วันนี้เป็นวันแรกที่เป้ได้เข้ามาบวชเป็นพระในวัดป่าแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในชุมชนเล็ก สาเหตุที่เขาเลือกที่จะมาบวชที่วัดนี้ก็เพราะว่า เห็นว่าเป็นวัดเล็กๆ ห่างไกลจากตัวเมืองและเทคโนโลยี น่าจะทำให้เขามีสมาธิในการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี  และเขาก็ชอบในความเป็นธรรมชาติของวัดที่นี่มาก  พอตกเย็นหลังจากที่ทำวัตรเสร็จแล้ว หลวงพี่ดำก็พาพระเป้เข้าไปดูกุฏิ ที่เป็นห้องโล่งๆ มีแค่เตียงไม้เล็ก กับพัดลมหนึ่งตัว ไม่มีเครื่องใช้สอยอะไร  ซึ่งพระเป้ก็พอใจกับห้องที่หลวงพี่ดำจัดไว้ให้เพราะดูแล้วสมถะดี 

 

              หลังจากดูห้องแล้วหลวงพี่ดำได้บอกกับพระเป้ว่า “ผมบอกท่านไว้ก่อนนะครับว่าเตียงไม้ในห้องนั้นทำจากไม้ฝาโลง ถ้าท่านไม่สบายจะให้ลูกศิษย์มายกออกไปไว้ที่อื่น แล้วนอนกับพื้นเอา” พระเป้จึงบอกว่า “ไม่เป็นไรครับหลวงพี่ ผมเป็นคนไม่กลัวและไม่เชื่อเรื่องผี ผมนอนได้ครับ”  เมื่อได้ยินดังนั้นหลวงพี่ดำจึงตอบรับและปล่อยให้พระเป้ได้พักผ่อน  

Advertisement

Advertisement

 

                ตกเวลากลางคืนหลังจากที่พระเป้สวยมนต์เสร็จเตรียมจะเข้านอน ก็ได้นำผ้ามาปูรองไว้บนเตียง และนอนหลับไปขณะที่หลับพระเป้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้พระเป้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก คืนนั้นฝนตกหนักมากไม่แน่ใจว่าฝนตกมาตอนไหน พระเป้เปิดหน้าต่างไว้ทำให้น้ำฝนกระเด็นเข้ามาในห้อง พระเป้จึงลุกขึ้นมาปิดหน้าต่างแล้วลงไปนอนต่อ  แต่พระเป้ก็ไม่ได้นอนหลับสนิทนักรู้สึกเหมือนมีใครมานอนเบียดอยู่ตลอดเวลา และมีกลิ่นเหม็นสาบเหมือนอะไรตาย ในใจก็ได้แต่คิดคงมีหนูมาตายใต้เตียง  พอรุ่งเช้าพระเป้ตื่นมาบิณฑบาตก็ยังรู้สึกได้กลิ่นเหม็นสาบอยู่ตลอด แม้กระทั้งพระรูปอื่นๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเหมือนกัน ซึ่งกลิ่นนั้นออกมาจากตัวหลวงพี่เป้ 

Advertisement

Advertisement

 

                 หลวงพี่ดำจึงถามหลวงพี่เป้ว่า “ท่านไปทำอะไรมาหรือถึงได้มีกลิ่นเหม็นติดตัวมาแบบนี้”  พระเป้ก็ตอบไปว่า “ไม่รู้เหมือนกันครับหลวงพี่ ผมรู้สึกเหม็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”  พอพูดจบหลวงพี่ดำจึงขอเข้าไปดูให้ห้องหลวงพี่เป้ และเห็นว่าเตียงที่พระเป้ใช้นอนนั้นมีน้ำเหลืองของศพเยิ้มออกมาจนเปื้อนผ้าปูที่รองไว้ ทำให้น้ำเหลือมาเปื้อนตัวของพระเป้ตอนที่นอนเมื่อคืน  หลวงพี่ดำจึงบอกกับพระเป้ว่า “หลวงพี่ว่าท่านเอาเตียงไปให้นอกห้องดีกว่า เพราะเมื่อคืนฝนตกหนักอากาศชื้นจึงทำให้น้ำเหลืองเยิ้มออกมา  กลิ่นสาบถึงได้ติดตัวท่าน แต่ไม่ต้องกลัวนะท่านไม่มีอะไร พวกกลิ่นน้ำเหลืองศพอาบน้ำล้างตัวสักสองวันก็หาย แต่เดี๋ยวพี่จะพาไปให้หลวงพ่ออาบน้ำมนต์ให้  เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดีมารบกวน”  พอพูดจบหลวงพี่ดำก็พาพระเป้ไปให้หลวงพ่ออาบน้ำมนต์ให้ 

Advertisement

Advertisement

 

                 วันต่อมาได้มีพระมาบวชใหม่ พร้อมกับมีลูกศิษย์มาด้วยสองคน ห้องที่พระใหม่มาพักอยู่ติดกันกับห้องของพระเป้ พอเห็นเตียงวางอยู่หน้าห้องจึงคิดว่า พระในวัดเตรียมไว้ให้ตนจึงให้ลูกศิษย์ยกไปไว้ในห้อง  พระใหม่ให้ลูกศิษย์นอนรวมอยู่ในห้อง โดยพระใหม่นอนบนเตียงและลูกศิษย์นอนกับพื้น

 

                 พอตกดึกหลังจากที่ทุกคนเข้านอนหมดแล้ว พระเป้ได้ยินเสียงดังกึกกักมาจากห้องของพระใหม่ สักพักก็มีเสียงร้องโวยวาย  พระเป้จึงลุกออกมาดู  เห็นลูกศิษย์และพระใหม่วิ่งลนลานออกมาจากห้อง พระเป้จึงถามว่าเป็นอะไร  พระใหม่จึงเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่ตอนแรกก็รู้สึกเหมือนมีคนมาดึงขาจนตกเตียง ก็คิดว่าลูกศิษย์แกล้ง  พอกำลังจะหันไปต่อว่าลูกศิษย์ ก็ลูกศิษย์ทั้งสองแหกปากตะโกนร้องลั่น เพราะเห็นผีหน้าเละนั่งอยู่บนเตียง จึงพากันวิ่งออกมา”  จากนั้นพระทั้งวัดก็พากันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นพอได้รู้เรื่องราวจึงช่วยกันยกเตียงลงไปไว้ใต้ศาลา พอรุ่งเช้าจึงนำเตียงไปเผาในป่าช้าเพื่อไม่ให้ผีหรือวิญญาณมาสิงอีกต่อไป