สวัสดีครับ วันนี้เราขอเล่าเรื่องตอนที่เราไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ที่กรุงเทพนะครับ เนื่องจากเราต้องไปทำธุระส่วนตัวที่กรุงเทพเราเลยไปนอนที่บ้านญาติ ซึ่งนั่นคือบ้านน้าของเราเอง เมื่อก่อนบ้านน้าเราอยู่ที่แถวคลองสอง(ปทุมธานี) แต่เนื่องจากน้าได้ซื้อบ้านอีกที่ซึ่งแถว ธัญบุรีเราเดินทางมาจากสนามบินดอนเมืองและได้นั่งรถแท็กซี่มาจากดอนเมืองเพื่อที่จะมาหมู่บ้านของน้า ตอนที่มาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เราเลยสังเกตเห็นคนสองคนยืนอยู่ที่หน้าประตู และเราก็เดินลงจากแท็กซี่และเดินมาเพื่อขึ้นรถกอล์ฟที่ทางหมู่บ้านมีไว้บริการ เราก็แจ้งทาง รปภ. ไปว่าจะไปบ้านน้า เราก็พลางคิดว่าทำไมสองคนนั้นไม่ขอขึ้นรถกอล์ฟไป หรือพวกเขารอใครมารับ เขามองผมแบบสายตาที่แข็งเหมือนผมไปทำไรให้ ทั้งที่จริงผมไม่ได้รู้จักเขาเลย 

รูปแรก

            หมู่บ้านที่นี่มีจำนวนบ้านน่าจะไม่ถึง 40 หลัง เพราะแต่ละซอยก็มีบ้านเพียง 8 หลังที่หันหลังให้กัน และบวกกับตอนนี้น่าจะมีลูกบ้านที่ย้ายเข้ามาไม่เยอะ เพราะบางหลังยังปิดไฟอยู่ จนผมมาถึงที่บ้านก็ได้เอากุญแจบ้านที่น้าเคยให้ไว้ และเปิดประตูเข้าไป 

Advertisement

Advertisement

“เดี๋ยวน้าเข้าไปนะ ตอนนี้น้าอยู่ที่ทำงานอยู่” ข้อความของน้าเด้งขึ้นบนโทรศัพท์มือถือของผม

            ผมก็รีบขนของขึ้นไปไว้บนบ้านที่เป็นห้องพัก นี่เป็นครั้งแรกที่มานอนที่บ้านหลังนี้ เมื่อก่อนเวลาที่มาก็มาอยู่แค่ตอนกลางวัน ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 3ทุ่ม ผมรู้สึกหิวข้าว แต่ถ้าออกไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อก็คงนานกว่าจะได้กิน และมันน่าจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ผมก็เลยตัดสินใจทำกับข้าวกินเอง 

            ที่บ้านของน้าผมปลูกผักสวนครัวไว้ที่หน้าบ้าน ผมเลยจะเดินออกไปเก็บมาต้มใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่แล้วหางตาของผมตอนที่กำลังหันหลังใส่รองเท้าก็มองเห็นสองคนนั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้าน แต่พอมองที่กระจกประตูหน้าบ้านกลับไม่มีคน ตอนนั้นผมคิดแล้วแหละว่าคงโดนดีเข้าแล้ว และผมก็ไปเก็บผักที่หน้าบ้าน ในใจพลางบอกเขาว่า “ถ้ามีอะไร ให้ไปคุยกันในฝัน” 

Advertisement

Advertisement

            และผมก็ทำเหมือนว่าไม่เห็นเขา และตัดสินใจเดินเข้าบ้านและปิดประตู พอต้มบะหมี่เสร็จผมก็มานั่งกินที่หน้าทีวี และดูทีวีไปด้วย แต่ในตอนที่ผมนั่งอยู่ในยินเสียงออดหน้าบ้านดัง พอส่องดูก็ไม่เห็นมีใคร มันดังแบบนี้หลายครั้งมาก จนผมเริ่มทนไม่ไหวและเดินออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ออกมาก็ไม่มีอะไร ในมือผมก็หยิบสร้อยพระออกมาจากกระเป๋าเป้ก่อนเดินออกจากบ้านด้วย อยู่ๆ กระถางต้นไม้หน้าบ้านก็ล้ม(เป็นกระถางเล็กๆ ที่มีต้นชวนชมปลูกอยู่) ผมก็หยิบขึ้นและเดินเข้ามาบ้านไป

Advertisement

Advertisement

“ก็บอกว่ามีอะไรให้ไปคุยกันในฝัน” 

            แม้ว่าบ้านหลังข้างๆ จะมีคนอยู่แต่ผมก็กลัวอยู่ดี ปกติไม่เคยเจอแบบที่ทำข้าวของเสียหาย แต่นี่ถึงขั้นทำกระถางต้นไม้ล้ม แสดงว่าคงมีฤทธิ์แรง กว่าชั่วโมงน้ามาถึงบ้าน ผมก็ยังไม่ได้บอกอะไรกับน้าว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ น้าก็บอกว่าเห็นคนยืนอยู่หน้าบ้าน สองคนแต่พอเลี้ยวเข้ามาในซอยบ้านกลับไม่มีใคร น้าเลยถามว่าผมเห็นคนมาที่หน้าบ้านไหม ผมก็เลยบอกไปว่า

รูปที่สอง

 “ตอนที่น้ายังไม่มา เห็นคนสองคนอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน แต่พอมาถึงบ้านตอนกำลังทำบะหมี่อยู่แล้วเดินออกมาเก็บผักก็เห็นคน มันเป็นเงาสะท้อนที่กระจกประตู แต่พอหันไปก็ไม่มีใคร พอตอนนั่งดูทีวีก็มีเสียงกดออดหน้าบ้านหลายครั้งเลยออกมาดู พอออกม่ก็กระถางต้นไม้ล้ม แต่ไม่มีคน”

“น้าก็เคยเห็น”

            คืนนั้นนอนที่บ้านหลังนั้นผมรู้สึกได้ยินเสียงคนเดินที่ถนนตลอดเลย เดินแบบเตะใบไม้ มันเสียงดังมากเหมือนคนเดิน และผมกำลังจะเปิดประตูไปส่องดูที่ระเบียงห้อง ก็เห็นน้าผมเปิดประตูพอดี(เป็นห้องนอนที่ใช้ระเบียงเดียวกัน) พอออกมาก็ไม่มีคน จนผมกับน้างงว่าเกิดอะไรขึ้น 

“เดี๋ยวตอนเช้าน้าเล่าให้ฟัง”

            น้าทิ้งข้อความนี้ไว้ ทำเอาผมนอนไม่หลับเลย อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ด้วยความที่ผมนอนไม่หลับก็ได้โทรหาเพื่อน ในจังหวะที่กำลังคุยกันอยู่เพื่อนก็เอ่ยทักขึ้น

“นี่ ข้างบ้านเขาทำอะไรหรอ เสียงดังจัง”ผมมองไปที่หน้าต่างเพื่อนส่งดูแต่ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนะ แต่เดินไปดูตามที่เพื่อนบอกเฉยๆ 

“ไม่มี ฮ่าฮ่า” ผมขำแห้องไป เลยนึกขึ้นได้ว่าผมใส่สร้อยพระไว้ เลยถอดออก และเดินไปที่หน้าต่างอีก แต่สิ่งที่เห็นคือ

            สองคนนั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้าน มองขึ้นมาจากถนน สายตาเขาเหมือนตอนที่ผมเจอเขาที่หน้าหมู่บ้านเลย แต่ใบหน้าของเขามันเริ่มเปลี่ยนไป ตอนแรกที่ผมมองยังเป็นใบหน้าปกติ แต่พอจ้องไปซักพักหน้าทั้งสองคนก็เริ่มเละขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆเปื่อยลงพื้นถนน แม้ว่าผมจะเจอผีบ่อย แต่ทุกครั้งจะเจอแต่แบบสภาพดีๆ มีครั้งนี้แหละที่น่ากลัว และผมก็ได้ร้องขึ้น 

รูปที่สาม

“น้า” เสียงดัง น้าผมกับแฟนก็ได้รีบเข้ามา ผมรีบชี้ให้น้าดูที่ถนน แต่พอไปดูน้าบอกไม่มีอะไร แล้วน้าก็มานั่งที่ข้างๆ ผมบอกว่า

“สองคนนั้นน่าจะเป็นคนงานที่หมู่บ้านนี้ เพราะคนในหมู่บ้านก็เคยเห็นบ่อย แต่ไม่มีใครรู้ว่าคือใคร แต่คนบ้านหลังอื่นบอกว่าพอทำบุญขึ้นบ้านก็ไม่เห็นอีกเลย ที่บ้านหลังนี้เห็นคงเพราะบ้านน้ายังไม่ได้ทำบุญบ้าน” และในคืนนั้นผมก็ไปนอนที่ห้องน้า และตอนเช้าน้าก็บอกผมว่าจะพาผมไปอยู่บ้านหลังเดิมก่อนเพราะน้าจะเลิกงานดึก ผมก็เห็นด้วยผมกลัวว่าเขาจะตามเข้ามาในบ้าน แต่เมื่อคืนผมไม่ฝันเห็นเขาเลยคงเพราะใส่พระ

      และก็เท่านี้แหละครับผมก็ไม่เจอเขาอีก เขาคงมาขอส่วนบุญกับมาขอให้น้าทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก่อน แต่ที่น้ายังไม่ทำบุญบ้านเพราะว่าบ้านยังมีการต่อเติมที่ห้องครัวหลังบ้านอย่ และน้าก็พึ่งนอนที่นี่เป็นครั้งแรก ต่หลังจากวันนั้นน้าก็มาดูช่างแค่ตอนเช้าแทน


ขอบคุณที่อ่านนะครับ ไว้เจอกันใหม่ สวัสดีครับ 

(รูปภาพเราวาดเอาเลย แต่ของจริงที่เราเจอมันน่ากลัวมากภาพยังติดตาอยู่เลย)