Cr. ภาพถ่ายปกจากศมส.

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา คือสถานที่ทำความเข้าใจ รู้จักอยุธยาได้ในเวลาสั้นที่สุด การจัดแสดงที่นี่มีความน่าสนใจตรงที่ใช้แบบจำลองเล่าเรื่องภูมิศาสตร์ของอาณาจักร ให้ภาพของเรือสำเภาจีน เรือเดินทะเลของชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายและสร้างอิทธิพลจนเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในเวลาต่อมา

แบบจำลองเรือสำเภาจีนเราต่างทราบกันว่าพระนครศรีอยุธยาเริ่มสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 1893  เป็นราชธานีที่มีลักษณะเป็นเกาะมีแม่น้ำล้อมรอบเป็นคูเมือง เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในการป้องกันข้าศึก ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางคมนาคมที่เป็นศูนย์รวมของการค้าจากต่างประเทศ บรรดาเรือสินค้าใหญ่น้อยพากันมาชุมนุม ทำให้ในเวลาต่อมาอยุธยาได้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของราชอาณาจักรและภูมิภาค เป็นศูนย์รวมของผู้คนหลายชนชาติ เกาะเมืองอยุธยามีพื้นที่ 12 ตารางกิโลเมตร มีตลาด 70 กว่าแห่ง

Advertisement

Advertisement

การจัดแสดงในอาคาร มีแบบจำลองเรือสำเภาจีนขนาดใหญ่มาก โลดแล่นชวนมอง สะดุดตาแต่แรกเห็น  เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นความร่วมมือกันของไทยกับญี่ปุ่น ในโอกาสครบรอบ 60 พรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นที่ระลึกในมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่นครบรอบ 600 ปี รูปจำลองเรือสำเภาจีนที่จัดแสดง จึงได้สร้างตามรูปเขียนของญี่ปุ่น และความเกี่ยวพันของที่นี่อีกอย่างหนึ่งก็คือ บริเวณนี้แต่เดิมเคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ตำบลเกาะเรียน 

เรือสินค้าที่เข้าอยุธยายังมีเรือคาร์แรทของสเปน โปรตุเกส เรือแกลลิออนฮอลันดา เรือเดินทะเลเหล่านี้ เป็นเรือพาณิชย์นาวีในการค้าขายกันในยุคสมัยนั้น 

เรือพานิชย์หลายชาติสินค้าส่งออกของอยุธยาที่ขายยังต่างประเทศ ได้แก่ ข้าว หมากพลู ฝ้าย กระวาน กานพลู ไม้กฤษณา ทองคำ เงิน พลอย ดีบุก เครื่องถ้วยชามสังคโลก เครื่องปั้นดินเผา และของป่าต่าง ๆ ส่วนสินค้าที่นำเข้าจากเรือของต่างชาติได้แก่ ผ้าแพร ผ้าลูกไม้ เครื่องหอม ถ้วยชาม เครื่องกระเบื้องญี่ปุ่น ใบชา สุรา กระดาษ เครื่องแก้ว อาวุธปืน เหล็ก ทองแดงแท่ง เครื่องมือช่าง

Advertisement

Advertisement

สมัยอยุธยาได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศในแถบเอเชีย ได้แก่ญี่ปุ่น จีน อินเดีย-เปอร์เซีย แล้วยังมีทางโปรตุเกสที่ส่งทูตมา ยังมีการติดต่อกับทางยุโรป ทำให้มีการนำวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาสร้างป้อมปราการ และมีการสร้างพัฒนาอาวุธให้ทันสมัยขึ้น

อีกมุมน่าสนใจคือ แบบจำลองทัศนียภาพของอยุธยา ผู้เข้าชมจะเหมือนกับกำลังอยู่บนป้อมเพชร แล้วมองลงไปเห็นแม่น้ำ 3 สายไหลมาบรรจบกันได้แก่ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำเจ้าพระยา ริมฝั่งน้ำบริเวณนี้เป็นชุมชนชาวจีน ป้อมเพชรคือป้อมปราการที่ปรากฏอยู่ในแผนที่ของชาวต่างชาติเกือบทุกฉบับทั้งของชาวฮอลันดาและชาวฝรั่งเศส

Advertisement

Advertisement

แบบจำลองป้อมเพชรกาลเวลาของอาณาจักรอยุธยาดำรงอยู่ได้จนถึงปี พ.ศ. 2310 รวม 417 ปี ก่อนอาณาจักรจะล่มสลาย ด้วยไม่สามารถต้านทานพม่าสมัยพระเจ้ามังระที่กำลังเรืองอำนาจทางการทหาร หันกลับไปมองอีกมุมเห็นผนังจำลองซากปรักหักพังของกำแพงวัดที่ยังเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามแม้ผ่านกาลเวลา

ฝาผนังโบสถ์ปรักหักพังชวนคิดวิเคราะห์ว่าช่วงเวลาการเป็นเมืองการค้า เมืองท่าอยุธยา เป็นศูนย์กลางที่มีชาวต่างชาติมากมายหลายกลุ่มเข้ามาแสวงหากอบโกยผลประโยชน์ เทียบผลดีกับผลเสีย อะไรมีมากกว่ากัน การเป็นศูนย์กลางการค้าทำให้ร่ำรวย แต่การแข่งขันกันครอบครองผลประโยชน์ของชาวต่างชาติ ก็เป็นสิ่งที่ก่อปัญหาต่อกับความมั่นคงของอยุธยา มีการเข้ามาตั้งชุมชนของใครของมัน มีการแทรกแซงการเมือง ทำให้อยุธยาในช่วงปลายแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต้องสร้างสมดุลอำนาจกับฮอลันดาที่ทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้ฟอลคอน(เจ้าพระยาวิไชเยนทร์)มหาเสนาบดีชาวกรีก ชักนำฝรั่งเศสเข้ามาหวังจะให้คานอำนาจ แต่กลายเป็นว่าฝรั่งเศสกลับคิดจะยึดครองอยุธยาอย่างหักหาญเสียเอง

ทุกวันนี้ยังมีเรื่องราวชวนขบคิดกันไม่รู้จบ แม้จะมีการศึกษาวิจัยเรื่องราวของราชธานีอยุธยากันอย่างกว้างขวาง ซากปรักหักพังของเจดีย์ที่เคยมีอยู่นับพันองค์ยังคงมีให้ค้นหา เรื่องในราชสำนักในแต่ละราชวงศ์ก็ยังไม่มีคำตอบอีกหลายคำถาม

ตอนนี้คิดเพียงว่า หากเราเกิดในยุคนั้น เป็นคนตัวเล็ก ๆ คงได้แต่เพียงมองสิ่งใกล้ตัวให้มีความสุข จะต้องตื่นตาตื่นใจและดีใจแน่ ๆ ที่ได้เห็นเรือสำเภาแล่นกางใบเข้ามาตามกระแสลมของฤดูกาล สินค้าในเรือเที่ยวนี้ จะมีอะไรให้ได้จับจ่ายกันได้เพลิดเพลินบ้าง


สถานที่ตั้ง : ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000

โทรศัพท์ : 0 3524 5123

เวลาเปิด : เปิดทุกวัน  วันจันทร์ - ศุกร์ 9.00 -16.00 น. // วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ เปิด 9.00 - 17.00 น.