ก่อนอื่นขอชี้แจงเรื่องการปักหมุดนิดนะครับ คือ ประสบการณ์การเรียนกฎหมาย แม้จะเกิดสมัยที่ผมเป็นนิสิต ป.ตรีที (law chula=ฬ) และต่างประเทศ แต่ผมมาตกผลึกกระบวนการทางความคิดและได้เริ่มเขียนบทความชิ้นนี้ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดังนั้นผมจึงขอปักหมุดที่ที่ผมทำงานเป็นอาจารย์นะครับ ... ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้าใจ

บทความนี้ ขอแนะแนวทางการเรียนกฎหมายสมัยยังเป็นนิสิตคณะนิติ ฯ จุฬา  ว่าประสบความสำเร็จ จนกระทั่งได้ทุนไปศึกษาป.โท ณ เมืองนอกเมืองนาอย่างไรถึงสองประเทศ (ป.โท สองใบ) รวมถึงการใช้ชีวิตรอดและมารยาททางสังคมในต่างแดนที่น้อง/ผู้ที่สนใจพีงระวังดังจะกล่าวต่อไป

เนื่องด้วยผมได้รับทุนให้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญามหาบัณฑิตในต่างแดน ได้แก่ 

1.Auatraila (University of Melbourne)uom                                                                  

Advertisement

Advertisement

 

และ 

2.USA (University of California (at) Berkley)

ucb offer                                       

ในระหว่างที่ผมเป็นนิสิตป.ตรีนั้น เป็นที่กล่าวขานว่าเด็กนิติฯอ่าน(หนังสือ)เยอะ ซึ่งก็จริง (ไม่รู้จะอ่านอะไรหนักหนา)legal text books                                        (Cr: by Inactive account – ID 2102033 from https://bit.ly/3021Nct)

แต่นับเป็นโชคดีที่บังเอิญผมเป็นคนนชอบอ่านและคิดอะไรไปเรื่อยๆ มันเลยสนุกกับการเรียนกฎหมาย

ในระดับปริญญาตรี เมืองไทย

ผมขอแนะนำน้องๆที่คิดจะเรียนหรือหลงมาเรียนคณะนี้ จะต้อง

1.รักการอ่าน

2.อ่านและพูดกับตัวเองรู้เรื่อง กล่าวอย่างง่ายคือ สามารถย่อยข้อมูล (องค์ความรู้) อะไรก็ตามที่ยากให้ง่ายขึ้นได้ (พูดภาษามนุษย์) ดังนั้นอ่านแล้วต้องคุยหรือเล่าให้เพื่อนฟังและต้องรู้เรื่อง ถ้าไม่รู้เรื่องแปลว่าเรายังไม่ตกผนึก จงอ่านใหม่ครับ แต่ถ้าน้องอ่านตำราจนตกผลึกแล้ว น้องแทบจะไม่ต้องจำเลขมาตราเลย เพราะฉะนั้น อย่าสักแต่อ่านให้จบ อ่านต้องเข้าใจ-ถ้าไม่เข้าใจก็อ่านวนไป! 

Advertisement

Advertisement

3.ระหว่างที่อ่าน รบกวนหัดจดใจความสำคัญหรือสรุปที่อ่านนะครับ  เน้นนะครับไม่ใช่ลอกที่อ่าน เว้นแต่ประโยคสวยจริง ๆ ถึงจะลอกได้

4.สังเกตคำ/ประโยคในกฎหมายหรือแนวคำพิพากษาที่สะท้อนหลักกฎหมาย  แล้วพยายามคิด/เขียนโดยดูรูปแบบแนวทางการเขียนตามประโยคดังกล่าว และจงยึดเป็นต้นแบบในการพัฒนางานเขียนของตัวเราเอง

5.กำหนดเวลาทบทวน/อ่านหนังสือ: เมื่ออ่านครบตามเป้าหมายจงให้รางวัลตัวเอง เช่น เล่นเกม หาอะไรทานตอบแทนความพยายาม ย้ำนะครับว่าไม่ใช่สักแต่อ่านให้จบ แต่ต้องอ่านจบแล้วรู้เรื่องด้วย 

6. หาตัวอย่างข้อสอบเก่าหัดทำหัดเขียน สังเกตแนวคำตอบว่าเขา (เฉลย) เขียนอย่างไร เขียนตามให้เหมือนหรือคล้าย

Advertisement

Advertisement

7. อย่าเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียวโปรดมีสังคมด้วย ทำกิจกรรมเพื่อจะรู้วิธีการจัดการเวลาให้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

8. อย่าโหมอ่านแบบคืนเดียวก่อนสอบ หัวระเบิดนะครับไม่มีหรอก one night miracle ถ้าแต้มบุญไม่ถึง

9.เลิกเปิดหน้าสุดท้ายแล้วนับถอยหลัง! มันจะเหนื่อยและท้อมากจริงๆนะ เชื่อพี่เพราะพี่ผ่านมาแล้ว!

10. ลดขนาด comfort zone ตัวเองลงบ้าง และอย่าอ่านเยอะแบบว่าหนังสือทุกเล่มบนโลก แต่จงหัดฟัง-อ่านเล็คเชอร์บ้างเพราะบางครั้งข้อสอบอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่ในหนังสือ

11.เลิกเกร็งคำพิพากษาและตัดมาตรา (ที่คิดว่าไม่จำเป็นออก) กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เลิกเดาใจผู้สอนว่าจะออกอะไร (อย่าเสี่ยง/วัดดวง ทางออกง่ายๆ คือ อ่านแต่เนิ่น ๆ )

12.ข้อสอบกฎหมายเป็นบรรยาย ดังนั้นวัดความรู้ไม่ใช่ดวง ... อย่าเป็นภาระของสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยการไม่อ่านหนังสือ

13. การพักสมองที่ดีที่สุด คือ การนอน  เมื่อง่วงจงนอน อย่าฝืน #เตือนแล้วนะ 

14.ถ้าผลสอบไม่เป็นที่พอใจควรขอดูกระดาษคำตอบ เพื่อทราบข้อผิดพลาดหรือไม่ก็ยอมรับผลกรรม

15.อย่าเชื่อรุ่นพี่บอกว่าลงกับอาจารย์ท่านนี้ง่าย แต่แนวการสอนอาจจะไม่ถูกจริตน้องก็ได้ (กรณีมีตอนเรียนให้เลือกมากกว่าหนึ่ง) ... จงตระหนักว่านอกจากเกรด คือ ความรู้ เพราะฉะนั้นอาจารย์ต่างคน อาจมีวิธีสอนต่างกัน!

16.เลิกอ้างว่ากฎหมายมันเยอะเพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้วเมื่อตอนที่พี่เรียนก็เยอะแบบนี้ มีทางเดียวที่จะลดมาตรา คือ ขอให้รัฐตัดมาตราออก!

17. ภาษาอังกฤษอย่าทิ้ง เลขอย่าทิ้ง เจอ English for lawyer กับภาษี ตามลำดับ ทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น (โชคดี)

18. แม้ความพยายามจะใช้กับความรักไม่ได้  แต่ใช้กับกฎหมายได้

ส่วนการศึกษากฎหมายในต่างประเทศนั้นน้องต้องพึงตระหนักไว้สองกรณี คือ

ก.วิชาการ

1. ระบบกฎหมายเมืองนอก (โดยเฉพาะ Common law) ต่างกับไทย (Civil law) เพราะฉะนั้น ไปเรียนกฎหมายบ้านเขา ก็ต้องยึดกฎหมายเขาเป็นหลัก

2. อ่านหนังสือ/กฎหมาย (ภาษาอังกฤษ) เยอะเหมือนกับที่เรียนกฎหมายในประเทศไทย

3.ภาษาอังกฤษต้องเป๊ะมาก

4.ถ้าอาจารย์ให้เลือกสอบ ระหว่างสอบในห้องและข้อสอบทำที่บ้าน ( take-home exam) จงเลือกสอบในห้องเพราะข้อสอบทำที่บ้าน ( take-home exam)-มันยาก

5.ห้าม Copy+paste เพราะน้องจะตกเอาง่ายๆ ดังนั้นต้องเขียนด้วยภาษา (อังกฤษ) ของตัวเอง (ห้ามคัดลอกวรรณกรรมเด็ดขาด)

6.อ่านก่อนเรียนเสมอไม่เช่นนั้นจะตามคนอื่นไม่ทัน

7.พยายามคบเพื่อนต่างชาติเพราะระดับภาษา(อังกฤษ)น้องจะแข็งแรงขึ้นมาทันที

ข.การเอาตัวรอด+ใช้ชีวิตระหว่างเรียน

1.หากคิดจะทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ถามใจตัวเองว่าไหวหรือ? ถ้าเพลินจากการทำงานจะหมดแรงเรียนทันที (โปรดแบ่งเวลาดี ๆ)

2. สำเนา หรือถ่ายเอกสารหนังสือ/ตำราทั้งเล่มที่เมืองนอกผิดกฎหมาย และพึงระลึกว่า ตำราแต่ละเล่มแพงมาก - ถ้าจะซื้อถามตัวเองว่าคุ้มไหม ถ้าไม่คุ้ม-ยืมอ่านเถอะ

2.1 ถ้ายืม รบกวนอย่าขีดเขียนอะไรลงไปในตำรา

2.2 การคืนหนังสือล่าช้ามีค่าปรับนะน้อง

3. บางคณะ (โดยเฉพาะนิติศาสตร์) มีห้องอ่านหนังสือไว้ให้นักศึกษาไว้คุย/ติวหนังสือจึงส่งเสียงได้ แต่ถ้าในห้องสมุดกรุณาเงียบ

4. การขอสมุดบันทึกของคนอื่นไม่ง่ายเหมือนเมืองไทย ถ้าไม่สนิทยากที่เขาจะให้

5. ความรักมีได้ แต่อย่าให้กระทบเรียน

6. จิบน้ำระหว่างเรียน&อ่านหนังสือด้วย แก้หิวและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

7.อ่านหนังสือมีแค่ปากกาไฮไลค์ไม่พอ ต้องจดไปด้วยอ่านไปด้วย

8.คำศัพท์กฏหมายภาษาอังกฤษใดที่ไม่ทราบความหมายโปรดใช้ Dictionary Eng-Eng เว้นแต่ไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะ Eng-Th

ก่อนจะลาจากกันไป ผมขอแทรกเคค็ดลับฉบับนักเรียนนอกไว้สักเล็กน้อย และมารยาททางสังคมในต่างแดนที่ภาษาไทยไม่สารถช่วยเหลือคุณได้เพื่อทำให้น้องสามารถสำเร็จลุล่วงตามใจปารถนาโดยไม่เจออุปสรรคใดๆ ได้แก่

1.  Passport รบกวนสำเนาไว้อีกหนึ่งฉบับ เผื่อหนังสือเดินทางฉบับจริงหาย

2. อัตราแลกเปลี่ยนต้องระวัง->รบกวนตามข่าวด้วยว่า เมื่อใดควรแลกเปลี่ยนเงินระหว่างสกุลเงินไทย(บาท)และสกุลท้องถิ่นให้ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด

อนึ่ง โปรดศึกษาเรื่อง buying rate & selling rate

3. หัดออกงานสังคมบ้างไม่ใช่เอาแต่เรียนอย่างเดียว เดี๋ยวเครียดตาย

4. ถ้าเครียด->จงไปออกกำลังกายให้เหงื่อออก หรือ ปรึกษาจิตแพทย์

5. อย่าเสี่ยงทำผิดกฎหมายบ้านเขาเพราะไม่คุ้ม

6.  หากมีการพูดคุยในกลุ่มโดยมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติอยู่ด้วย กรุณาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เพราะถ้าพูดไทย เพื่อนต่างชาติจะนึกว่าเรากำลังนินทาเขาอยู่

7. ถ้าอยากอาหารไทยมาก จงไปหาทานแต่ย้ำว่าแพง (ทำทานเองเถอะ)

8. ยาประจำตัวโปรดนำมาจากไทยเพราะการซื้อยาที่เมืองนอกลำบากมาก เพราะต้องให้คุณหมอออก Medical prescription แล้วนำไปซื้อกับเภสัชกร เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ฯ

9. ถ้าเครียดไม่ว่าจะกรณีใดๆ-การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติ อย่าคิดว่าต้องบ้า

10. พูดเขียน ผิด (ภาษาอังกฤษ) ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การเงียบนี่แหล่ะต้องลงโทษ//ไม่ใช่กลับไทย พูดไทยชัดขึ้น - มาเมืองนอกเพื่อ?

ท้ายนี้ ผมหวังลึก ๆ ว่าน้อง ๆ หรือผู้อ่านจะนำข้อสังเกต/แนวปฏิบัติข้างต้นไปใช้โดยผมไม่คิดจะหวงสิทธิใด ๆ โดยเฉพาะน้อง ๆ นิสิต-นักศึกษากฎหมายทุกท่าน ขอให้มีความสุขกับโรงเรียนกฎหมายนะครับ

"รักกฏหมาย แล้วกฎหมายจะรักเรา" จริง ๆ นะ

เคล็ดลับแต่ไม่ลับ

1. การเรียนกฎหมายไม่ใช่มีเพียงแค่ความจำแต่ต้องเข้าใจด้วย

2.ตรรกะเป็นสิ่งสำคัญ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ความมีเหตุมีผล ถ้าเข้าใจ-ความจำนี่เป็นเรื่องรองทันที

3.กฎหมายไทยมีเป็นร้อยเป็นพันฉบับ-เราไม่มีทางจำหมด ดังนั้นโปรดตกผลึกหัวใจของกฎหมาย/หลักที่สำคัญ ถ้าหลักแน่น รายละเอียดเปิดกฎหมายหาเอาเองได้

4.คำพิพากษาไทยเป็นเพียงแนวทางในการปรับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม หาใช่สะรณะไม่ ... ถ้าหลักกฎหมายไม่แน่น เก็บกระเป๋ากลับบ้าน

5. ทักษะทางกฎหมายพัฒนาได้จากกการอ่านและคุย

6. ทักษะการเขียนสำคัญมาก ถ้าจดหรือเขียนตอบไม่ได้ ปิดคดี!

7. หัดสังเกตเรื่องรอบๆตัวแล้วนำกฎหมายมาปรับใช้ น้องจะเริ่มสนุกกับการเรียนกฎหมาย

8. หัดตั้งคำถามว่า "ทำไม"Y                                                    (Cr: by katemangostar from https://bit.ly/2RcYVqh)

มากกว่า "อะไร" เพราะศาสตร์นี้เน้นเหตุผลมากกว่าคำตอบที่ถูกต้องที่สุด จะเห็นได้ชัดว่าข้อสอบกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นบรรยายมากกว่าเลือกตอบ

9.หาอาวุธลับของตัวเองให่้เจอ กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ จุดขาย ถ้าไม่มีจงทำให้มี

10. ตั้งเป้าหมายไว้ให้ชัดแล้วค่อยๆเดินไป เพราะถ้าเป้าหมายเราชัด การเดินตามฝันจะไม่หลงและเสียเวลา

11. การหาข้อมูลอ้างอิงสำคัญมาก จงถามตัวเองว่า ข้อมูลแต่ละประเภทสำคัญ+น่าเชื่อถือหรือไม่?Ref

                                                                       (Cr: by mego-studio from https://bit.ly/2RhfEZT)

                                                              ***แก้คำผิดนะครับ [A]uthority พิมพ์ผิดครับขอโทษ 

อนึ่ง authority ในการเรียนกฎหมาย คือ แหล่งอ้างอิงที่จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ เช่น ตำรา คำพิพากษา บทความ ฯลฯ แต่ Wikipedia ไม่เหมาะจะอ้างอิงเพราะแก้ไขได้ตลอด แต่อ่านเป็นความรู้ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้อ้างอิงนะ

ฝากไว้ให้คิด ความสำเร็จจะเป็นผล เมื่อเราพยายามมากพอความพยายาม                                                                        (Cr: by m.a.u from https://bit.ly/30G2Rmy

ภาพปกโดย DrawnByShaun จาก https://bit.ly/2tF0moF