สวัสดีครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงมหาวิทยาลัยปีที่ 3-4 ผมย้ายหอไปอยู่แถวรังสิตครับ เพื่อให้ใกล้มหาวิทยาลัยมากขึ้น วันแรกๆที่เข้าไป สังเกตเห็นว่าห้องข้างๆ เป็นห้องที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกที่มีตัวกระแทกไว้ครับ (ที่เป็นปุ่มๆ กดแล้วมีเสียงดังแป๊ะๆ) ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก คิดว่าเป็นห้องใหม่ที่ยังไม่มีคนย้ายเข้า
เราย้ายของเข้าห้องใหม่กันเสร็จ คืนนั้นจำได้ว่าเหนื่อยมากเลยครับ


 


     หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ ผมเริ่มเอาโน้ตบุ้คมาใช้เพื่อทำงานครับ ก็ search หาไวฟายในหอพักครับ ก็เจอหลายอันเลยครับ จนกระทั่งผมเลื่อนลงมาเจอชื่อนึง ที่ทำให้ผมขนลุก "room with the wrapped door" ครับ ผมสะดุ้งเบาๆ คิดทันทีว่าเห้ย! หรือว่ามีคนอยู่อาศัยในนั้นวะ แต่อีกใจก็คิดว่าอาจมีห้องอื่นๆ แกล้งขำๆ ก็ได้มั้งครับ ตั้งชื่อตลกๆให้คนตกใจเล่น พลางลองกดเข้าไวฟายดูครับ แต่ก็นั่นแหละครับ รหัส 123456 ที่ผมสุ่มเล่นๆ ถ้าเข้าได้ก็คงแปลก เพื่อนผมก็ฮาผมท้องแข็งเลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement



 


     คืนนั้นผมจำได้ว่าช่วงกลางดึก ประมาณตี1 ผมได้ยินเสียงดัง ปั้ง! จากในห้องนั้น ผมสะดุ้งตื่นทันที หันไปมองหน้ากับเพื่อน เราตกใจกันมากครับ แต่ไม่ได้แม้แต่จะออกไปดู เพราะดึกมากแล้ว บวกกับไม่กล้าออกไปด้วยครับ นี่เป็นคืนแรกที่มีเสียงออกมาจากห้องนั้นครับ


 


     เช้าวันรุ่งขึ้น ผมออกไปเรียนตามปกติ กินข้าว จนกระทั่งกลับมาห้องครับ ผมแวะมองห้องนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้เห็นความผิดแปลกไปจากวันแรกสักเท่าไร พลาสติกยังห่อหุ้มไว้ ภายในดูเก่าๆ ฝุ่นเกาะๆยังไงก็อยู่อย่างนั้น ผมลองsearch ชื่อไวฟายก็ยังเจอชื่อนี้ครับ เหมือนจะเปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ปิดเลย คืนนั้นช่วงเวลาประมาณตี1เหมือนเคย มีเสียงดังปั้ง!อีกแล้วครับ แต่คราวนี้เหมือนจะมีเสียงก่อกๆแก่กๆ ด้วย ผมเริ่มใจเสีย เพื่อนที่อยู่ด้วยก็เริ่มผวาแล้วครับ แต่เรายังคงต้องข่มใจนอน เพราะคิดว่าอาจไม่มีอะไรก็ได้

Advertisement

Advertisement

 

      ผ่านไปอาทิตย์กว่าๆ  เหตูการณ์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเสียงดังที่เกิดขึ้นช่วงตี1 สลับไปมาๆกับเสียงก่อกแก่กๆ วันเว้นวันเลยทีเดียว จนผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ละ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ผมกับเพื่อนตัดสินใจว่า เดี๋ยวตอนเช้าวันรุ่งขึ้นจะลองไปเคาะประตูดู
 



     ตึงๆๆ เสียงผมเคาะประตู สลับไปกับเสียงพูด "มีคนอยู่มั้ยครับ" ผมเคาะอยู่นานๆ จนฝุ่นที่ติดบนพลาสติกเริ่มฟุ้งกระจาย แต่ไร้วี่แววเสียงตอบรับกลับมา ในเวลา7โมงเช้า ผมคิดว่าถ้ามีคนอยู่คงน่าจะยังอยู่ในห้อง ต้องได้ยินเสียงผมแล้วแหละ ผมเริ่มชั่งใจ เพื่อนผมบอกผมว่า "เออ ไปเรียนก่อนละกันมึง ค่อยว่ากันเย็นนี้" จนกระทั่งตอนเย็น ผมกลับมาหอกับเพื่อน ผมลองเคาะอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับมีคนในชั้นนั้นเดินขึ้นมาพอดี เขาเลยบอกผมว่า "พี่ไม่ต้องเคาะหรอกครับ ห้องนั้นเขาไม่มีคนอยู่นานแล้ว" ผมถามเขาต่อว่าเคยได้ยินเสียงดังๆช่วงดึกๆไหม เขาเลยเล่าต่อว่า เจ้าของห้องเขาเสียแล้ว เขาฆ่าตัวตายเมื่อนานมาแล้ว ให้พวกผมไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เขา บางทีเขาอาจยังไปเกิดไม่ได้ จึงพยายามสื่อสารกับพวกพี่ ผมหน้าชาเลย ทำอะไรไม่ถูก ทั้งกลัวทั้งสงสาร ทั้งเสียดายเงินถ้าจะเลิกเช่าตอนนี้ วันรุ่งขึ้นผมเลยไปทำบุญให้เขา ขอให้เขาได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี...

Advertisement

Advertisement

     หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลย แต่สัญญาณไวฟายยังมีอยู่เหมือนเดิม อาจเป็นห้องอื่นก็ได้ผมคิด







     พอครบ3เดือน ผมสามารถเลิกเช่าได้ ผมและเพื่อนก็รีบไปจากที่นี่ทันที ถ้าต้องเดินผ่านทุกวัน มันก็คงทำใจได้ยาก ผมบอกเพื่อนแบบนั้น เพื่อนผมเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล