ผมขอทบทวนความรู้ดังนี้ (จากบทความที่แล้ว)

distinguishแยกแยะ

1. การแยกว่าอะไรคือลาภควรได้หรือมิควรได้ในมุมมองของกฎหมายนั้น ให้คุณพิจารณาว่า ผลประโยชน์ดังกล่าวมันมีที่มาหรือไม่? ถ้ามีก็เป็นลาภควรได้ ถ้าไม่มีก็อาจเป็นลาภมิควรได้good luckลาภลอย

2.ลาภควรได้หรือมิควรได้ไม่ใช่เกิดเฉพาะในร้านขายส้มตำ (เลิกเล่นมุกนี้ได้แล้ว)

3.ลาภมิควรได้ ชื่อก็บอกอยู่ว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์ไม่สมควรจะได้ จึงมีหน้าที่ต้องคืนลาภแก่ผู้ที่มีสิทธิรับลาภที่แท้จริง

4.กรณีลาภลอยเป็นเงิน ส่วนตัวผมมองว่า มันต้องพิจารณาในทางปกติการค้าด้วยว่า คุณมีเงินเข้า-ออกต่อวันเยอะหรือไม่? ถ้าไม่ คุณย่อมมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่โอนผิดมา แต่ถ้ามี คุณจะไม่ต้องคืนเมื่อกิจการคุณประสบปัญหา หรือ ถูกฟ้องล้มละลาย -> ได้เงินฟรี? // ส่วนตัวผมว่าไม่ เพราะหนี้เงินมันมีลักษณะพิเศษ คือมันแค่หามูลค่าหรือจำนวนมาคืนเท่านั้น ดังนั้นเอาเงินเขาไปใช้ ก็สมควรคืนเงินโดยไม่ต้องบวกดอกเบี้ยเพราะไม่ไม่รู้ว่าเป็นเงินคนอื่น หากพิจารณาตามคำพิพากษาฎีกาที่มองว่าต้องมีการทวงถามก่อนถึงใช้เป็นเกณฑ์การวิเคราะห์ว่า ผู้นั้นสุจริตหรือไม่ ผมเห็นด้วยนะครับว่า ถ้าเขาทวงแล้ว ย่อมบอกอยู่ในตัวว่าเงินนั้นไม่ใช้ของคุณถ้าคุณใช้ไปก่อนได้รับแจ้ง ก็คืนเท่าจำนวน แต่ถ้าใช้จนหมดหลังแจ้งเท่ากับคุณไม่สุจริตแล้วก็จำต้องคืนลาภพร้อมดอกเบี้ย

Advertisement

Advertisement

คำถามต่อเนื่อง>แล้วอย่างนี้ คนไม่สุจริตกับสุจริตมันแยกกันอย่างไร ให้ดูผลครับ เพราะ ถ้าคุณทุจริต ก็สมควรคืนเงินทั้งก้อนบวกดอกเบี้ย เพราะน่าจะถือว่าผู้มีสิทธิได้ลาภงอกเสียประโยชน์จากการที่คุณเอาเงินไปใช้ที่เขาสามารถนำเงินได้ออกดอกออกผล (ติดที่เงินของเขาอยู่ที่คุณ) ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1122/2557 ที่จำเลยฝ่าฝืนนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บโจทก์ ในขณะที่โจทก์อยู่ในระหว่างแผนฟื้นฟูกิจการจึงต้องห้ามมิให้จำเลยไปรับชำระหนี้จากโจทย์โดยตรง แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องไปยื่นขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เท่ากับว่า การกระทำของจำเลย ย่อมฝ่าฝืนกฎหมายส่งผลให้เงินที่จำเลยรับไปย่อมหาเหตุรองรับไม่ได้ จำเลยจึงมีหน้าที่คืนเงิน ตามเช็คพิพาท พร้อมดอกเบี้ย และ คำพิพากษาฎีกาที่ 3132/2556 ที่ยืนยันว่า “หนี้เงิน” กฎหมายอนุญาตให้คิดดอกเบี้ยได้–โจทย์ชนะสวย ๆ-

Advertisement

Advertisement

แม้ว่าตามแนวคำพิพากษาฎีกา จะมองว่า การคืนลาภ(หนี้เงิน)ที่มองว่า ผู้ไม่สมควรได้รับลาภไปนั้น ต้องถูกทวงถามก่อน ตราบใดที่ยังไม่ถูกทวงถาม ก็ยังเป็นผู้สุจริต แต่ผมกลับมองว่าเมื่อตน (ผู้รับลาภ) ทราบแล้วว่าลาภที่ได้รับนั้นไม่ใช้ของตน ทำไมศาลจึงกำหนดให้ผู้มีสิทธิในลาภมีหน้าที่ตามหาผู้รับลาภก่อน ถึงแล้วค่อยทวงก่อน แล้วถ้าเป็นลาภที่มิใช่ “หนี้เงิน” ผู้ที่สมควรได้รับลาภงอกไม่จำต้องไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์ หรือโพสต์ในสื่อออนไลน์หรือ? เพราะฉะนั้น หน้าที่ในการคืนลาภ ควรจะเป็นจุดในการพิจารณาว่าผู้ได้รับลาภงอกนั้นไม่สุจริตแล้ว มิใช่ต้องทวงถามก่อน เพราะจะเป็นการสร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้สมควรได้ลาภหรือไม่ ขอบคุณครับ พอเถอะเดี๋ยวยาว

Advertisement

Advertisement

อนึ่ง บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ *ห้ามนำไปอ้างอิง*

no refห้ามนำไปอ้างอิง

 

ท้ายนี้ขอบพระคุณ ภาพ

1. ปก โดย Malvestida Magazine จาก Unsplash https://unsplash.com/photos/HpmDAS1Dozs

2. ภาพที่ 1 โดย pvproductions จาก freepik https://bit.ly/2Nt0DER

 3.ภาพที่ 2 โดย rawpixel.com จาก freepik https://bit.ly/3anknmm

4.ภาพที่ 3 โดย wayhomestudio จาก freepik https://bit.ly/3jQzCXN