เย็นวันหนึ่งกลุ่มเด็กย่างเข้าวัยรุ่น 6 คนนั่งคุยกันอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในลานวัด ซึ่งเป็นกิจวัตรที่เด็กกลุ่มนี้มักจะทำกันเป็นประจำ หนุ่ยหัวโจกได้เอ่ยปากชวนเพื่อนๆ ว่าอยากจะลองไปพิสูจน์ผีที่อนามันร้างท้ายมหมู่บ้าน เห็นเขาลือกันว่ามีผีอยากจะรู้ว่ามีจริงรึป่าว ส้มที่เป็นผู้หญิงห้าวในกลุ่มก็รีบพูดเสริมก็มาว่า "ก็น่าลองนะ ตื่นเต้นดี " ส่วนต๋องที่เป็นคนขี้กลัวที่สุดในกลุ่ม ก็พูดว่า "จะดีหรอเพื่อน ตอนกลางคืนที่นั่นมันน่ากลัวมากเลยนะ" แต่คำพูดของต๋องก็ไม่ได้มีผลอะไรเพราะทุกคนในกลุ่มก็พร้อมจะไปพิสูจน์ผีกันในคืนนี้ ซึ่งต๋องก็จำใจต้องไปด้วย

 

      พอถึงเวลาค่ำเด็กๆ ได้นัดเจอกันที่หน้าบ้านของหนุ่ย และพากันขี่จักรยานไปที่อนามัยร้างแห่งนั้นทันที ทุกคนมีไฟฉายติดตัวกันคนละกระบอก อนามัยร้างแห่งนี้จะอยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านสักหน่อย เนื่องจากปล่อยร้างมานานทางเข้าจึงเปลี่ยวและมืดมาก ปกติก็ไม่ค่อยมีคนผ่านเข้าไปแถวนั้นอยู่แล้ว ทันทีที่เด็กไปถึงก็จอดรถจักยานไว้ที่หน้าทางเข้าอนามัย  เด็กๆ บางคนเริ่มกลัวเล็กน้อยเพราะบรรยากาศมันก็ดูน่ากลัวจริงๆ โต้งจึงถามหนุ่ยว่า "พวกเราแน่ใจจริงๆ ใช่ไหมที่จะเข้าไป" หนุ่ยจึงตอบว่า " ก็แน่สิมาขนาดนี้แล้ว เราต้องไปพิสูจน์ดูว่ามีผีจริงหรือป่าว" ต๋องจึงแทรกขึ้นมาอย่างกลัวๆว่า "แล้วเราจะมีพิสูจน์กันเพื่ออะไรหรอเพื่อน" ส้มจึงพูดขึ้นมาว่า "โถ่ต๋องเอ็งนี่ปอดแหกจริงๆ ที่ไหนมีผีเขาก็จะมีคนใจกล้าอย่างพวกเราไปพิสูจน์กันทั้งนั้นแหล่ะ" หนุ่ยก็พูดขึ้นมาอีกว่า "ใช่ส้มพูดถูก และเราก็จะพิสูจน์ว่าพวกเราไม่กลัววอะไร" จากนั้นทุกคนก็เตรียมพร้อมที่และค่อยๆ เดินเข้าไปข้างในตัวอาคารของอนามัย โดยจอดจักยานทิ้งไว้ที่ปากทางเข้า

Advertisement

Advertisement

 

       เมื่อเดินเข้ามาถึงตัวอาคาร ต๋องก็กลัวจนตัวสั่นแต่ก็ใจแข็งเดินตามเพื่อนๆ มา  อนามัยนี้มีสองอาคาร เป็นอาคารสองชั้น และมีบ้านพักเจ้าหน้าที่อยู่ด้านหลัง เด็กๆ ตกลงกันว่าจะขึ้นไปที่อาคารหลังแรกก่อน พอขึ้นไปถึงมุกเด็กหญิงอีกคนในกลุ่มส่องไปฉายเข้าไปในห้องบนชั้นสองแล้วเรียกให้เพื่อนคนอื่นดู "พวกเราดูตรงมุมห้องนั่นสิใช่คนรึป่าว" ทุกคนก็รีบมาดูแต่ไม่เห็นมีอะไร  หนุ่ยจึงส่องไฟฉายลงไปด้านหลังอาคาร ฝั่งที่เป็นบ้านพักเข้าหน้าที่ ที่เป็นเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพผุพัง แล้วเห็นเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น จึงพากันลงไปดู แต่ต๋องไม่ยอมไปด้วย เพราะกลัวจึงขอยืนรออยู่ใต้อาคารหลังแรก พอไปถึงตรงนั้นก็เริ่มมีเสียงหมาหอนไม่รู้ดังมาจากที่ไหน เป้าก็ส่องไฟเข้าไปในห้องของบ้านพักแล้วบอกเพื่อนๆ ว่า "เพื่อนๆ ข้าว่าเรากลับกันดีกว่าท่าจะไม่ค่อยดีแล้ว" หนุ่ยก็ถามว่า "ทำไมอยู่ดีๆปอดแหกขึ้นมาอีกคนหรอ" เป้าก็ตอบว่า "เมื้อกี้ข้าเห็นคนอยู่ในห้องว่ะต้องเป็นผีแน่ๆ" หนุ่ยได้ยินดังนั้นจึงบอกว่า "งั้นเดี๋ยวกูจะเข้าไปดูพวกมึงรออยู่หน้าประตูนะ" จากนั้นหนุ่ยก็เดินเข้าไปส่องไฟไปรอบๆห้องแต่ก็ไม่เห็นอะไร แต่เมื่อหันหลังกลับมาหาเพื่อน ก็ทำให้หนุ่ยต้องตกใจจนแทบช๊อค เมื่อเห็นร่างของผู้หญิงชุดขาวร่างเต็มไปด้วยเลือดยืนรวมอยู่ในกลุ่มเพื่อนของตัวเอง

Advertisement

Advertisement

 

        หนุ่ยตกใจรีบกระโดดร้องตะโกน "หนีเร็วผีหลอก" เพื่อนๆ ต่างยืนงง เพราะยังไม่มีใครเห็นอะไร แต่เมื่อมุกเงยหน้าขึ้นไปบนอาคารก็เห็นร่างผู้หญิงใส่เสื้อผ้าโทรมๆ แขวนคอห้อยอยู่บนอาคาร เธอได้ร้องกรี๊ดพร้อมกับชี้ให้เพื่อนๆ ทุกคนดู เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งหนีออกจากที่นั่นทันที ส้มเห็นต๋องยืนนิ่งอยู่ใต้อาคารจึงคว้าแขนต๋องวิ่งออกมาด้วย พอวิ่งมาถึงที่จอดรถจักรยาน ทุกคนเห็นต๋องยืนคล่อมจักรยานรออยู่ที่รถ ทำให้ส้มและเพื่อนๆ ต้องผงะ เพราะเมื่อกี้ส้มจูงต๋องวิ่งมาด้วย แต่ถ้าต๋องยืนอยู่ตรงจักรยานแล้วคนที่ส้มลากมาด้วยคือใคร จึงหันไปมองปรากฏว่า เป็นร่างของเด็กรุ่นเดียวกัน ไม่มีลูกตา หน้าซีดเซียว ยืนจ้องหน้าส้มอยู่ เห็นดังนั้นส้มจึงร้องกรี๊ดรีบปล่อยมือ ทุกคนพากันคว้าจักรยานปั่นกลับบ้านกันอย่างสุดกำลัง  ระหว่างที่ปั่นจักรยานตามกันมา ส้มได้ตะโกนถามต๋องว่า "ต๋องเอ็งออกมาตอนไหนว่ะ ทำไมพวกข้าไม่รู้ " ต๋องจึงตอบว่า "ก็ข้าเห็นไอ้หนุ่ยมันตะโกนว่าผีหลอก ข้ากลัวก็เรยรีบวิ่งออกมาก่อน แล้วพวกเอ็งก็วิ่งตามมา"

         คืนนั้นทุกคนไปนอนรวมกันที่บ้านหนุ่ยไม่มีใครกล้ากลับบ้าน และหลังจากวันนั้นเด็กกลุ่มนี้ก็ไม่กล้าชวนกันท้าพิสูจน์ผีอีกเลย