แม้จะเคยขับรถผ่านสวนสาธารณะเพชรบุระ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์อยู่หลายครั้ง  แต่ได้เข้าไปข้างในไม่บ่อยนัก ถ้าจำไม่ผิดก็เคยเข้าไปวิ่งออกกำลังกายอยู่ 1 - 2 ครั้ง และเมื่อปีที่แล้วเคยไปเดินเล่นหาของกินในงานดนตรีในสวนครั้งที่ 9 

ซึ่งในแต่ละครั้งที่เข้าไปก็พอจะสังเกตเห็นอาคารเล็ก ๆ  สีเหลือง ทรงโบราณ ที่ด้านหน้าฝั่งขวาของประตูทางเข้ามีป้ายระบุว่า "บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์" และป้าย "หอเกียรติยศเพชรบุระ"   แต่ตอนนั้นก็ไม่ทันได้ใส่ใจอะไรมากนัก

ป้ายด้านหน้าหอเกียรติยศเพชรบุระจนกระทั่งคืนหนึ่งในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้แวะไปเดินเที่ยวงานดนตรีในสวน ครั้งที่ 10 ที่สวนสาธารณะเพชรบุระนั้นอีกครั้ง สังเกตเห็นว่า อาคารหลังนั้นเปิดให้เข้าไปชมข้างใน 

และเมื่อมองจากด้านนอกอาคารเข้าไปเห็นบางส่วนของชั้นล่าง  รู้สึกได้ว่ามีบรรยากาศคล้ายกับหอโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัยที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะนี้มากนัก อันเป็นสถานที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนี้ ซึ่งเคยไปเที่ยวชมและประทับใจในการจัดสถานที่อย่างงดงามของหอโบราณคดีแห่งนั้น  จนได้นำมาเขียนเป็นบทความอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว 

Advertisement

Advertisement

เมื่อมองเห็นว่าอาคารหอเกียรติยศเพชรบุระแห่งนี้มีรูปแบบการจัดในลักษณะคล้ายคลึงกัน  จึงเกิดความสนใจ ชวนแฟนสาวที่มาด้วยเข้าไปชมข้างในด้วยกัน ซึ่งขณะนั้นมีคนเข้าไปชมก่อนหน้านั้นแล้วจำนวนหนึ่ง

ก่อนเดินเข้าไปข้างในก็ลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นจากอินเตอร์เน็ต  ทราบว่า อาคารนี้ แต่เดิมเป็นจวน (บ้านพัก) ของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  ซึ่งสร้างขึ้นใกล้ ๆ กับศาลากลางจังหวัดหลังเก่า (ซึ่งปัจจุบันคือหอโบราณคดีเพ็ชรบูรณฺอินทราชัยนั่นเอง)

Advertisement

Advertisement

ต่อมาเมื่อมีการสร้างศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่บริเวณศูนย์ราชการ  ก็ได้มีการสร้างบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กันนั้นด้วย  จวนหลังเก่านี้จึงได้รับการปรับปรุงโดยจัดทำ เป็นหอเกียรติยศตั้งแต่ปี 2548 เพื่อเก็บรวบรวมและจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับบุคลลสำคัญ และเรื่องราวเกียติประวัติอันน่าภาคภูมิใจของเพชรบูรณ์  โดยจัดแสดงทั้งในรูปแบบของหุ่นขี้ผึ้ง รูปปั้น ภาพถ่าย  คล้าย ๆ กับที่มีการจัดแสดงข้อมูลที่หอโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัยนั่นเอง

เมื่อเข้าไปภายในก็ไม่ผิดหวัง  เมื่อพบกับการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้เพชรบูรณ์   และรางวัลเกียรติยศอันน่าภาคภูมิใจต่าง ๆ

โดยอาคารนี้แบ่งเป็นสองชั้น  ชั้นล่างจะมีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเพชรบูรณ์ตั้งแต่อดีต  รายนามผู้ปกครองเมือง (เจ้าเมือง จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด)  ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับเพชรบูรณ์ 

Advertisement

Advertisement

จอมพล ป.พิบูลสงคราม

ไม่ว่าจะเป็นจอมพล ป.พิบูลสงคราม ผู้สร้างความเจริญและพยายามผลักดันให้เกิดนครบาลเพชรบูรณ์เป็นเมืองหลวงของประเทศ  นักการเมืองคนสำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและที่กลายเป็นนักการเมืองระดับประเทศ เช่น  ท่านปัญจะ เกสรทอง อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น 

รูปปั้นนักการเมืองที่สำคัญของเพชรบูรณ์

หุ่นขี้ผึ้งท่านปัญจะ เกสรทองนอกจากนี้ยังมีหุ่นขี้ผึ้งและการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับนักมวยสายเลือดเพชรบูรณ์ที่สร้างชื่อเสียงระดับประเทศและระดับโลก อันได้แก่ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ เขาทราย แกแล็คซี่  เขาค้อ แกแล็คซี่  ซึ่งบรรดาคอมวยคงจะรู้จักกันดี

หุ่นขี้ผึ้งนักมวยสำคัญ

เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน บริเวณทางขึ้นมีการจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่เสด็จเมืองเพชรบูรณ์ จำนวน 13 ครั้ง โดยมีรายละเอียดการเสด็จแต่ละครั้งจัดแสดงอยู่ด้านบน

ข้อมูลในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเพชรบูรณ์ชั้นบนซึ่งแบ่งเป็นสองห้องทั้งฝั่งซ้าย - ขวา เป็นการจัดแสดงนิทรรศการ หุ่นขี้ผึ้งและป้ายข้อมูลประวัติบุคคลสำคัญของเพชรบูรณ์ที่เป็นที่รู้จัก ทั้งในด้านของการเป็นนักปราชญ์  นักการเมือง ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น พระสงฆ์  ซึ่งทำให้สัมผัสได้ว่า เพชรบูรณ์อันเป็นเมืองเล็ก ๆ นี้ ทว่าเป็นเมืองที่เรียกได้ว่า "ไม่สิ้นคนดี" 

รูปปั้นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อทบหุ่นขี้ผึ้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด

หุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานที่ ทราบว่า ปกติหอเกียรติยศแห่งนี้จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00 - 15.00 น. แต่ช่วงที่มีงานเทศกาลดนตรีในสวน ในช่วงเดือนธันวาคม ก็จะเปิดให้เข้าชมในช่วงกลางคืนด้วย

ท่านใดที่สนใจก็สามารถไปเข้าชมได้ฟรี ที่บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า อยู่ในสวนสาธารณะเพชรบุระ ในเมืองเพชรบูรณ์ หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 056 - 722623

แล้วมารับเอาแรงบันดาลใจจากแหล่งรวมความภาคภูมิใจอีกแห่งหนึ่งของเมืองเพชรบูรณ์ ที่หอเกียรติยศเพชรบุระแห่งนี้กันนะครับ

 

ภาพประกอบและภาพปกบทความ โดย 31singha