เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เราได้ไปทัศนศึกษาต่างจังหวัดกันกับเพื่อนๆ โดยไปกันในหนึ่งระดับชั้น มีเพื่อนๆ มากมาย และมีคุณครูที่ดูแลหลายท่านด้วยกัน แต่สิ่งที่เราได้พบเจอ กลับเกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเราเกิดหลงทางกับเพื่อนๆ และคุณครูนั่นเอง !

           เรายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี เป็นการเดินทางไปทัศนศึกษา ดูงานที่พิพิธภัณฑสถาน ซึ่งรวบรวมของเก่าแก่มากมายเอาไว้ เราและเพื่อนมีสมุดและปากกาสำหรับจดบันทึก แต่เราอาจจะจดเพลินไปหน่อย เลยเดินตามไม่ทันเพื่อนๆ และขณะที่เดินหากลุ่มเพื่อนนั่นเอง ที่เราเดินหลงไปอีกทางหนึ่ง เป็นทางที่นำไปสู่ประตูห้องเก่าๆ ที่เราไม่คิดอะไร ด้วยความอยากรู้เพราะเห็นประตูเก่าๆ บานนั้นเปิดแง้มอยู่ เราก็เลยผลักประตูเข้าไป ในห้องนั้นกลับดูมืดมิด แต่ก็พอเห็นหลายสิ่งที่ตั้งวางอยู่ในห้องโถงนั้น มีทั้งตู้หนังสือเก่าๆ รูปภาพบนฝาผนังที่มีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด ที่โดดเด่นสุดคือเก้าอี้ไม้โยก ที่อยู่ดีๆ ก็โยกเองเบาๆ เสียงดังออดแอดๆ เป็นระยะ พร้อมกับเสียงประตูปิดดังปัง ที่ทำให้เราสะดุ้งสุดตัว เมื่อเริ่มมั่นใจว่าในห้องนั้นไม่มีเพื่อนเราแน่ๆ เผลอๆ อาจไม่ใช่ห้องที่ทางพิพิธภัณฑ์อนุญาตให้เขามาเยี่ยมชมได้ เราก็เลยรีบหาทางกลับทางเดิม แต่ประตูบานที่เปิดเข้ามา กลับปิดสนิท ทั้งออกแรงผลัก ออกแรงดึงอย่างไรก็ไม่ไหวติง แถมยังมีกลิ่นเหม็นสาบสางตลบอบอวล

Advertisement

Advertisement

             กลิ่นอะไรไม่รู้เหม็นเป็นบ้าเลย !

             เราสบถอยู่ในใจ และยังคงพยายามหาทางออก  แต่แล้วจู่ๆ สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อโคมไฟกลางห้องเปิดขึ้น แสงสีส้มของมันสาดแสงสลัวไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นตู้หนังสือที่เปิดออก พร้อมกับตุ๊กตาตัวหนึ่งที่กลิ้งออกมา ราวกับมีใครจับเหวี่ยงออกมาเช่นนั้น เรารู้สึกตัวเองเหมือนหมาจนกรอก ที่ถอยไปจนติดประตู ตุ๊กตาที่ว่าเป็นตุ๊กตาไม้เก่าๆ เหมือนตุ๊กตาล้มลุก ที่โยกตัวไปมา ก่อนกระโจนขึ้นไปอยู่บนเก้าอี้โยกนั่น จากนั้นเก้าอี้ก็เริ่มโยกแรงขึ้นๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีคนออกแรงโยก จนเราต้องหันไปมอง ก่อนขยี้ตาอยู่หลายครั้งด้วยไม่เชื่อสายตา  ในเวลานั้นมีหญิงชราคนหนึ่ง ใบหน้าเหี่ยวย่น หันมายิ้มให้กับเรา ในอ้อมกอดของแกมีตุ๊กตาที่กระเด็นออกมาจากตู้ เท่านั้นยังไม่พอ ดวงตาของแกเริ่มแดงก่ำ มีเลือดไหลออกมาจากดวงตาทั้งคู่  เราเริ่มแหกปากร้องขอความช่วยเหลือ เราต้องออกไปจากห้องนี้ให้ได้ เราบอกตัวเองอย่างนั้น แต่แล้ว ประตูก็เปิดออก มีใครบางคนฉุดเราออกมา พร้อมสับกุญแจห้องรวดเร็ว สายตาดุๆ ของลุงคนนั้น  เรายังจำได้มาถึงทุกวันนี้ แกไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากชี้มือให้เราตามกลุ่มเพื่อนไป

Advertisement

Advertisement

บอกตรงๆ ว่า จนถึงทุกวันนี้ เรายังไม่มั่นใจเลยว่า ลุงคนนั้น เป็นผี เป็นคน เป็นวิญญาณ หรือเป็นเจ้าที่เจ้าทางที่คุ้มครองดูแล ทำให้เราได้ออกมาจากห้องโถงอาถรรพ์นั่นได้กันแน่  แต่ที่แน่ๆ เราไม่อาจลืมความน่ากลัวในห้องโถงนั้นได้เลยจริงๆ  !

            ขอบคุณภาพจาก : Mysticsartdesign