“ที่ๆเราจะไปชื่ออะไรนะ??” “หา!! สาธารณรัฐอูฐ??” “เหย ชื่อประหลาด ไม่ไปอ่ะ” ผมพูดขึ้นมาหลังจากกดรับมือถือ

 “มันชื่อ Camel republic ต่างหาก แกจะแปลชื่อเพื่อ??” “ลองกดหาข้อมูลในกูเกิ้ลดูสิ น่าไปนะ อีกอย่างปุ๊กลุกชอบสัตว์มาก แกน่าจะชอบ” ปลายสายซึ่งเป็นพี่สาวของผมเองพูดขึ้นมา

“อ่ะ อ่ะ เดี๋ยวลองหาข้อมูลก่อน แค่นี้ก่อนนะ ทำงานก่อน” ผมกดวางสาย แล้วหันไปทำงานต่อ ซึ่งในหัวช่วงนั้นไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากจะรีบปั่นงานให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปหาข้อมูลสำหรับเที่ยวที่ชะอำในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้

บอกตามตรงว่าตอนที่ได้ยินชื่อ Camel republic คิดไปเองว่าเป็นคาราเมลเลย พาลนึกไปว่าเป็นชื่อของร้านกาแฟสวยๆที่มีปลาหรือมีหมาอะไรนอนกลิ้งอยู่ในร้าน เพราะประโยคที่พี่สาวผมพูดถึงปุ๊กลุก (ลูกสาวของพี่สาวผมอายุขวบครึ่งแก้มอ้วนน่ารักมาก) ซึ่งเป็นคนชอบไปดูสัตว์ข้างนอกบ้านแล้วกลับมาชี้ตัวที่เห็นในสมุดภาพรวมสัตว์โลกทุกครั้ง แต่หลังจากค้นหาข้อมูลแล้วพบว่าผมคิดผิดถนัด! นอกจากมันจะไม่ใช่คาเฟ่อย่างที่เข้าใจแล้ว มันคือชื่อของสวนสัตว์แถมยังตกแต่งสไตล์ “โมร็อกโค” อีกด้วย!?

Advertisement

Advertisement

ตกแต่งด้วยสไตล์โมร็อคโค

 

Camel republic แห่งนี้ตั้งอยู่ในอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หากขับรถมาจากกรุงเทพจะถึงก่อน Santorini ทำเลจัดว่าหาไม่ยากเพราะติดอยู่กับถนนเส้นหลักเลย หลังจากเลี้ยวรถผ่านเข้าประตูมาสิ่งแรกที่ผมนึกถึงเลยคือบรรยากาศของสวนสนุกสมัยก่อน เออใช่ มันคือความรู้สึกตอนพ่อแม่พามาเที่ยวแดนเนรมิตสมัยเด็กๆเลย (น้องๆที่เข้ามาอ่านอาจจะสงสัยว่าแดนเนรมิตนี่คืออะไร ลองกูเกิ้ลดูนะหนูๆ) คือมันเหมือนเข้ามาอีกโลกหนึ่ง! แต่โลกที่มาเจอในครั้งนี้นี่มันคือดินแดนทะเลทรายผนวกกับความมหัศจรรย์ของสัตว์เขตร้อน!!

Advertisement

Advertisement

         น้องอูฐสองตัวซึ่งเป็นไฮไลท์หนึ่งของสวนสัตว์แห่งนี้เลย

 

“ปุ๊กลุก อย่าวิ่งไปไกลนะลูก ค่อยๆเดิน” เสียงพี่สาวผมดังมาแต่ไกล ด้วยความที่ภายในสาธารณรัฐอูฐแห่งนี้กว้างขวางมาก สถานที่วางอยู่บนพื้นที่ขนาด 35 ไร่ ทำให้วางจุดเดินชมสัตว์ภายในได้ค่อนข้างเหมาะกับการเดิน (หรือการวิ่งของปุ๊กลุก) ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในทั้งถ่ายรูป ชมสัตว์ หรือแม้กระทั่งรับประทานอาหาร

ที่นี่จัดเป็นสวนสัตว์ที่มีการทำกรงได้ค่อนข้างเปิดเผย ดูไม่อึดอัด ถ้าผมเป็นสัตว์ก็คงจะแฮปปี้ สุขภาพดีกันเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีอีกอย่างของกรงกึ่งเปิดแบบนี้ก็จะทำให้เราได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น ไม่ใช่เข้าไปกอดจูบลูกคลำอะไรหรอกนะ หมายถึงสามารถยื่นป้อนอาหารได้คล่องตัว และชมความน่ารักได้ถนัดมากขึ้น นั่นทำให้หลานของผมเองได้มีโอกาสทดลองเป็นคนให้อาหารสัตว์ 1 วัน “เอ้า กินเยอะๆนะจะได้โตไวๆ” ในใจของปุ๊กลุกคงคิดแบบนี้

Advertisement

Advertisement

เด็กเล็กๆก็ให้อาหารสัตว์ได้อย่างง่ายดาย

สัตว์ที่มีให้ชมที่นี่จัดอยู่ในประเภทที่ไม่ได้หาชมกันง่ายๆ ทั้งอูฐสองพี่น้อง (หรือสองผัวเมีย) ที่เป็นไฮไลท์เพราะกรงพี่เค้าใหญ่มากสมกับเป็นเจ้าของชื่อสถานที่ ทั้งยีราฟตัวมหึมาอย่างกับหลุดมาจากสารคดีแอฟริกา (ซึ่งน้ำลายยืดและเหนียวมากระวังตัวไว้ก็ดี) ตัวอัลปาก้า น่ารักๆ มีน้องนกที่อยู่ในกรงขนาดใหญ่ พวกเราสามารถเข้าไปอยู่ข้างในได้พร้อมถืออาหารจำพวกถั่วเพื่อล่อให้น้องๆบินลงมาเกาะที่มือเพื่อจกกินอย่างน่าเอร็ดอร่อย นอกจากนี้ยังมีบางตัวเห็นหน้าก็แล้ว อ่านป้ายชื่อก็แล้ว สุดท้ายก็ยังงงว่ามันคือตัวอะไร ใบ้ให้ว่ามีตัวที่เหมือนกับกระต่ายผสมหนูตัวใหญ่ๆ กับไก่มีขนยาวๆอย่างกับแกะ ถ้าอยากรู้ต้องมาชม

ทายซิ ผมคือตัวอะไรครับ

ถ้าหากการมาดูมาให้อาหารสัตว์อย่างเดียวไม่สาแก่ใจละก็ ที่นี่มียังมีบริการเครื่องเล่นสำหรับเด็ก (ถ้าเป็นเด็กเล็กๆผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด) มีมุมถ่ายรูปสวยๆทั้งอาคารและของประดับตกแต่งที่ผู้ออกแบบใส่เข้ามาให้ได้กลิ่นอายเมดิเตอเรเนียนนิดๆ ทะเลทรายหน่อยๆ มีความสวยงามมากมาย รวมทั้งโซนอาหารที่แม้ไม่มาก แต่ก็พอเติมความอิ่มให้กับท้องได้พอสมควร และก็อาจจะใช้เป็นจุดแวะพักได้ดีทีเดียวครับ

ของเล่นที่เหมาะกับแม่และลูก

สรุปได้ว่า Camel republic แห่งนี้นอกจากจะเป็นสาธารณรัฐอูฐที่มีสัตว์มากมายให้เยี่ยมชมแล้ว ยังสามารถเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้กับคนในครอบครัว ทั้งคนที่รักสัตว์และชื่นชอบการถ่ายรูป สำหรับครอบครัวผมไว้ปุ๊กลุกเริ่มพูดว่า “อูฐ” ได้เมื่อไหร่ จะรีบพามาให้อาหารน้องๆในสถานที่แห่งนี้อีกแน่นอน ในฐานะอาจารย์ที่ทำให้หลานผมพูดได้ อิอิ