ก่อนอื่นผมขอแบ่งบทความออกเป็นสองส่วน ได้แก่ 1) หนี้ทางโลก และ 2) หนี้ทางธรรม (กรรม) เพื่อเตือนสติ คนที่ประสบปัญหากับความเครียดที่ประดังประเดเข้ามาทุกสารทิศ

โควิด เครียด                                                                                  โควิด -> ภาวะตึงเครียด

ในยุคปัจจุบันที่วิกฤตโรคระบาดก็ดี ปัญหาปากท้องก็ดี ส่งผลให้หลายคนหาทางออกที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดนั่น คือ การจบชีวิต หรือที่ทราบกันดี คือ การฆ่าตัว(เอง)ตายเส้นพิษเศรษฐกิจ ตามหลาย ๆ แหล่งข่าว (อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=AbqAdA_qqfI) เพราะเพียงแค่ไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปก็เท่านั้น ... จริง ๆ ส่วนตัวผมว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังพยายามหนีปัญหาที่ประสบอยู่หรือไม่? เพราะการเลือกที่ลาจากโลกนี้ เขาอาจยังไม่ทราบว่าผลของการเสียชีวิต "หนี้(เงิน)" อาจไม่ได้สิ้นสุดด้วยในสายตาของกฎหมาย ดังนั้น

Advertisement

Advertisement

ตั้งสติ                                                                                                    มีสติ 

บทความนี้ผมจึงจะมาเตือนสติคนที่กำลังคิดหรือมีญาติของผู้อ่านที่กำลังคิด ... นอกจากคุณสามารถอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดแก่ญาติ (กรณี ญาติกำลังคิดสั้น) หรือตัวคุณเอง (ที่กำลังคิด) รบกวนนำบทความฉบับนี้ให้เขาอ่านครับหรือตัวคุณเองลองพินิจพิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ เผื่อจะมีลำแสง/ทางออกแม้จะเล็ก แต่มัน(ผมหวังว่า)ก็น่าจะพอนำทางไปสู่ทางหลุดพ้นได้นะครับ เพราะความตายไม่ใช่ทางออกของปัญหาทั้งปวง โดยเฉพาะหนี้เงิน เช่น สัญญาเงินกู้ย่อมไม่ระงับไปด้วยความตายของลูกหนี้ (ผู้กู้) แต่ทายาทผู้ตาย อาจต้องรับผิดแทนผู้ตาย แต่จะมากน้อยเพียงใดนั้นผมจะได้กล่าวต่อไป  และหนี้กรรม ก็ไม่อาจระงับได้ด้วยความตายเช่นกัน

Advertisement

Advertisement

ก่อนเข้าเนื้อหากฎหมายกฎหมายในกรณีหนี้ทางโลกนั้น ผมขอให้ผู้อ่านแยกความเข้าใจออกเป็นสองส่วน คือ

ลูกหนี้                                                                                                          ลูกหนี้ 

1) ลูกหนี้

หมายถึง ผู้ที่เข้าทำสัญญา/นิติกรรม เช่น ผู้กู้ (ลูกหนี้เงินกู้) กับธนาคาร/สถาบันการเงิน/ผู้ให้ยืมเงิน (ผู้ให้กู้) ส่งผลให้ความรับผิดในสัญญูากู้ย่อมผูกพันธ์เพียง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายลูกหนี้เงินกู้ ฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายผู้ให้กู้ อีกฝ่าย นอกเหนือจากคู่สัญญาที่กล่าวมาแล้ว ย่อมไม่ผูกพันธ์คนอื่น เว้นแต่กฎหมายจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น อาทิ ทายาท

2) ทายาท กล่าวง่าย ๆ คือ ญาติของทั้งบรรดาลูกหนี้และเจ้าหนี้แต่ไม่ได้เขาเป็นคู่สัญญา เพราะมิได้ลงนามในสัญญากู้ แต่อาจต้องมารับผิดเพราะกฎหมายระบุความรับผิดตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้และทายาท

Advertisement

Advertisement

ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถจำแนกบุคคลที่เกี่ยวข้องออกเป็นสองกลุ่มได้แก่ 1) คู่สัญญา (ระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้เท่านั้น - ผู้ที่ลงนามในสัญญากู้) 2) ทายาท ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น บุพการี สามีภริยา บุตร พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา หลาน เหลนฯ โดยบุคคลดังกล่าวแม้จะไม่ลงนามในสัญญา แต่ก็อาจผูกพันธ์ตามที่กฎหมายบัญญัติ ดังที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้า แต่ทว่าด้วยความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประการดังกล่าว ผมอาจกล่าวอย่างง่ายว่า ความสัมพันธ์ในเชิงสัญญาระหว่างผู้กู้-ผู้ให้กู้ ***ไม่เกี่ยวข้องกับทายาทเพราะทายาทไม่ได้มาลงนามด้วย**** และทายาทอาจต้องมารับผิดชอบด้วยเหตุผลบางประการ ตามหลักเรื่อง มรดก ที่ เรา ๆ ท่านทราบเรื่องทรัพย์สมบัติของผู้ตายที่มักตกทอดแก่ทายาท แต่บางท่านอาจไม่ทราบว่านอกจากทรัพย์สมบัติของผู้ตาย เช่น ที่ดิน เงินสดในบัญชีธนาคาร หุ้นตามบริษัทต่าง ๆ แล้ว ทายาทอาจต้องรับผิดชอบในหนี้ของผู้ตายโดยกฎหมายกำหนดให้ทายาทอาจต้องรับผิดรับใช้หนี้แทนผู้ตาย(ลูกหนี้) แต่จะมากน้อยเพียงใดนั้น ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกจากผู้ตายที่ตนได้มา กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ให้ทายาทนำเอาทรัพย์มรดกของผู้ตายไปใช้หนี้ของผู้ตายเมื่อเจ้าหนี้มาทวงถาม ***แต่ไม่จำเป็นต้องต้องควักเนื้อตัวเองไปจ่ายหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้น เท่ากับว่า ทายาทต้องเรียนรู้สิทธิและหน้าตามที่กฎหมายกำหนด คือ อาจต้องรับชำระหนี้แทนลูกหนี้ กรณีลูกหนี้ถึงแก่ความตาย แต่ทั้งนี้ตัวท่านเอง มีหน้าที่ชดใช้หนี้แทนผู้ตาย เท่าที่ตนเองได้รับทรัพย์มรดกมา กล่าวอย่างง่าย คือ นำทรัพย์มรดกไปขายแล้วนำมาใช้หนี้แทนผู้ตาย (ลูกหนี้) หากขาดก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินตัวเองเพื่อจ่ายแทนผู้ตาย เพราะกฎหมายให้รับผิดไม่เกิน ทรัพย์มรดกที่ทายาทได้รับมา ... แต่ถ้าเกิดเป็นคนดีใช้หนี้แทนลูกหนี้ (ผู้ตาย) จนครบก็คงไม่ว่ากัน เพราะท่านอาจได้รับคำชมแต่เรียกเงินดังกล่าวคืนไม่ได้จากเจ้าหนี้ และในขณะเดียวกันไปทายาทจะไปร้องขอให้ผู้ตายใช้หนี้คืนแก่ตนย่อมเป็นไปไม่ได้ดุจกัน แต่จง***รอรับโล่พร้อมเกียรติบัตรสดุดีความดีงาม***

กรรม                                                                                               หนี้กรรม 

ข) หนี้กรรม (จากการฆ่าตัวตาย) ตามหลักพุทธศาสนา

หากมนุษย์เรามีสิทธิครั้งสุดท้าย: ที่เลือกจะตายได้หรือไม่? เขาจะตอบว่า “ไม่” แน่นอน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม คนที่บอกกับตัวเองว่า มืดแปดด้าน ผมขอท้าว่า ลองเลื่อนการฆ่าตัวเองออกไปอีก 1 วัน คุณจะค่อย ๆ เห็นแสงสว่างขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เราทราบว่า มนุษย์เราถือเป็นสัตว์ประเสริฐ เนื่องจากธรรมชาติไม่ได้มอบเขี้ยวเล็บมาให้ แต่ธรรมชาติประทาน “สมอง” ให้มนุษย์ใช้แก้ปัญหาชีวิต มิใช่ใช้สมองคิดหาวิธีจบชีวิต เพราะท้ายที่สุดคนเราก็จำต้องจากโลกหนี้อยู่ดี จะรีบลาโลกเพื่อ?

สุดท้ายผมขอย้ำอีกครั้งว่า ความตายไม่อาจทำให้หนี้ระงับนะ! ดังนั้นพึงระลึกว่า "ปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ใช่วิ่งหนี"

อนึ่ง เกือบทุกหนี้จะมีอายุความกำหนด แต่หนี้กรรมไม่น่าจะมีอายุความครับ

โชคดีมีสตินะครับและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะยับยั้งอัตราการฆ่าตัวตายตามแหล่งข่าวอย่างได้ผลนะครับ สาธุ

ขอบพระคุณภาพประกอบ ดังต่อไปนี้

1. ภาพปก โดย  MacQuarrie from https://bit.ly/3fdQQf0

2. ภาพที่หนึ่ง โควิด -> ภาวะตึงเครียด (Cr: by Engin_Akyurt from https://bit.ly/3ce4Jbf)

3. ภาพที่สอง  มีสติ (Cr: by lyashenko from https://bit.ly/2WAw94E)

4. ภาพที่สาม ลูกหนี้ (Cr: by macrovector from https://bit.ly/3bcfcTk)

5. ภาพที่สี่ กรรม (Cr: by terimakasih0 from https://bit.ly/2zfrSvm)