กล้องฟิล์มยังคงเป็นไอเทมฮิตที่ใครหลายๆ คนโดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสกับงานยุคอะนาล็อก ซึ่งตัวกล้องเองก็มีอยู่หลากหลายให้เลือกใช้ตามความสะดวกและความชอบ สายสแนปที่ชอบความส่องไวคงหนีไม่พ้นกล้องคอมแพคตัวเดียวจบ พกง่าย กะทัดรัด ไม่ต้องปรับอะไรให้ยุ่งยาก หรือถ้าต้องการความโปรขึ้นมาหน่อยก็หันมาจับกล้อง Range finder หรือ SLR กันมากกว่า เพราะสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ตามใจ เรียกได้ว่ามีเสน่ห์กันไปคนละแบบ

           นอกจากเสน่ห์ของตัวกล้อง "ฟิล์ม" ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งของกล้องฟิล์มที่ทำให้เหล่าสาวกนักเล่นกล้องตื่นเต้นได้เสมอ เพราะฟิล์มแต่ละแบบก็ให้ภาพที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่แล้วนักเล่นกล้องฟิล์มก็มักจะมีฟิล์มประจำตัวที่ชอบใช้กัน อย่างที่เห็นบ่อยๆ อย่างค่ายใหญ่นั่นก็คือฟิล์ม Kodak ที่ให้สีสดอมเหลืองนิดๆ เหมาะกับคนที่ชอบโทนภาพอบอุ่น หรืออย่างฟิล์มญี่ปุ่น Fuji ที่สีค่อนข้างจะไปทางโทนเขียวโทนเย็นตามสไตล์ญี่ปุ่น

Advertisement

Advertisement

          นอกจากฟิล์มสองค่ายดังนี้ก็ยังมีฟิล์มอีกมากหน้าหลายตาและหลากหลายยี่ห้อออกมาเช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำฟิล์มอีกแบบหนึ่งนั่นก็คือ "ฟิล์มหนัง" 

         ฟิล์มหนังชื่อตรงตัวเลยก็คือฟิล์มที่เขาเอาไว้ใช้สำหรับถ่ายหนังกันนั่นเอง ความแตกต่างจากฟิล์มทั่วไปก็คือเจ้าฟิล์มหนังนี้จะมีการเคลือบสารคาร์บอนเอาไว้ที่ตัวฟิล์มเพื่อทำให้ฟิล์มนั้นไหลลื่นไม่สะดุดหรือติดขัดขณะถ่าย ซึ่งฟิล์มหนังที่สาวกเหล่ากล้องฟิล์มรู้จักกันดีก็คงหนีไม่พ้น Kodak Vision หรือ Cinestill แต่วันนี้เราจะมาแนะนำฟิล์มหนังน้องใหม่ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้กับ "Nolan 500T" 

 

ㅣ

          เจ้าฟิล์มหนัง Nolan 500T คุณสมบัติก็ตามชื่อเลยคือ iso 500 ซึ่งการที่ค่าไอเอสโอสูงนั้นมีข้อดีตรงที่สามารถรับแสงได้ดี ถ่ายในที่มืดหรือที่แสงน้อยได้ดีกว่าฟิล์มที่ ISO ต่ำ ส่วนตัว T ก็คือ Tungsten (ทังสเตน) แปลว่าฟิล์มตัวนี้วัดค่าแสงแบบทังสเตนนั่นเอง ถ้าใครคิดไม่ออกก็ลองนึกถึงค่าที่ตั้งในกล้องดิจิตอลก็ได้ โทนสีก็ออกจะอมฟ้าหน่อยๆ ตามสไตล์แสงแบบทังสเตน

Advertisement

Advertisement

ท้องฟ้าบนเครื่องบินกับฟิล์ม Nolan500T ยิ่งขับสีฟ้าให้โดดเด่นท้องฟ้ากับหลังคาวัดแสงตอนสายก็ได้สีที่สดชัด           นอกจากถ่ายในที่กลางแจ้งและมีแสงแล้ว เราได้ลองนำไปถ่ายในที่ร่มมาด้วย รู้สึกว่าภาพออกแนวเป็นโทนเย็น ไม่ได้อมฟ้าจนเกินไป แต่กลับให้สีที่อิ่ม สดใส ถ่ายพอตเทรตก็ได้ ให้ภาพดูเย็นตาแล้วก็สบายตาเพราะตัวฟิล์มไม่ได้อมสีเหลืองมากนัก อย่างรูปด้านล่างนี้เราถ่ายที่แสงราวๆ 11 โมง ปรับรูรับแสงราวๆ 4 แล้วปรับชัตเตอร์สปีดราวๆ 60 (ถ้าเป็นฟิล์มที่ iso ต่ำอาจจะต้องปรับไปถึง 30 หรือ 15 แล้วเปิดรูรับแสงกว้างสัก 1.7 หรือ 2) อันนี้ถือว่าฟิล์มรับแสงมาได้ดีเลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

ถ่ายพระในร่มก็เอาอยู่กับแสงกลางวันตอน 11 โมงภาพถ่ายคนกลางแจ้ง แสงตอนเที่ยงก็เอาอยู่ สีสดชัด ภาพเป็นโทนเย็นสบายตา          อย่างภาพด้านบนกับภาพพอตเทรตถ่ายแดดตอนเที่ยงที่จ้ามากๆ ก็ไม่ได้สีออกเหลืองมากนัก ทำให้ภาพดูละมุนขึ้น สีผิวชัดเจน อาจไม่ตรงหรือขาวไบร์ทนักแต่นับว่าให้ผลลัพท์ที่ออกมาดี สีเขียวด้านหลังก็ได้โทนที่สวยทำให้ภาพดูลงตัว

          และสำหรับสาวกชาวคาเฟ่ที่คิดอยู่ว่าจะเอาฟิล์มหนังไปถ่ายเล่นดีหรือไม่ ทางเราก็อยากแนะนำว่าสีที่ได้ก็ออกมาแนวเท่ๆ ไปอีกแบบ ถ่ายได้ทั้งนอกร้าน และในร้าน เรียกได้ว่าเอาอยู่ทั้งสภาพแสงภายนอกและแสงภายในเลยทีเดียว

เซตน้ำและขนมเค้กจากร้าน บ้านหลังวัง พิษณุโลกเค้กมะพร้าวอ่อนร้านบ้านหลังวัง

เซตบาร์บีคิวร้าน เรส คา บา พิษณุโลก        ใครที่อยากลองฟิล์มหนังแต่ราคาไม่แรงแล้วยังลังเลอยู่ เราอยากชวนสาวกกล้องฟิล์มให้ลองเล่น Nolan 500T ดู สนนราคาอยู่ที่ราวๆ ม้วนละ 180 บาท เท่านั้น ถ่ายได้ 36 รูป และนอกจากรุ่น 500T ก็ยังมีรุ่นสำหรับแสง Daylight อย่าง 50D แล้วก็ 250D อีกด้วย ค่าล้างอาจจะสูงกว่าฟิล์มธรรมดาเสียหน่อยเพราะล้างรวมกับเครื่องปกติไม่ได้ และอาจจะต้องอดใจรอร้านล้างกันสักนิด แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับภาพฟิล์มสวยๆ ที่จะกลายมาเป็นอีกความทรงจำดีๆ ของเรา

ภาพแสงไฟในร้านอาหาร รูรับแสง 1.7 ชัตเตอร์สปีด 30 พวงมาลัยในวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร


ภาพโดย : ผู้เขียน