เมื่อไม่นานมานี้ เราเดินทางไปจังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาเรื่องเขียนรีวิว เราเดินทางโดยรถไฟ  พอไปถึงเราก็เดินหาห้องพักราคาถูกๆ เพราะเรามีงบจำกัด ทริปนี้เราเดินทางคนเดียว เราเดินหาห้องพักอยู่นาน  ระหว่างนั้นก็ถ่ายรูปวิวข้างทางไปด้วย  เพื่อใช้ประกอบเรื่องรีวิว หาห้องพักราคาถูกจนเหนื่อย  ก็มานั่งพักที่ริมทะเล  ฝนก็เริ่มลงเม็ด  ตอนนั้นเป็นเวลา 5 โมงเย็นแล้วแต่เราก็ยังไม่ได้ห้องพัก ยืนมองทะเลแล้วอยากลงไปพักในทะเลซึ่งตอนนี้เกรียวคลื่นแรงมาก ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม คนก็ไม่ค่อยมีเพราะเป็นวันธรรมดา คงจะมีคนพบเราอีกทีตอนขึ้นอืดแล้วลอยมาเกยตื้น ระหว่างคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เราก็เห็นเด็กสองคนอายุไม่น่าเกิน 6 ขวบ วิ่งลงไปเล่นที่ริมหาดท่ามกลางสายฝน เรามองหาผู้ปกครองของเด็กก็ไม่พบใครเลย  ฝนตกหนักขึ้น เราเริ่มเป็นห่วงเด็กก็เลยวิ่งตามลงไปแต่เราก็หาเด็กไม่พบ วิ่งจนสุดหาดก็ไม่มี ทางขึ้นก็มีช่องเดียวตรงรูปปั้นพญานาค เราวิ่งขึ้นมาจากหาดด้วยความตกใจ พอดีเจอรถตำรวจท่องเที่ยว เราจึงรีบแจ้งเรื่องเด็กหายทันที ตำรวจถามถึงลักษณะของเด็ก เราก็รีบบอกทันที ตำรวจได้ยินดังนั้นก็ชี้มือไปที่รูปปั้นพญานาคน้อยสองตนทั้งซ้ายขวา และบอกเราว่าอีกรายแล้วที่เจอ เรารู้สึกเสียดายทันที รู้อย่างนี้ตามพญานาคน้อยไปเมืองบาดาลก็ดี จะได้มีเรื่องเขียนรีวิวแบบน่าสนใจ ถ้าไม่ตายซะก่อนเรื่องที่ส่งอาจจะได้รับการพิจารณาก็ได้ ยืนคิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว มาสะดุ้งอีกทีตอนตำรวจถามเราว่าทำไมไม่กลับที่พัก ดึกแล้ว ฝนก็ตกหนัก เราก็เลยบอกไปว่าเรายังหาที่พักไม่ได้ เพราะเรามีเงินติดตัวมาไม่กี่ร้อยเอง ตำรวจจึงแนะนำที่พักราคาถูกให้ในตรอกแห่งหนึ่ง ว่าแล้วก็เรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาให้เพื่อไปส่งเรา สรุปว่าเราถึงที่พักตอนสามทุ่ม เนื้อตัวเปียกปอน ห้องพักก็เหลือห้องเดียว ราคา 200 บาท ภายในห้องดูอับๆ เหมือนไม่มีใครพักมานานแล้ว แต่เกิดเป็นคนจน เรื่องมากไม่ได้ ดีกว่านอนตากฝนอยู่ริมถนน  เราก็เลยโอเค คืนนี้นอนที่นี่แล้วกัน ว่าแล้วก็เดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมห้องน้ำรวม ซึ่งตอนนี้มีเราอยู่คนเดียว รู้สึกวังเวงบอกไม่ถูก น้ำก็เย็นเจี๊ยบ โชคดีอาบน้ำเย็นมาทั้งชีวิต ไม่รู้จักหรอกเครื่องทำน้ำอุ่น เป็นคนจนก็ดี เพราะอดทนได้ทุกสถานการณ์  ในระหว่างอาบน้ำอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู เราจึงรีบล้างแชมพูออกจากหัว  แชมพูก็เข้าตา ทันใดนั้นเองเราก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเย็นมากกว่าน้ำที่เราอาบเดินผ่านตัวเราไป เรารีบขยี้ตาเพื่อดูรอบๆ ตัว และแล้วเราก็เห็นเงาคนลอยทะลุผนังห้องน้ำไป แต่เราก็ไม่คิดมากเพราะคิดว่าอาจเป็นภาพซ้อนจากการขยี้ตาก็ได้ เราอาบน้ำเสร็จก็เดินออกจากห้องน้ำและมายืนส่องกระจก ทีนี้ชัดเลย เงานั้นทะลุออกมาจากประตูห้องน้ำที่เราพึ่งเดินออกมา  แล้วจะยืนทำอะไรต่อล่ะ โกยสิคะ! เพียง 1 นาที เราหายตัวได้มั้ง มาอยู่ในห้องแล้ว เปิดพัดลมนั่งเป่าผม ยังหนาวไม่สะใจ ทำหวีตกเลยก้มลงเก็บ ตาเลยเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างใต้เตียง เตียงนอนทีนี้ได้หนาวนอกและหนาวใน คุณพระ! กระถางธูป พร้อมดอกกล้วยไม้แห้งกำหนึ่ง สงสัยจะบูชาเจ้าของห้องนี้แน่ๆ  เรารีบวิ่งไปหยิบมือถือเพื่อดูเวลา พระเจ้า! จะ 5 ทุ่มแล้ว ฝนก็ตกหนัก หาที่พักใหม่ไม่ทันแล้ว เมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็เปิดไฟนอนไปเลย กลัวก็กลัว แต่เหนื่อยมากกว่าเลยเผลอหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีตอนตีสองกว่าๆ เพราะปวดฉี่ เลยลุกขึ้นเพื่อจะได้เดินไปห้องน้ำ แต่แล้วก็ไม่ต้องไปแล้ว  เพราะเราเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินทะลุกำแพงไปต่อหน้าต่อตา... เช้าวันรุ่งขึ้น แม่บ้านมาเคาะประตู เราเลยบอกกับแม่บ้านว่าเมื่อคืนฝนมันสาด เราลืมปิดหน้าต่าง เลยมีน้ำนองเต็มพื้นเลย แม่บ้านบอกว่าห้องนี้ถึงฝนไม่สาด ก็มักมีน้ำนองเต็มพื้นประจำ ชินแล้ว... กำแพงห้องนอน

Advertisement

Advertisement

ปล. รูปที่ถ่ายจากสถานที่จริง ถ้าใครอยากเห็น... ปิดไฟให้มืด ตอนตีหนึ่ง กรุณาอยู่คนเดียว แล้วดูรูปนี้ ขอให้โชคดี ถูกล็อตเตอรี่ แล้วมาแบ่งเราบ้างนะ (ถ้ากล้าขอหวยกับ...)

​​​​​​

 

 

 

 

 

 

 

​​​​​​

 

​​​​​​

​​