พจน์กำลังนั่งเย็บแหอยู่หน้าบ้าน เขาได้ยินเสียงทิดหวังมายืนตะโกนเรียกอยู่ริมรั้ว เขาจึงเรียกให้ทิดหวังเดินเข้ามาพร้อมกับถามว่า มีอะไรเพื่อน มาซะเย็นเชียว

ทิดหวังได้ตอบว่า คืนนี้ว่าจะชวนไปส่องกบ ที่ท้ายนา ฝนพึ่งจะตกใหม่ ๆ กบกับลังขึ้นมาเล่นฝน

พจน์จึงตอนไปว่า ได้สิ อย่างนั้นเดี๋ยวตอนค่ำ ๆ ข้าไปหาเอ็งที่บ้านแล้วแล้วกัน

จากนั้นทิดหวังจึงเดินกลับไปรอที่บ้านของคน ส่วนพจน์ก็เตรียมอุปกรณ์การส่องกบแล้วไปหาทิดหวังในตอนค่ำ  เมื่อพจน์ไปถึงบ้านทิดหวัง พจน์ก็ถามทิดหวังว่า “ทำไม่ชวน ทิดส่งมาด้วยแหล่ะ

ทิดหวังก็ตอบว่า ไปหาที่บ้านไม่เจอ ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไม่เห็นหน้าเห็นตาหลายวันแล้ว

พจน์จึงพูดว่า แปลกนะ ปกติทิดส่งไม่ค่อยออกไปไหน สงสัยติดสาวแน่ ๆ

หลอน                                                              ที่มาภาพจากด https://pixabay.com/th/photos

Advertisement

Advertisement

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปที่ทุ่งปลายนา พวกเขาได้ยินเสียงกบร้องระงม  จึงพากันเดินไปตรงโคกที่อยู่กลางทุ่ง ซึ่งบนโคกก็จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเป็นหย่อม เหมือนกับภูเขาลูกเล็ก ๆ พวกเขานำอุปกรณ์วางไว้ที่ชายโคกแล้วจุดไฟไว้เพื่อไล่งู จากนั้นก็เดินย่ำส่องกบทันที  โดยใช้ฉมวกเป็นอาวุธและใช้ไฟฉายครอบไว้ที่หัวเพื่อการส่องนำทาง หากไฟฉายส่องไปเจอกบพวกเขาก็จะใช้ฉมวกแทงไปอย่างแม่นยำ 

พวกเขาส่องกบไปได้สักพักก็เห็นคนเดินถือไฟฉายมาไกล ๆ พวกเขายืนมองจนเจ้าไฟฉายเดินเข้ามาใกล้ ๆ จึงเห็นว่าเป็นทิดส่ง ทิดหวังพูดทักว่า ทิดส่งนั่นเองนึกว่าใคร หายไปไหนมาไม่เห็นหน้าเห็นตา เมื่อกลางวันไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ

ทิดส่งจึงตอบว่า “พอดีมีธุระนิดหน่อยเลยไม่ได้อยู่บ้าน

พจน์จึงบอกว่า มาก็ดีแล้วจะได้ช่วยกันแทงกบ ฝนตกใหม่ ๆ ที่นี่กบชุมมากพวกเราแทงได้หลายตัวแล้ว

Advertisement

Advertisement

ทิดหวังสังเกตเห็นหน้าทิดส่งดูซีด ๆ จึงทักไปว่า เอ็งไม่สลายรึป่าวดูหน้าซีด ๆ นะ

ทิดหวังก็ตอบมาว่า ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เราส่องกบกันต่อเถอะ

หลอน                                                         ที่มาภาพจากด https://pixabay.com/th/photos

จากนั้นทั้งสามต่างคนต่างก็ส่องกบไปเรื่อย ๆ จนพจน์รู้สึกเหนื่อย และเดินไปนั่งพักที่กองไฟที่ก่อไว้บนชายโคก ซึ่งเขาก็ได้นำกบที่แทงได้มาย่างไว้เผื่อเพื่อน ๆ หิวจะได้มากินกัน  ระหว่างที่ย่างกบอยู่นั้น พจน์ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าของอะไรบางอย่างออกมาจากป่าในโคก เขาลองส่องไฟฉายเข้าไปดู เห็นเหมือนมีเงาดำ ๆ ห้อยอยู่ใต้ต้นไม้ เขาจึงเดินย่องเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็ต้องตกใจจนหงายหลัง  เพราะเห็นร่างของทิดส่งแขวนคอห้อยอยู่บนต้นไม้สภาพเริ่มเน่าอืดจนเหม็นคลุ้ง  พจน์รีบวิ่งออกมาด้วยความตกใจ เขาเห็นทิดหวังกำลังยืนคุยกับทิดส่งอยู่ จึงตะโกนเรียกทิดหวังจนเสียงดังลั่นทุ่ง  ทิดหวังได้ยินจึงเดินไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น  ซึ่งทิดส่งก็ทำท่าจะเดินมาด้วย  แต่พจน์ก็ตะโกนมาว่า ทิดส่งไม่ต้องมารออยู่ต้องนั้นก่อนให้ทิดหวังมาคนเดียวพอ

Advertisement

Advertisement

เมื่อทิดหวังเดินมาถึงก็ถามพจน์ว่าเกิดอะไรขึ้น พจน์จึงตอบด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจว่า ทิดส่งเป็นผี ข้าไปเจอเขาผูกคอตายอยู่ใต้ต้นไม้

ทิดหวังจึงบอกว่า “พูดบ้าอะไร ทิดส่งยังยืนคุยกับเราอยู่เลย

พจน์จึงบอกว่า “ถ้าไม่เชื่อก็เดินเข้าไปดู ทิดหวังจึงเดินเข้าไปดูที่ใต้ต้นไม้รีบวิ่งออกมาทันที

ทั้งสองจึงรีบเก็บของเพื่อวิ่งหนีกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันจะได้วิ่งไปไหน ทิดส่งได้มายืนตรงหน้าพวกเขาทั้งสองแล้ว และได้พูดว่า จะกลับกันแล้วหรือ ยังได้ไม่กี่ตัวเองอยู่ต่ออีกสักพักสิ

หลอน                                                              ที่มาภาพจากด https://pixabay.com/th/photos

ทั้งสองกลัวจนสุดขีดรีบวิ่งผ่าทุ่งหนีกันอย่างสุดชีวิต  เมื่อมาถึงบ้านของทิดหวัง ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปคลุมโปงในบ้านทันที  ระหว่างที่พวกเขาคลุมโปงอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้านทั้งคืน ซึ่งก็น่าจะเป็นเสียงของทิดส่งนั่นเอง

พอรุ่งเช้าทั้งสองได้ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านว่าทิดส่งผูกคอตายที่โคกกลางทุ่ง  เมื่อผู้ใหญ่บ้านพาตำรวจไปดูก็เห็นศพของทิดส่งในสภาพที่เน่าเฟะ จึงนำศพของทิดส่งไปทำพิธีที่วัด  จากนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ที่โคกนั้นตอนกลางคืนอีกเลยเพราะกลัวความเฮี้ยนของผีทิดส่งนั่นเอง