โควิดกระทบโลก                                                                                             โควิด 19 กระทบ โลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงนี้คนไทยเราเผชิญกับภาวะตรึงเครียดจากโรคระบาด (ไม่เล่นมุกนะครับว่าทำไมถูกจัง) จากภาวะเช่นนี้เราสามารถพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า เหตุการณ์นี้คงไม่มีใครคาดหมายไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนทั่วโลกแทบจะตั้งรับกันไม่ทัน เนื่องด้วยโรคระบาดได้ส่งผลให้เราเห็นปรากฏการณ์ หลาย ๆ ประเภท อาทิ  การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เต็มที่ การวางแผนต่าง ๆ ในชีวิตของมนุษย์ เช่น การซื้อประกันโควิด 19 การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นต้น 

เศรษฐกิจตกต่ำ                                                                                      โควิด 19 ->เศรษฐกิจโลกตกต่ำ 

ทว่าโควิด 19 ไม่ได้เพียงทิ้งแค่บาดแผลทางร่ายกายอย่างเดียว (สุขภาพ) แต่มันสร้างผลกระทบด้านลบให้แก่ชีวิตพวกเราชาวโลกอย่างมาก ได้แก่ บางคนถูกเลิกจ้าง เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก หลายท่านแทบจะนำเงินก้อนสุดท้ายมาประทังชีวิต ยิ่งในภาวะการณ์เช่นนี้ ว่าที่บัณฑิตใหม่คงจะตกที่นั่งลำบาก เพราะโอกาสหางานหลังจากจบการศึกษาเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก

Advertisement

Advertisement

เพียงสองเหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น อย่างน้อยโควิด 19 ก็สร้างความตระหนักรู้ให้พวกเราชาวไทยว่า "ห้ามประมาท เป็นอันขาด" มิฉะนั้น ชีวิตพวกเราอาจจะถูกนำไปสู่หายนะได้ไม่ช้าก็เร็ว

ถ้าเหตุการณ์เหล่าเหล่านี้ยังไม่สาแก่ใจผู้อ่าน ขออนุญาตยกกรณีศึกษาจากตัวผมเอง คือ

perfectionist                                                                                         Perfectionist

เดิมทีผมเองค่อนข้างจะมั่นหน้ามั่นโหนกในศักยภาพของตัวเองว่า "จะไม่ยอมฟังเสียงคนรอบข้างเลยเพราะเชื่อมั่นในตัวเองสูงเทียมฟ้า ใครจะมารู้ดีเท่าผมไม่มี เสมือนทนฟังเสียงวิพากษ์-วิจารณ์ ไม่ได้ ต้องเถียงให้ชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะผมถูกและรู้ดีที่สุดแล้ว -  แถวบ้านเรียกว่าเป็น "Perfectionist" (สมบูรณ์แบบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน) ประกอบกับผมคงเคยชินกับความสำเร็จในชีวิตจนหลงลืมไปว่า เก่งมาจากไหนก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ท้ายที่สุดผมต้องมาชดใช้กรรมที่ตัวเองได้ก่อขึ้นจากการเป็นคนเต็มที่กับชีวิต หากเปรียบชีวิตเป็นเส้นด้าย  ที่ผ่านมาชีวิตผมคงตึงตลอดเวลา ไม่นานเส้นด้ายเส้นนี้เกือบขาด เพราะโรคหลอดเลือดในสมองตีบมาหยุดแผนในอนาคตของผมเกือบทั้งหมด ถ้าเป็นผมคนเดิม คงจะโทษคนก่อมลพิษที่พยายามสร้างปัจจัยเสี่ยงให้ผมต้องเป็น และ/หรือคงต้องโทษใครก็ตามที่สร้างภาระอันหนักอึ้งทำให้ผมต้องเครียด ถึงบรรทัดนี้ผู้อ่านน่าจะพอทราบว่า มีอีกคนที่ผมลืมนึก นั่นคือ "ตัวเอง"  

Advertisement

Advertisement

ถ้าเป็นผมคนเดิมคงไม่มีทางโทษตัวเองเป็นแน่ แต่ในทางกลับกัน ผมคนปัจจุบันกล้าตำหนิตัวเองว่า ตัวผมเองนี่แหล่ะทำ (เอง) เลยต้องมารับผิดชอบผลของการกระทำตัวเอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือโรคที่ผมเผชิญ ถือเป็นการทบทั้งต้นและดอกของการกระทำในอดีตแทบทั้งสิ้น! จริงครับว่า "เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่ แต่ แต่ เราสามารถเรียนรู้จากอดีตได้ว่า เราจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สอง" นอกจากนี้บทเรียนที่สำคัญที่ผมได้รับคือ "อย่าประมาท" เพราะ เราต้องไม่พิจารณาเพียงปัจจัยภายในเท่านั้น เช่น สังขาร อายุ ฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอด แต่มันยังมีปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุม หรือคาดเดาได้ ซึ่งหลายท่านอาจมองปัจจัยภายนอกในทางลบว่าเป็น"ความซวย" แต่ส่วนตัวผมไม่เคยเชื่อเรื่องเหตุบังเอิญเลยแม้สักนิด ที่ชัดเจนที่สุดคือ ชีวิตในปัจจุบัน ผมไม่ได้ซวยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ แต่โรคดังกล่าวเกิดจากการกระทำของตัวเองล้วน ๆ และเมื่อผมต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ (เสมือนคนพิการ) อย่างน้อย ผมน่าจะมีสิทธิเป็นกระบอกเสียงสะท้อนให้ใครหลาย ๆ คน จงตระหนักว่า "มีสติอยู่ตลอดนะครับ"                                                                                                   

เหนือฟ้ายังมีฟ้า                                                                                                   เหนือฟ้ายังมีฟ้า

หลายท่านอาจจะคุ้นชินกับประโยคที่ว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" แต่ถ้าจะให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมขอเอ่ยว่า "เหนือโควิด 19 ยังมีปัญหาปากท้อง เหนือปัญหาปากท้อง ยังมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา" ดังนั้น มีสติตั้งรับไว้ให้มั่น มาตราการที่ดีที่สุดไม่ว่าคุณกำลังหรือเผชิญปัญหาอะไรอยู่ก็ตาม ขอให้ ตะเตรียมมาตราการป้องกัน ไม่ใช่แก้ไข เพราะเราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าเหนือเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึงจะมีอะไรรออยู่ อย่างน้อยการมีมาตราการป้องกัน (แผนสำรอง) รองรับไว้ล่วงหน้า เสมือนเรามีร่มชูชีพหรือห่วงยางติดตัว เมื่อเราอยู่บนท้องฟ้าหรือในท้องทะเล แม้ว่าเราจะใช้อุปกรณ์เหล่านั้นไม่เป็นก็ตาม แต่ผมเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่า มนุษย์เราจะสามารถเอาตัวรอดในทุก ๆ วิกฤตด้วย "สมอง สองมือ และสองเท้า"

จากข้อเตือนใจที่กล่าวมาข้างต้นจึงนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ถ้าเหนือฟ้ายังมีฟ้า แต่เราอาจมองไม่เห็นว่าฟ้าเหนือฟ้าเป็นอย่างไร แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เหนือปัญหาโควิด 19 ยังมีปัญหาปากท้องนะครับ ... ดังนั้นผมขอย้ำว่า "ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ" หรืออีกนัยหนึ่ง คือ จงอย่าเป็นคนสมบูรณ์แบบเลย! เพราะการรู้สึกว่าสมบูรณ์ ถือเป็นความมั่นใจที่ค่อนข้างเสี่ยง เนื่องด้วยเราจะไม่มีทางคิดหาแผนสำรองไว้ คล้าย ๆ เรากำลังหาวิธีป้องกันโควิด 19 แต่ลืมคิดถึงปัญหาเศรษฐกิจ  แต่ผมไม่ได้บอกให้คุณอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรนะครับ กลับกัน จงทำ (วันนี้) ให้ดีที่สุดและมีสติ 

ผมคงไม่ผิดที่จะแอบเชื่อลึก ๆ ว่า สถานการณ์ที่เรากำลังประสบอยู่ เป็นเพียงแค่บททดสอบจากคนบนฟ้า แม้เหนือฟ้าจะฟ้า แต่เหนือโควิด 19 จะมีพวกเราที่ชัยชนะรออยู่ ฟันฝ่าไปด้วยกัน พวกเราต้องรอด

ท้ายนี้ผมกราบขอบพระคุณ

 

ภาพปก by  Joshua Earle from https://bit.ly/3bYsP93

ภาพ 1. โควิด กระทบ โลก (Cr: by Giacomo Carra from https://bit.ly/3bUVn3d)

ภาพที่ 2 โควิด19->เศรษฐกิจโลกตกต่ำ (Cr:by Ali Arif Soydaş from https://bit.ly/3giJ18n)

ภาพที่ 3 Perfectionist (Cr: by Jonathan Hoxmark from https://bit.ly/2LRJ0dB)

ภาพที่ 4 เหนือฟ้ายังมีฟ้า (Cr: by Jason Leung from https://bit.ly/2A7oMKb)