ผ่านมาหลายปีก็ยังจำเรื่องนี้ไม่เคยลืมเพราะเป็นเหตุการณ์เดียวที่ประหลาดใจจนจำได้แม้ผ่านมานานแล้ว 

ผมจำได้เมื่อราวๆปี 2544 อยู่ปี 1 ในมหาลัย จำได้ว่าเป็นงานออกค่ายที่จังหวัดราชบุรีเสร็จแล้วเราไปพักที่นึงคือเอาจริงๆผมเองก็ไม่แน่ใจว่าสถานที่นั้นยังมีอยู่หรือเปล่าเพราะไปหาดูตอนนี้ก็เทียบไม่ได้จำได้แค่ว่าที่ๆเราไปพักมันมีลานกว้างๆให้ตั้งเต็นท์ใหญ่ๆ มีบ่อน้ำร้อนเล็กๆแล้วมีลำธารอยู่ใกล้ๆ รอบๆมีป่าใหญ่ที่เวลามีลมพัดจะได้ยินเสียงใบไม้ตีกันอยู่เป็นระยะ พอเมื่อหลังจากที่พวกเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันแล้วก็มากินข้าวและมาพักผ่อนที่นี่เพื่อจะทำกิจกรรมตอนเช้าแล้วก็กลับเข้ากรุงเทพฯ

หลังจากกินข้าวเสร็จเขาก็ให้พักผ่อนตามอัธยาศัย คนบางกลุ่มก็ไปลงเล่นน้ำร้อนในบ่อเล็กๆ คนบางกลุ่มก็นั้งคุยกันที่หน้าเต็นท์ ส่วนผมเองนั้งคุยกับเพื่อนถึงเรื่องเขียนรายงานว่ามาออกค่ายทำอะไรบ้างก็นั้งเขียนอยู่หน้าเต็นท์ มีเพื่อนคนนึงเดินมาบอกผมว่ายืมซาวด์อะเบ้าท์หน่อยสิว่าจะเดินไปนั้งริมลำธารนั้งรับลมสักหน่อย (สมัยนั้นยี่ห้อที่ฮิตมากก็คือ aiwa ผมเองยังเก็บไว้อยู่จนถึงตอนนี้)

Advertisement

Advertisement

ด

ผมก็เลยบอกว่าเดี่ยวผมขอเข้าห้องน้ำแปปเดี่ยวผมตามไปพอผมเข้าห้องน้ำเสร็จพอดีเจอเพื่อนอีกสองคนก็เลยชวนไปเดินเล่นด้วยกัน พวกเราทั้งสามคนก็เลยไปที่ลำธารคือเอาจริงๆที่ผมจำได้คือมันมีทางเดินทางเดียวกลางป่ามีเส้นทางเดินของชาวบ้านเขาทำไว้เพื่อไปลำธารได้เลยจากจุดตั้งเต็นท์มานิดหน่อย ระหว่างเดินไปก็ผ่านป่าใหญ่ที่มีเสียงแค่ใบไม้โดนลมพัดเบาๆเพราะว่ามันเงียบมาก ลมเย็นๆพัดมาทำให้รู้สึกเย็นๆสบายแต่มีแค่แสงของไฟฉายเล็กๆทำให้บรรยากาศดูวังเวง ใจจริงรู้สึกแอบกลัวนิดๆเพราะถ้าเผลอมองไปทางต้นไม้ก็จะรุ้สึกแปลกๆแต่ที่กังวลอีกหน่อยก็คือกลัวมีแมลงหรืองูอีก

Advertisement

Advertisement

พอพวกเราก็เดินขึ้นไปจนถึงลำธารปรากฏว่าไม่เห็นใครเลยซึ่งมันก็แปลกมากเพราะเพื่อนก็บอกว่าจะมาที่ลำธาร พวกเราลองพยายามลองฟังก็ไม่ได้ยินเสียงคนคุย ไม่ได้ยินเสียงเพลงใดๆไม่เห็นแสงไฟใดๆซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะมันเงียบมากๆได้ยินแต่เสียงใบไม้สีกันเพราะลมมันแรง เรามองหน้ากันเพื่อนเองก็บอกว่าเขาไปตรงอื่นหรือเปล่านะ ผมก็บอกว่ามันไม่น่าใช่นะเพราะถ้าไปเราก็ต้องยังได้ยินอยู่สิเพราะลานมันอยู่แค่นี้ไปลึกๆมันก็มืดไปมั้ง ตอนแรกนึกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจไปนั้งฟังเพลงจุดอื่น สมัยนั้นยังไม่มีมือถือมีแต่ pct มันก็โทรหาไม่ได้ พวกเราสามคนเลยเดินกลับลงมาที่เต็นท์เพราะว่าความรู้สึกไม่ดีแล้ว 

ตอนเดินกลับเต็นท์เจอเพื่อนพวกที่ลงไปเล่นน้ำร้อนก็เลยถามว่าเห็นพวกนี้ใหมไปที่ลำธารแล้วไม่เจอ เขาก็บอกว่าไม่เห็นนะ ตอนนี้เอาจริงๆคือรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกันก็เลยคิดว่าเดี่ยวลองไปนั้งรอที่เต็นท์ก่อนถ้าไม่เห็นจะบอกอาจารย์แล้วเพราะเมื่อก่อนเรื่องลักพาตัวคนไปตามชายแดนมันมีข่าวเยอะทำให้คิดไปเรื่อยอาจจะเพราะบรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไรแล้ว

Advertisement

Advertisement

สักพักนึงก็เพื่อนคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับที่จะไปลำธารก็เดินผ่านมา ผมก็ถามว่า

"อ้าวไปใหนมา" 

เขาก็บอกว่า

"ก็ไปลำธารไง " "เมื่อกี้เห็นไปแล้วกลับมาทำอะไร "

ผมก็บอกว่า

"ก็เดินไปหาไม่เห็นจะเจอใคร "

เขาก็บอก

"ตลกแล้วก็เห็นเดินกลับมายังไม่ทัน เดี่ยวมาๆเอาขนมในกระเป๋าแปปนึง" 

พวกเรามองหน้ากันเพราะพวกเราก็งงว่าพูดอะไรเพราะเราก็ไปมาแล้วไม่เจอใครเลยก็เลยกลับมา พวกเราสามคนก็เลยสงสัย ยังนั้งคุยกันอยู่ว่าเขาล้อพวกเราเล่นหรือเปล่าก็เมื่อกี้พึ่งไปแล้วก็ไม่เห็นมีใคร พวกเราสามคนเลยกลับไปอีกรอบพร้อมๆกับเพื่อนอีกคนที่มาเอาขนม มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกคือรอบนี้เราไปลำธารรอบนี้เราได้ยินเสียงเพลงกับเพื่อนอีกหลายคนนั้งกินขนมอยู่ เราก็เลยถามเพื่อนว่าอยู่นี่เหรอเมื่อกี้มาไม่เห็น เขาก็บอกว่าอยู่นานแล้วนะเมื่อกี้ตอนมาเอาขนมยังเห็นพวกเราสามคนเดินกลับมาอยู่เลย ตอนแรกนึกว่าลืมอะไรซะอีก พยายามเรียกแล้วก็ไม่หันเลย อุตสาห์บอกให้รอทั้งๆที่เราไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่ามีคนเรียก พอได้ยินแบบตอนนั้นก็คือแอบกลัวเพราะเรายังนึกไม่ออกว่าตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา พวกเรากำลังเจอกับอะไร ?

จากเรื่องนี้บางคนก็บอกว่าเดินเข้าป่าตอนกลางคืนไม่ขอเจ้าป่าเจ้าเขาบ้าง บางคนก็บอกว่าก็อาจจะเดินหลงทางเองเฉยๆหรือไม่แน่ทางเดินไปลำธารมันอาจจะมีหลายทางเข้าก็ได้แต่เพื่อนคนที่ลงมาเอาขนมเลือกทางเดียวกับเรา ที่แน่ๆคือผ่านมาหลายปีแล้วยังเป็นเรื่องที่ผมยังจำได้อยู่ตลอดเพื่อนผมก็ยังไม่ลืมเพราะมันเป็นเหตุการณ์แปลกๆที่เจอพร้อมกัน 3 คนซึ่งจนตอนนี้ เวลาเอาเรื่องนี้มาคุยกันก็ยังเป็นเรื่องแปลกมากอยู่ดี