ้อยรู้สึกเหมือนมีกลิ่นสาปคาวๆ อยู่ในกล่องใบนี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเปิดออกมาดู เพราะไม่รู้ว่าเป็นของใคร  และเขาก็ได้นอนหลับไปอีกครั้งเพราะอีกไกลว่าจะถึงจดหมายปลายทาง  แต่พอหลับไปได้สักพักเขารู้สึกว่าได้ยินเสียงเหมือนคนร้องให้อีกแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีคนอยู่เลย และเสียงก็ดังออกมาจากลังกระดาษใบนั้น  จ้อยมองจ้องไปที่ลังกระดาษก็รู้สึกว่าลังใบนั้นมันเริ่มขยับไปมาได้เอาเหมือนมีอะไรอยู่ในนั้น  มันทำให้จ้อยรู้สึกกลัวนั่งกอดเขาจนตัวสั่น และจ้อยก็ยิ่งตกใจไปกว่านั้นเพราะร่างของหญิงสาวค่อยๆ คลานออกมาจากลังกระดาษ  จ้อยเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งออกจากโบกี้ตะโกนร้องลั่นว่าผีหรอก จนคนบนรถไฟต่างตกใจกันว่าเด็กคนนี้เป็นอะไร

Advertisement

Advertisement

 

        ตำรวจรถไฟจึงวิ่งมาที่จ้อยแล้วถามว่าเป็นอะไร จ้อยจึงบอกว่ามีผีอยู่ในลังที่วางไว้ในโบกี้สุดท้าย  ตำรวจรถไฟจึงไปดูและพบว่าในลังกระดาษใบนี้มีศพของคนถูกหั่นใส่ถุงยัดไว้ในกล่องและไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำมาไว้บนรถไฟ  จ้อยรู้สึกเสียขวัญมากที่ตลอดระยะทางเขานอนอยู่กับศพทั้งคืน