วันนี้จะพาไปลองชิมร้าน "ติ่มซำ" ที่ จังหวัดราชบุรี วิธีการไปของเราครั้งนี้คือ “รถไฟไทย” นี่ละค่ะ บ้านเราอยู่ฝั่งธนฯ หรือใคร ๆ รู้จักในนาม กรุงธนบุรีนั่นหล่ะค่ะ เราเลยไปขึ้นรถไฟที่สถานีธนบุรี หรือสถานีบางกอกน้อยเดิม ที่ที่โกโบริและอังศุมาลิน ร่ำลาสารภาพรักกันในหนังเรื่อง “คู่กรรม” นั่นละค่ะ ทุกคน 

รถไฟธนบุรีกลับมาที่เป้าหมายของเราดีกว่าค่ะ ด้วยวันว่าง ๆ หาข้อมูลได้ความว่าไป-กลับราชบุรีได้ในวันเดียว เหมาะกับเวลาที่เรามี เราไปถึงสถานีรถไฟธนบุรีประมาณ 6 โมงครึ่ง(ช่วงเช้า) ซื้อตั๋วรถไฟได้เที่ยว 7 โมง 25 นาที ค่ะ ก็นั่งรอไปสักพัก ประมาณ 6 โมง 45 นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ผู้โดยสารขึ้นรถไฟได้ แต่ก็ออกตรงเวลาตอน 7 โมง 25 นาทีค่ะ ค่ารถ 21 บาท 

ของกินบนรถไฟระหว่างทางก็จะมีพ่อค้าแม่ค้า เอาของมาขายเยอะแยะมากมาย เราก็ไม่พลาดที่จะอุดหนุน เปิดด้วย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไม้ละ 5 บาท 4 ไม้ พร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ ตามด้วยข้าวราดแกงใส่ใบตอง 10 บาท พอรองท้องไปพลาง ๆ สักพักตามด้วย ขนมรังผึ้ง อย่างว่าค่ะ กินคาวไม่กินหวานไม่ใช่เรา ฮ่า ๆ ตบท้ายด้วยส้มโอหวาน ๆ 20 บาท ถามว่าอิ่มมั้ย พอประมาณค่ะ อันนี้เล่าคร่าว ๆ เพื่อจะบอกว่า "นั่งรถไฟไม่อดตาย ของถูกและอร่อยด้วย"  ^^ 

Advertisement

Advertisement

ขนมเบื้องเราลงรถไฟที่สถานีสะพานจุฬาลงกรณ์ ถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดประมาณชั่วโมงนิด ๆ พอให้อภัย ลงรถไฟมาได้ข้ามถนนมาฝั่งตลาด ก็เจอคุณยายขนมเบื้อง 20 บาท อร่อยดีค่ะ (ของที่กินบนรถไฟมันย่อยแล้วค่ะ) 

รถพ่วงหลังจากนั้นเราก็คิดว่ามาต่างที่ต่างถิ่น ควรไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักนิด และวัดช่องลม ราชบุรี ก็อยู่ไม่ไกลจากร้านติ่มซำที่เราจะไปเลย มองซ้ายมองขวาเจอกับคุณลุงขี่มอเตอร์ไซค์พ่วง บอกลุงว่าไปส่งวัดช่องลม ลุงคิด 50 บาท จริง ๆ มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างแบบธรรมดาที่ไม่พ่วงนะคะ แต่เราไม่เคยนั่งแบบพ่วงเลยอยากลอง สนุกสนานเข้าโค้งก็เกร็งเท้าจิกเลยค่ะ ฮ่า ๆ

Advertisement

Advertisement

หลวงพ่อแก่นจันทร์พอมาถึงเราก็ขอเบอร์คุณลุงเอาไว้ เผื่อขากลับไม่มีรถรับจ้างผ่านมา จะได้ใช้บริการลุงอีก หลังจากขอพรหลวงพ่อแก่นจันทน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดช่องลม ราชบุรี เป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินตรงมาไม่ไกลจากวัดประมาณ 300 เมตรได้ค่ะ จะเจอกับร้าน "ติ่มซำ อาตี๋โกปี๊" อยู่ทางซ้ายมือ

ร้านอาตี๋โกปี๊หน้าร้านจะมีรูปอาตี๋ตั้งอยู่ค่ะ มีที่นั่งทั้งด้านนอกและด้านใน เราพุ่งเข้าไปด้านในก่อนเลยค่ะ สู้แดดไม่ไหว ร้อนแรงเหลือเกิน มาดูเมนูที่เราสั่งดีกว่าค่ะ 

ชามะนาวร้อน ๆ แบบนี้ต้องการน้ำหวานเย็น ๆ เราสั่งชามะนาวมา 1 แก้ว รสชาติปกติทั่ว ๆ ไป 

ผัดไทตามมาด้วยผัดไทยกุ้งสด เราชอบกินผัดไทยค่ะเลยลองสั่งมา จานนี้เราเฉย ๆ มาก ไม่ว้าวสำหรับเรา อาจจะไม่ใช่เมนูแนะนำของร้าน

Advertisement

Advertisement

บักกุดเต๋ถัดมาเจอกับ “บะกุ๊ดเต๋” อันนี้ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน รสชาติโอเคค่ะ น้ำซุปหอม เนื้อหมูเปื่อย ๆ กินง่าย ซดร้อน ๆ คล่องคอดี

ติ่มซำตามมาด้วยติ่มซำ เราสั่งมา 3 อย่างค่ะ คือ ฮะเก๋า, กะหล่ำปลีห่อกุ้ง, ฝันโก๋ รวม ๆ แล้วอร่อยค่ะ สำหรับติ่มซำพนักงานจะให้รอ 15 นาที เพราะจะเอาอาหารไปอุ่นนึ่งให้ร้อน ๆ แป้งนุ่ม ๆ 

ชาร้อนทางร้านจะมีชาร้อนเสริฟให้ฟรี วันที่เราไปเป็นชาผลไม้ค่ะ หอม ๆ ดี แต่เราชอบกินอะไรเย็น ๆ ก็เลยดื่มไปแค่แก้วเดียว 

บิลค่าเสียหาย 318 บาทค่ะ สรุปในแบบของเรา คือ 

“ผัดไทยกุ้งสด” รสชาติธรรมดา ปรุงเอาเองอยากได้รสชาติแบบไหน ราคาแรงอยู่เมื่อเทียบกับปริมาณและความอร่อย 69 บาท 

ในส่วนของ “บะกุ๊ดเต๋” ราคา 119 บาท ถือว่าโอเคนะคะ น้ำซุปหอมกระดูกหมู ปริมาณพอเหมาะ 

"ติ่มซำ" เราให้ผ่าน เข่งละ 30 บาท แป้งไม่หนาจนเกินไป รสชาติอร่อย ใน 3 เมนูเราชอบ "กะหล่ำปลีห่อกุ้ง" มากที่สุด เราว่ามันได้รสสัมผัสที่ชัดที่สุด 

ส่วนเครื่องดื่ม จริง ๆ ที่คนนิยมจะเป็นพวก ชาเย็น กาแฟเย็น แต่วันที่เราไป คือ อยากดื่มอะไรเปรี้ยว ๆ เย็น ๆ เลยไปจบที่ชามะนาว 

ขากลับเราโทรตามคุณลุงรถพ่วงให้ไปส่งที่สถานีรถไฟราชบุรี คุณลุงก็คิดแค่ 50 บาท อิ่มท้องสบายใจ  นั่งรอรถไฟกลับ กทม. จริง ๆ แล้วราชบุรียังมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเลยค่ะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดของเราเลยได้มาไหว้พระ กินติ่มซำ แต่ก็ดีนะคะได้เปลี่ยนบรรยากาศ เหมือนได้เติมพลังให้ชีวิต ถึงจะเล็กน้อยแต่รู้สึกดี 

ใครอยากลองนั่งรถไฟไปราชบุรี ก็สอบถามรายละเอียดเที่ยวการเดินรถได้ที่ 1690 นะคะ นั่งรถไฟชิว ๆ ถ้ามีเวลาก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ 

ภาพประกอบโดย : ผู้เขียน