เมื่อนึกถึงจังหวัดราชบุรี สิ่งแรกที่พวกเราคุ้นเคยคงไม่พ้นโอ่งมังกรที่เป็นสัญลักษณ์มาช้านาน แต่หากใครได้เข้ามาสัมผัสเมืองราชบุรี หลายๆคนก็อาจจะสะดุดตากับอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ตั้งอยู่บนถนนวรเดช ริมแม่น้ำแม่กลอง ใจกลางเมืองราชบุรี ปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 ซึ่งในอดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลราชบุรี และศาลากลางจังหวัดราชบุรีในสมัยต่อมา    

                อาคารศาลากลางจังหวัดราชบุรีหลังเดิม สร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2465 ตรงกับสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตกที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5-6           

                ลักษณะอาคารพิพิธภัณฑ์มีสีชมพู ลักษณะโดดเด่น ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับจังหวัดราชบุรี ในทุกแง่มุม ทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งยังเป็นสถานที่เก็บวัตถุล้ำค่าประจำเมืองราชบุรีอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

               การจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารจะเน้นเรื่องราวของท้องถิ่น โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 เรื่อง ได้แก่

              1. สภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยาของจังหวัดราชบุรี

              จัดแสดงแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติประเภท ดิน หิน แร่ธาตุและรูปจำลองลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

              2. ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของจังหวัดราชบุรี

              จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบในจังหวัดราชบุรีเรียงตามยุคสมัย เริ่มจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราชบุรีในวัฒนธรรมทวารวดี ราชบุรีในวัฒนธรรมเขมร ราชบุรีในสมัยสุโขทัย-ธนบุรี ราชบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์

Advertisement

Advertisement

              3. เผ่าชนชาติพันธุ์วิทยาของจังหวัดราชบุรี 

              จัดแสดงเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดราชบุรี ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์เป็นลักษณะเด่นของจังหวัด

              4. มรดกดีเด่น แบ่งการจัดแสดงออกเป็นหัวข้อต่างๆ คือ มรดกดีเด่นทางวัฒนธรรม มรดกดีเด่นทางธรรมชาติ และบุคคลสำคัญ

              5. ราชบุรีในปัจจุบัน จัดแสดงนิทรรศการเรื่อง ราชบุรี ราชสดุดี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ต่อเมืองราชบุรี 

             

บรรยากาศภายนอกอาคารพิพิธภัณฑ์           มรดกล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์

                                   พระแสงราชศาสตราประจำมณฑลราชบุรี เป็นของสำคัญคู่เมืองราชบุรีที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้แก่ จางวางตรี หม่อมเจ้าสฤษดิเดช ชยางกูร ผู้ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรีคราวเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลราชบุรีและเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2459 เป็นสมบัติล้ำค่าของชาวราชบุรี และยังเป็นต้นแบบของตราประจำจังหวัดราชบุรีอีกด้วย เนื่องจากพระแสงราชศาสตราถือเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ สมกับเป็นเมืองแห่งพระราชา 

Advertisement

Advertisement

                                   ธรรมเนียมการพระราชทานพระแสงราชศาสตรานี้ เริ่มต้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นของที่ระลึกแก่หัวเมืองต่างๆ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนและประทับแรม และให้ถือเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์และใช้สำหรับประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ผู้ใดได้รับพระราชทาน คือ ผู้มีสิทธิ์อำนาจในการปฏิบัติราชกิจแทนพระองค์

                                   ลักษณะของพระแสงราชศาสตราประจำมณฑลราชบุรี เป็นดาบไทยมีความยาว 103 เซนติเมตร ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ตัวดาบทำด้วยเหล็กอย่างดี บริเวณกึ่งกลางจารึกคำว่า มณฑลราชบุรี ด้ามจับทำด้วยทองคำลงยาราชาวดี  ปลายด้ามเป็นรูปจุฑามณี ฝักดาบเป็นไม้หุ้มทองคำสีดอกบวบ สลักลวดลายสภาพภูมิประเทศของมณฑลราชบุรีในสมัยนั้น โคนฝักดุนลายทั้ง 2 ด้าน ปลายฝักลงยาราชาวดีเป็นรูปจุฑามณีเช่นเดียวกับปลายด้าม

พระแสงราชศาสตราประจำมณฑลราชบุรี

 


                           พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยอยุธยา พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปโบราณที่ทางพิพิธภัณฑ์จะนำออกมาให้ประชาชนสักการะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น

มารวิชัย


                            พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี คือหนึ่งในประติมากรรมชิ้นสำคัญที่พบในโบราณสถานจอมปราสาท ในเมืองโบราณโกสินารายณ์ ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแม่กลอง ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สันนิษฐานว่า คือเมือง ศัมพูกปัฏฏนะ ตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์ ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 

โพธิสัตว์


                          พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น.  ค่าเข้าชม คนละ 20 บาท นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ฟรี  สนใจเข้าเยี่ยมชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 032-321513