สวัสดีครับ เรื่องราวของเสื้อฟุตบอลไทยใน EP. 9 จะเป็นเรื่องของทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ที่เป็นทีมใหญ่เหมือนกันในไทยลีก สามารถดึงดูดนักฟุตบอลเก่ง ๆ จากทีมอื่น เข้ามาอยู่ร่วมทัพกับทีมได้อย่างเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ทีมฟุตบอลดังกล่าว ก็คือ "สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี" นะเอง

เป็นภาพที่ถ่ายเอง

เสื้อเหย้าทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี

เสื้อเหย้าที่น้ำเงิน ที่ผู้ผลิตยังเป็นไนกี้เหมือนเดิมดังกับทุกปี แต่ฤดูกาลนี้มีความพิเศษหน่อย เพราะมีการเปลี่ยนสีเสื้อจากสีเขียวที่เรามักคุ้นเคย มาเป็นสีน้ำเงิน หลังจากที่ใช้สีเขียวมาอย่างยาวนานนับ 10 ปี

เรื่องราวที่กำลังเริ่มขึ้นของทีมฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี กับฤดูกาลที่ต้องเปลี่ยนแปลงทีมหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องของโลโก้สโมสร พื้นหญ้าในสนาม และสีประจำสโมสร จากสีเขียวเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำเงินในครั้งแรก พร้อมทั้งดึงนักเตะฟอร์มฮอตอย่างฤดูกาลที่ผ่านมา (2017) คือ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” และ “มาริโอ ยูรอฟสกี้” นับว่าเป็นทีมที่เสริมทัพได้น่ากลัวอีกทีมหนึ่ง

Advertisement

Advertisement

เป็นภาพที่ถ่ายเองเรื่องราวที่ต้องจดจำนั้น เกิดขึ้นช่วงท้ายฤดูกาล ด้วยผลงานของทีมถึงกับแย่ ขั้นต้องลุ้นหนีการตกชั้น ก็เกิดเรื่องที่น่าเศร้าและช็อกวงการฟุตบอลไทย ณ ขณะนั้น หลังจากนัดสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อต้องเปิดลีโอ สเตเดี้ยม พบกับทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ขอเพียงผลเสมอก็สามารถทำให้ทีมอยู่รอดในไทยลีก 1 ได้ และเกมนี้เป็นฝ่ายเจ้าบ้าน (บางกอกกล๊าส เอฟซี) เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจากการทำประตูของ “โตติ” เหมือนเป็นโชคชะตาที่เข้าข้างเจ้าบ้านที่ได้ประตูขึ้นนำ แต่โชคชะตานั้นก็ต้องเล่นตลก เมื่อปรากฏว่าไม่กี่นาที ทีมนครราชสีมา มาสด้า ตีเสมอได้จากลูกยิงของ “เอกนัฏฐ์ คงเกตุ” ต่อมาทีมเยือนมาได้ลูกฟรีคิก และเป็นนักเตะอย่าง “เลอันโดร อัสซัมเซา” ยิงลูกปั่นเข้าประตูอย่างสุดสวย ในช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้าน (บีจี เอฟซี) ตามตีเสมอไม่สำเร็จ ส่งผลร้ายให้ทีมต้องตกชั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเป็นภาพที่ถ่ายเอง

Advertisement

Advertisement

* ฤดูกาล 2018 ไทยลีกมี 18 ทีม แต่มีการตกชั้นถึง 5 ทีม (เนื่องจากปี 2019 ไทยลีกจะปรับโครงสร้างลีกให้เหลือ 16 ทีม)

* สิ้นสุดฤดูกาล คะแนนในตารางของ ทีมบีจี เอฟซี เท่ากับ ทีมชัยนาท เอฟซี คือ 42 คะแนน (วัดกันด้วยกฎเฮดทูเฮด เท่ากับว่า ทีมชัยนาทดีกว่า) ส่งผลให้ทีมบีจี เอฟซี ต้องตกชั้นไปเล่นไทยลีก 2 ในปี 2019


ภาพทั้งหมดโดย ปิยทรรศน์ บัติปัน (ผู้เขียน)

หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ