บิ๊ก เอ็ม โป้ และจุ่น ได้ตกลงพากันไปตั้งแค้มป์ตกปลาที่ด้านเหนือฝายเก็บน้ำเก่า ท้ายหมู่บ้าน ปกติแล้วชาวบ้านแถวนั้นจะไม่ค่อยมีใครไปหาปลากันตอนกลางคืนที่ด้านเหนือฝายกัน เพราะมีเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆ นานา  แต่เด็กหนุ่มทั้งสี่คนนี้ชอบความตื่นเต้นท้ายทายกับประสาวัยรุ่น  จึงไม่ได้สนใจคำบอกเล่าของชาวบ้านกันเท่าไรนัก  พอตกเย็นทั้งสี่คนก็พากันขนสัมภาระเพื่อตั้งแค้มป์ค้างคืนตกปลากัน  พวกเขาเดินข้ามสันเขื่อนกันด้วยความชำนาญจนไปถึงจุดที่จะพอตั้งแค้มป์ได้

 

        บิ๊กกับเอ็มช่วยกันกางเต็นท์ตั้งแค้มป์ โป้อาสาออกไปเก็บฟืนเพื่อเอาไว้ก่อกองไฟเวลากลางคืน  ส่วนจุ่นเตรียมเบ็ดและอุปกรณ์ในการตกปลา พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่บกพร่องละชำนาญ  โป้หอบฟืนมากองใหญ่ซึ่งก็พอที่จะก่อไฟได้ทั้งคืน 

ระหว่างที่เตรียมจะก่อไฟโป้ก็บอกับเพื่อนๆ ว่า “นี่เพื่อนดูเหมือนวันนี้จะไม่ได้มีแค่พวกเราแล้วนะ”

Advertisement

Advertisement

บิ๊กก็ถามว่า “ทำไมวะ มึงจะพาสาวมาด้วยหรอ”

โป้ก็ตอบว่า “ไม่ใช่เพื่อน  ก็เมื่อตะกี้ตอนไปเก็บฟืน กูเห็นมีคนเดินเก็บฟืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง”

เอ็มได้ยินก็พูดแทรกมาว่า “จริงหรอวะ เพื่อนพวกกูนั่งกันอยู่ตั้งนานไม่เห็นมีใครเดินผ่านไปเลยนะ”

โป้ก็ตอบไปว่า “จริงๆ สิ แต่ไม่รู้เค้าไปตั้งแค้มป์กันตรงไหนนะเห็นเค้าเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง

      หลังจากที่คุยกันจบ ฟ้าเริ่มมืดโป้ก้อจุดไฟให้แสงสว่างในทันที  ถึงแม้จะมีอากาศหนาวในคืนนั้น แต่พอได้ไออุ่นจากกองไฟก็ทำให้พวกเขานั่งกันได้อย่างสบายทั้งคืน  และพวกเขาก็เริ่มเหวี่ยงเบ็ดลงไปในแม่น้ำทันที  ไม่นานนักปลาตัวแรกก็ติดเบ็ดของจุ่นขึ้นมา ขนาดของประหลาดทำให้พวกเขาตื่นเต้นมาก เพราะมันช่างใหญ่น่ากินเหลือเกิน  เอ็มจึงอาสาจัดการทำหน้าที่เป็นพ่อครัว เผาประหลาดตัวนี้สดๆ กลิ่นของมันหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้น  ระหว่างที่เอ็มเผาปลาอยู่นั้น เพื่อนๆ ก็ตกปลากันได้เป็นระยะ  จนปลาตัวแรกที่ปิ้งสุกเอ็มก็ชวนเพื่อนๆ มากินกันก่อน  ระหว่างที่กินกันอยู่นั้น ทั้งสี่ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย

Advertisement

Advertisement

จุ่นได้พูดขึ้นมาว่า “ที่นี่ปลาชุมดีจริงๆ ชาวไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามา เพราะกลัวอาถรรพ์ กูไม่เห็นจะมีอะไรเลย”

บิ๊กก็พูดเสริมขึ้นว่า “นั่นสิ กูเห็นมีแต่ปลาตัวใหญ่ๆ “

โป้ก็พูดไปว่า “เฮ้ย พวกมึงก็อย่างพูดไปของแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อเขาก็ไม่ให้ลบหลู่นะมันไม่ดี”

เอ็มก็บอกว่า “กูว่าเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่าวะ บรรยากาศมันไม่น่ามาคุยเรื่องแบบนี้กันนะ”

พอเอ็มพูดจบทุกันก็พากันคุยเรื่องอื่นกัน  สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรหล่นลงไปในน้ำดังโครม อยู่ด้านหลังพวกเขา  โป้รีบหยิบไฟฉายขึ้นไปส่องดู  ก็ไม่เห็นมีอะไรเห็นเพียงแค่รอยน้ำกระเพื่อม

Advertisement

Advertisement

 บิ๊กจึงบอกโป้ว่า “กลับมากินต่อเถอะ น่าจะเป็นกิ่งไม้หล่นเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก”

โป้จึงตอบว่า “กูเห็นเหมือนมีคนเดือนอยู่บนฝั่งเลยวะ”

จุ่นจึงบอกว่า “คนที่มึงเห็นเมื่อเย็นรึป่าวอย่าไปสนใจเลย กินต่อดีกว่า จะได้ไปตกปลากกันต่อ”

โป้จึงเดินกลับมานั่งร่วมวงกับเพื่อน  และเมื่อกินปลากันเสร็จ เอ็มก็น้ำปลาที่ตกได้มาค่อยๆ ปิ้งรอไว้ก่อน  ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็ตกปลากันอย่างตั้งใจ

 

        พอตกดึกอากาศเริ่มเย็นขึ้น  เอ็มจึงก่อกองไฟเพิ่มไปไว้ใกล้ๆ ตรงที่เพื่อนๆ เขากำลังตกปลา  ตอนนั้นจุ่นรู้สึกง่วงจึงขอเข้าไปนอนพักในเต็นท์สักงีบ  อยู่ๆ ก็มีเสียงหมาหอนดังขึ้นมาจากท้ายน้ำ  ก็ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจเพราะตั้งแต่หัวค่ำไม่ได้ยินเสียงหมาเลย แต่ตอนนี้กลับเหมือนมีเสียงเหมือนหมาทั้งฝูงมายืนหอนอยู่  บิ๊กจึงเอาไฟฉายส่องไปดูตรงท้ายน้ำเห็นเหมือนร่างคนเป็นเงาๆ สามสี่คนกำลังเดินตรงมาทางพวกเขา  ซึ่งในตอนแรกพวกเขาก็คิดว่าคงเป็นพวกที่มาตั้งแค้มป์เหมือนกัน  แต่เมื่อเงานั้นเดินมาใกล้ๆ ทำให้พวกเขาต้องตกใจขวัญผวา  เพราะแต่ละคนมีสภาพร่างกายที่เน่าเละ น่ากลัวมาก พวกเขารีบทิ้งเบ็ดวิ่งหนีกันทันที  โป้ได้เข้าไปในเต้นเพื่อปลุกจุ่นออกมา แต่เห็นจุ่นนอนตาเหลือก อยู่ในเต็นท์ แล้วพูดเบาๆ ว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย” โป้จึงรีบลากจุ่นออกมาจากเต็นท์แล้ว วิ่งลุยน้ำขึ้นฝั่งตามบิ๊กกับเอ็มมาทันที  

 

เมื่อหนีมาพ้นจากตรงนั้นแล้ว พวกเขามานั่งพักในศาลาหน้าวัดที่พอมีแสงไฟสว่าง  โป้ได้ถามจุ่นว่า “เมื่อกี้ตอนอยู่ในเต็นท์มึงเป็นอะไรวะ “

จุ่นก็ตอบว่า “ตอนกูเข้าไปนอนในเต็นท์ พอกูลืมตามากูก็เห็นมีคนมานั่งทับกูอยู่หน้าตาเละดูไม่ได้เลย กูกลัวมา พยายามร้องให้พวกมึงช่วยแต่ก็ไม่มีเสียง จนมึงเปิดเต้นมา”

      พอพูดจบพวกเขาก็มองหน้ากันว่าจะเอายังไงกันดี  จะกลับบ้านตอนนี้ก็ไม่กล้ากลับเพราะไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเจอผีอีกหรือป่าว  พวกเขาจึงตกลงพากันไปนอนหน้ากุฏิหลวงพ่อที่วัด  พอตอนเช้าก็พากันกลับบ้าน และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าไปตั้งแค้มป์ตกปลากันที่ฝายเก่าแห่งนั้นอีกเลยก