พาร์ทสุดท้ายของการท่องเที่ยวเพชรบูรณ์มาแล้วค่า ผู้เขียนได้เคยรีวิววัดพระธาตุผาซ่อนแก้วกับ Pino Latte ไปก่อนหน้านี้ 

 

ผู้เขียนออกเดินทางจากที่พักตนเองในแถบปริมณฑลตั้งแต่สี่ทุ่มของคืนวันเสาร์ สถานที่แรกที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชม ซึ่งไปถึงตั้งแต่เช้ามืดของวันอาทิตย์เลยก็คือวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นวัดชื่อขึ้นชื่อที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกัน และมีหลายท่านที่รีวิววัดแห่งนี้ ซึ่งรับประกันเลยค่ะ ว่าหากใครได้ไปเยี่ยมชมก็จะสัมผัสได้ถึงความสวยงามได้มากเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ลมหนาวมาแบบนี้ บรรยากาศยิ่งดีขึ้น x10 ไปเลยค่ะ

 

เพื่อน ๆ สามารถหารีวิววัดพระธาตุผาซ่อนแก้วได้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เลย หรือไม่ก็สามารถเสิร์ชหาได้ใน true id นี้ได้เลยนะคะ (บทความ "ท้องฟ้า ต้นไม้ ลมหนาว และพุทธศาสนาแห่งเมืองเพชรบูรณ์")

 

หลังจากนั้นผู้เขียนได้ไปที่ Pino Latte ซึ่งเป็นคาเฟ่บนเขาที่บรรยากาศดีมาก จนทำให้ผู้เขียนรีวิวเพลินจนมีขนาดยาวเกินกว่าที่คาด จึงจำเป็นต้องตัดการรีวิวสถานที่ต่อไปออกมาเป็นอีกบทความหนึ่ง ซึ่งสามารถชมบทความการรีวิว Pino Latte ได้ใน true id เช่นกันค่า (บทความ "City of cold wind @เพชรบูรณ์") และสถานที่ต่อไปในพาร์ทจบทริปนี้ก็แจ่มไม่แพ้กันเลยค่ะ !

Advertisement

Advertisement

 

สถานที่ต่อไปนั่นก็คือ ............................

"Tak moh coffee และโรงเตี๊ยมสุดขอบฟ้า" (ตั๊กม้อ)

บรรยากาศร้านตั๊กม้อ

ร้านนี้อยู่ใกล้กับ Pino Latte มาก ๆ จริง ๆ ค่ะ ชนิดที่ว่าเดินมาก็ยังได้ มีทั้งส่วนของอาหารจานหนักและร้านคาเฟ่เครื่องดื่มต่าง ๆ เช่นกันกับ Pino Latte เลยค่า ฉะนั้นใครจะเก็บบรรยากาศ Pino Latte ก่อน แล้วค่อยมาทานที่ตั๊กม้อ หรือใครจะทานหนักที่ตั๊กม้อต่อแล้วไปย่อยที่ Pino Latte ก็ตามแต่หัวใจเลยค่า ซึ่งทริปนี้เราจะมาทานอาหารมื้อเที่ยงจัดหนักกันที่ตั๊กม้อกันค่า 

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศในร้านอาหารตั๊กม้อ

บรรยากาศภายในร้านจะเป็นแนวเมืองจีนเช่นนี้เลยค่ะ ได้บรรยากาศโรงเตี๊ยมมาก ๆ และมองออกไปนอกร้านก็เห็นทิวทัศน์เป็นภูเขารายล้อมเลย สวยงามมากกกก นั่งทานไป มองบรรยากาศไป เพลินเลยค่า 

บรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อ

อาหารขึ้นชื่อของทางร้านเลยคือขาหมูหมั่นโถวนะคะ ซึ่งทางเราก็ไม่พลาดที่จะต้องสั่งมาลองสักครั้งในชีวิตค่ะ ราคาอยู่ที่ 399 บาทค่า เมนูทางร้านมีให้เลือกละลานตามากค่ะ แต่ทริปนี้ผู้เขียนสั่งมาเป็นขาหมูหมั่นโถว ลาบหมู ผักกาดขาวผัดน้ำปลา ต้มแซ่บ และข้าว 1 โถค่า ส่วนใหญ่ราคาเมนูต่าง ๆ ของทางร้านจะ 100+ และ 200+ นะคะ รสชาติดีอร่อยถูกปากทุกเมนูเลยยยย แต่ผู้เขียนถ่ายทันแต่ภาพขาหมูหมั่นโถวค่ะ เพราะพอขาหมูวางปุ๊ป ทั้งวงก็จัดการกินเพลินเลย ขาหมูสมคำร่ำลืมจริง ๆ ค่ะ นุ่มทุกส่วนเลย แป้งหมั่นโถวก็ดีมาก ใครชอบสายนี้อยู่แล้ว แนะนำเลยค่ะ พอรู้ตัวอีกทีทุกอย่างก็มลายหายไปหมดทุกจานเลยค่ะ .... รับประกันความอร่อยได้จากความเกลี้ยงจานค่ะ แม้แต่น้ำขาหมูก็ไม่เหลือในจานเลย ...

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อบรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อบรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อบรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อ

ได้เวลาของการปารูปบรรยากาศเช่นเคยแล้วนะคะ อาจมีรูปไม่เยอะเท่า Pino Latte เท่าไหร่ค่ะ เพราะที่นี่เรามากินเน้น ๆ เลยค่ะ บรรยากาศคือผลพลอยได้อีกที -//-

บรรยากาศภายในร้านตั๊กม้อ

ขอส่งท้ายด้วยภาพยืนยันความอร่อยค่ะ .... พออิ่มหมีพีมันกันเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อค่า และอีกสถานที่หนึ่งที่เราจะไปกันในวันนี้ก็คือ ..

 

"ไร่กำนันจุล" สาขา 1 นั่นเองค่าาา 

 

จะอยู่ห่างออกจากตั๊กม้อไปพอสมควรนะคะ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ถึงไร่กำนันจุลเวลาประมาณบ่ายสองกว่า ๆ ค่า อาจไม่มีภาพภายในไร่กำนันจุลมาฝากเท่าไหร่นะคะ เนื่องจากมีคนมาเรื่อย ๆ ค่ะ ถ่ายมุมไหนก็ติดหน้าคนเต็มไปหมด เลยเกรงใจที่จะถ่ายค่ะ -//-

บรรยากาศภายในไร่กำนันจุล

ภายในร้านจะมีของฝากให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านมากมายเลย ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารนะคะ อาทิ ปลาส้ม น้ำพริก ของ OTOP ต่าง ๆ ปลาส้มของที่นี่ค่อนข้างขึ้นชื่อนะคะ จะเรียกว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ทางเดินเข้าร้านก็จะมีบูธเล็ก ๆ อยู่ริมประตู เป็นบูธขายปลาส้มที่ทำสำเร็จแล้วให้รับประทานกันตรงนั้นได้เลยค่า มีหลาย ๆ รสชาติ เช่น ข้าวยำปลาส้มรสสมุนไพร ข้าวยำปลาส้มรสออริจินอล ซึ่งข้าวยำจะอยู่ในรูปแบบข้าวทอดลูกกลม ๆ นะคะ และก็มีรสชาติอื่น ๆ อีกสองสามรสค่ะ สามารถเลือกสรรเลือกช้อปกันได้เลยยย นอกจากนี้ข้างในร้านก็ยังมีโซนขายอาหารด้วยนะคะ ใครจะแวะมากินมื้อเที่ยงมื้อเย็นที่นี่ก็ได้เช่นกันนะคะ

 

พอซื้อของจากในร้านเสร็จ ถ้าใครยังไม่รีบร้อนไปไหนก็เข้าไปเดินเล่นในส่วนของสวนข้างหลังร้านได้นะคะ จะมีเป็นส่วนจัดกิจกรรมขายของต่าง ๆ ผู้เขียนเคยมาที่นี่ประมาณ 4-5 ครั้ง ซุ้มขายของจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ค่ะ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ตามวาระโอกาสกิจกรรมของทางร้าน แต่ก็จะมีซุ้มขายอาหารอยู่เสมอค่ะ และมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งรับประทานได้สบาย ๆ เพลิน ๆ เลยค่า

 

พอเกือบบ่ายสามนิด ๆ ก็ได้เวลากลับบ้านไปสู้ชีวิตของเราต่อกันแล้วหละค่ะ .. ในตอนแรกวางแผนทริปว่าจะไปปิดท้ายที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่เป็นทางผ่านระหว่างทางกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันพ้นไปจากเพชรบูรณ์ก็เย็นมากแล้วค่ะ การจราจรติดขัดในบางจุดพอสมควรเลย จึงต้องพับโครงการแวะเที่ยวที่อื่นไปเสียก่อน เพราะถ้าแวะอีกคงได้ถึงบ้านเช้าวันใหม่แน่นอนค่ะ ... 

 

สำหรับบทความนี้ ผู้เขียนคงต้องขอตัวลาไปก่อนแล้วค่า หวังว่าจะมีโอกาสว่าง ๆ มารีวิวสถานที่ต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ชาว True ID ได้อ่านอีกนะคะ ^^