..  ภาพโดย qimono จาก https://pixabay.com/th/photos/1587023/

                          เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา   ผมมีโอกาสได้ย้ายไปทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแถวถนนวิภาวดีครับ   ในช่วงแรกๆผมยอมขับรถไปจอดที่บ้านของตัวเอง ซึ่งอยู่ที่คลอง 2 ปทุมธานีไปที่ความที่ผมต้องเข้างานเช้าและมีงานที่ต้องออกไปพบลูกค้าในช่วงเช้าไปบ่อยๆ  ทำให้ผมตัดสินใจที่จะย้ายออกจากบ้านโดยคิดว่าจะกลับไปที่บ้านก็เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์หรือวันอาทิตย์ว่างๆเท่านั้นครับ   ผมตัดสินใจย้ายเข้ามาที่คอนโดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานนะคอนโดแห่งนี้อยู่ติดกับถนนใหญ่เลยครับ   แต่ผมไม่ขอระบุชื่อคอนโดนะครับคอนโดที่ผมย้ายเข้ามาอยู่นั้นมีคนอยู่กันตั้งเยอะและห้องที่ผมย้ายเข้ามาผมก็ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่นายหน้าที่รับหาคนเช่าห้อง  ตอนแรกที่ผมมาดูคอนโดแห่งนี้ก็มีห้องว่างให้เช่าอยู่ประมาณ 2-3 ห้องบางห้องก็ใหม่มากแต่ก็ไม่ถูกใจรวมถึงราคาสูงเกินไปสำหรับงบประมาณของผม   ทำให้ผมตัดสินใจเลือกอีกห้องหนึ่งที่มีราคาตรงตามที่ผมตั้งไว้แล้วค่อนข้างจะโอเค  ที่ผมย้ายเข้ามาอยู่นั้นในตอนกลางวันและตอนกลางคืนจะเงียบมากครับค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัวจะมีคนพลุกพล่านก็แค่ข้างล่างที่เป็นลานจอดรถเท่านั้นทำให้ผมรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

Advertisement

Advertisement

             แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่เคยเจอเพื่อนห้องตรงข้ามหรือห้องข้างๆเลยครับ   ต้องบอกเพิ่มเติมอีกนิดนะครับว่าห้องที่ผมย้ายเข้ามานั้นเป็นห้องแรกซึ่งอยู่ตรงหัวมุม   ฝั่งขวามือถัดไปอีกหน่อยจะเป็นลิฟท์ส่วนซ้ายมือก็เป็นห้องพักอยู่ติดกัน  ตอนมาอยู่แรกๆผมก็มีแปลกใจอยู่บ้างเพราะไม่ค่อยได้ลงลิฟท์กับคนที่อยู่ชั้นเดียวกันสักเท่าไหร่  มีก็แต่ป้าแม่บ้านที่มาทำความสะอาดซึ่งพอเจอหน้าก็ทักทายกันไปแล้วนิดหน่อย   ผมย้ายเข้ามาได้ประมาณ 2-3 วันผมรู้สึกชอบใจกับห้องที่อยู่มากครับเพราะสะดวกทั้งเวลาไปและกลับจากที่ทำงานทำให้ผมเหนื่อยน้อยลงและตื่นสายได้มากขึ้น   ช่วงเย็นของวันหนึ่งที่ผมเลิกงานประมาณ 15:00 ผมก็กลับมาที่ห้องพักทันทีเพราะอยากจะนั่งจิบเบียร์และดูหนังเพลินในช่วงเย็นจะไปอากาศที่เงียบสงบของห้องพักผมกลับมาถึงก็พบว่าประตูห้องข้างๆเปิดอยู่และกำลังมีการย้ายของเกิดขึ้นผมไม่ได้ทักทายอะไรมากและไม่รู้ว่าเป็นการย้ายเข้าหรือย้ายออก   แต่ถึงอย่างนั้นผมก็คิดว่าน่าจะเป็นการย้ายเข้ามากกว่าเพราะหลังจากที่ผมย้ายมาได้ 2 3 วันแม้แต่เสียงคนคุยกันผมยังไม่เคยได้ยินเลยครับ   วันนั้นผมกลับมาพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มกะว่าจะพักผ่อนอย่างสบายใจผมจิบเบียร์อยู่คนเดียวเปิดแอร์เย็นๆพร้อมกับทานกับแกล้มและดูหนังไปด้วยจนพอหนังจบผมก็นอนเล่นมือถือที่โซฟาจนไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหนผมสะดุ้งตื่นอีกทีก็เห็นว่า 22:00 แล้ว..

Advertisement

Advertisement

  ภาพโดย thefontbandit จาก https://pixabay.com/th/photos/2416517/

            แล้วผมจึงลุกขึ้นเก็บของและคิดว่าจะล้างหน้าล้างตา   ก่อนที่จะมาเคลียร์จานในอ่างล้างจานตอนที่ผมเข้าห้องน้ำไปก็เรียกว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ครับที่ผมได้ยินเสียงคนคุยกันผ่านผนังห้องน้ำ   จะบอกว่าผมยุ่งเรื่องชาวบ้านก็คงจะไม่ผิดแต่เสียงที่ผมได้ยินนั้นมันดังเสียจนต้องหยุดฟังจริงๆครับ  แต่ถึงตั้งใจฟังยังไงก็ฟังไม่ได้ศัพท์จับใจความอะไรได้เลย  ผมเลยเลิกสนใจและล้างหน้าต่อเสร็จแล้วก็ออกจากห้องน้ำไปจัดการทำความสะอาดจานในอ่างและคงจะเข้านอนเลยแบบที่ไม่อาบน้ำอีก  แต่ก่อนที่ผมจะเข้านอนนั้นผมก็ได้ยินเสียงเหมือนมีของหล่นหรือลากของดังมากครับ   จึงต้องลุกไปเปิดประตูห้องดูจังหวะเดียวกันนั้นห้องฝั่งตรงข้ามผมก็ออกมาดูเช่นเดียวกันแล้วดูท่าทางเขาจะตกใจเล็กน้อย  ที่เห็นว่าห้องฝั่งตรงข้ามมีคนย้ายเข้ามาอยู่แล้ว  "สวัสดีครับเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ใช่ไหมไม่เคยเจอหน้าเลย" ผมตอบ"ใช่ครับผมเพิ่งย้ายมาได้ 2-3 วันเอง" ผมกับห้องฝั่งตรงข้ามพูดคุยทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่ต่างคนก็ต่างกลับเข้าห้องไป

                 ผมกลับเข้าห้องมาก็รู้สึกไม่ค่อยง่วงนอนเท่าไหร่   จึงเปิดทีวีแล้วนั่งเล่นที่โซฟาหวังว่ามันจะทำให้กลับมาง่วงนอนอีกครั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาทีผมก็ได้ยินเสียงเหมือนของหล่นหรือลากของดังขึ้นอีกครั้ง   คราวนี้ผมไม่นึกแปลกใจอะไรเท่าไหร่คิดว่าข้างห้องที่ย้ายเข้ามาใหม่น่าจะกำลังจัดของอยู่ผมยังคงนั่งดูทีวีต่อไปสลับกับดูนาฬิกาบ้างบางทีก็เห็นว่าเวลาใกล้จะ 23:00  แล้วผมหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอีกครั้ง   หาอะไรดูในโซเชียลไปเรื่อยๆแต่ก็ยังคงเปิดทีวีทิ้งไว้อยู่คราวนี้เสียงเดิมมันก็กลับมาอีกครั้งมันดังเสียจนผมเริ่มจะหงุดหงิดแต่ผ่านไปยังไม่ถึง 5 นาทีที่เสียงดังขึ้นที่ประตูห้องของผมก็มีคนมาเคาะผมส่องตาแมวออกไปก็เห็นว่าเป็นผู้ชายที่เช่าห้องอยู่ฝั่งตรงข้ามผมจึงเปิดประตูออก  "ดื่มเบียร์หรือเปล่าครับลงไปดื่มด้วยกันข้างล่างไหม" ผู้ชายห้องฝั่งตรงข้ามบอกกับผมพร้อมกับถือแพ็คเบียร์กระป๋องอยู่ในมือผมมองหน้าเขาแล้วก็แอบลังเลใจอยู่เล็กน้อย   แถมคิดไปต่างๆนานาว่าผู้ชายคนนี้จะต้องการอะไรจากผมหรือเปล่าแต่เสียงเดิมนั้นก็ดึงความสนใจของผมไปอีกครั้งผมจึงตัดสินใจลงไปข้างล่างตามที่ผู้ชายห้องฝั่งตรงข้ามชวน  เมื่อสอบถามชื่อผู้ดูว่าเขาชื่อพี่เอ็มซึ่งอยู่ที่คอนโดนี้มาตั้งแต่ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ..

    ภาพโดย Herm จาก https://pixabay.com/th/photos/776297/

              เราสองคนกดลิฟท์ลงมาข้างล่างซึ่งมีนั่งสำหรับพักผ่อนอยู่ แล้วผมกับพี่เอ็มก็เดินลงไปนั่งตรงนั้นผมมองดูรถที่ผ่านไปมาที่ทางเข้าออกคอนโดพร้อมกับดื่มเบียร์ไปด้วย  พี่ไม่ค่อยจะชวนผมคุยมากนะบรรยากาศจริงไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่คิดแต่ผมกลับรู้สึกอึดอัดมากกว่า   พี่เอ็มถามว่า "ทำไมถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะ" ผมตอบว่า "พอดีผมทำงานอยู่เส้นวิภาวดีครับพี่ตรงไป 10 นาทีก็ถึง"            ผมคุยกับพี่ตรงนี้เขาก็พยักหน้ารับ  แล้วชวนผมคุยถึงเรื่องคอนโดอีกนิดหน่อยว่าคอนโดนี้เป็นคอนโดที่เก่ามากแล้ว  แต่คนก็อยู่กันเยอะเพราะค่าเช่าถูกส่วนใหญ่ก็ปล่อยเช่ากันเกือบหมด  ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นบทสนทนาที่สนุกสักเท่าไหร่ คุยกันไปแค่แป๊บเดียวผมก็เห็นนาฬิกาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ขอตัวและขอบคุณพี่เอ็มสำหรับเบียร์ที่ให้ผมดื่ม   พี่เอ็มก็ยินดีให้ผมกลับขึ้นห้องมาแต่ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นพี่เอ็มก็พูดทิ้งท้ายกับผมไว้ว่าถ้าไม่ไหวก็ลงมานะพี่นั่งอยู่นี่ถึงตี 2 แหละถึงจะขึ้นไปผมมองหน้าพี่เอ็มแบบงงๆ  เล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินไปกดลิฟท์ระหว่างที่ผมรอลิฟท์อยู่นั้นจู่ๆพี่เอ็มก็เดินมายืนข้างๆ 

 พี่จะแวะห้องเพื่อนรู้สึกงงๆแปลกใจกับพฤติกรรมของพี่เอ็มมากขึ้นเรื่อยๆ  พอมาถึงชั้นที่ผมอยู่ซึ่งก็คือชั้น 5  ก็โบกมือลาผมก่อนจะบอกว่าห้องของเพื่อนเขาอยู่ที่ชั้น 8 ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนักเลยบอกขอบคุณเขาอีกรอบ ชั้น 8 ห้อง 8 1 4 2 นะพี่เอ็มพูดก่อนจะปิดลิฟท์ไป รู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดที่มีคนแปลกหน้ามาชวนดื่มเบียร์เท่านั้นยังไม่พอเขาจะบอกเลขห้องเพื่อนของตัวเองอีก   ผมคิดไปไกลหลายอย่างแต่ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องตัวเองซึ่งระยะทางที่เดินไปห้องก็ไม่ได้ไกลสักเท่าไหร่แต่ผมกลับรู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูกผมมองไปที่อีกฝั่งก็เงียบไม่ต่างกับฝั่งที่ผมอยู่ผมเดินมาถึงที่หน้าห้องของตัวเองก็ได้ยินเสียงห้องข้างๆ กำลังไขประตูออกมาแล้วเปิดประตูแง้มออกเล็กน้อยเป็นปกติผมจะหันไปมองตามเสียง  แต่ประตูห้องไม่ได้เปิดออกกว้างประตูห้องนั้นก็ถูกปิดกลับไปเสียงดังทำเอาผมสะดุ้งตัวอยู่จนกุญแจหลุดมือขณะที่กำลังก้มเก็บกุญแจห้องสายตาผมก็เห็นว่ามีเท้าของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าผมเลยได้ยืนตัวตรง..

ภาพโดย Free-photos จาก https://pixabay.com/th/photos/984170/

                   แต่กลับไม่พบใครอยู่ตรงหน้าเลย ตอนนั้นใจผมมันเต้นรัวเหมือนเสียงกลองรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมาผมถอนหายใจและพยายามสลัดความคิดที่ไม่ควรจะคิดออกไปแล้วหันไปไขกุญแจที่ประตูห้องทันที   เข้ามาข้างในห้องแล้วนั่งลงที่โซฟาคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เล็กน้อย   คงเป็นเพราะเบียร์ที่ดื่มไปจึงทำให้ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะ  ตอนนั้นยังคงเต้นไม่ยอมหยุดถึงแม้เบาลงบ้างแต่ก็ยังรู้สึกหวิวอยู่ปลอบใจตัวเองว่า   สิ่งที่เจอเมื่อครู่มันเหมือนหนังผีหรือหนังสยองขวัญไม่มีผิดเรื่องแบบนี้คงมีในหนังเท่านั้นแหละเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้สติไม่อยู่กับร่องกับรอย  ถึงอย่างนั้นสมองอีกซีกหนึ่งก็บอกว่าผมไม่น่าจะคิดไปเองเพราะเบียร์ที่อื่นไปก็แค่กระป๋องเดียว คงไม่ได้ทำให้ผมไม่มีสติขนาดนั้นเสียงเดิมมันกลับมาอีกครั้งผมเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่ามันคงไม่ปกติแต่ก็น่าแปลกที่ผมมานอนห้องนี้ได้2-3วันแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร  ในคืนนั้นผมนอนฟังเสียงที่ว่านั้นเกือบทั้งคืนกว่าจะหลับจริงๆก็เรา 4:00 กว่าเกือบ 5:00  โชคดีที่วันต่อมาผมเข้างานสายได้ 

         แต่ถึงอย่างนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เมื่อคืนก็ยังเป็นเรื่องที่ค้างคาใจผมอยู่ในวันถัดมาผมกลับมาช่วงหัวค่ำ   ซึ่งบังเอิญไปเจอกับพี่เอ็มพอดีพี่เอ็มทักทายผมเล็กน้อยและย้ำกับผมอีกเหมือนเดิมว่าถ้าคืนนี้ไม่ไหวก็ให้ไปที่ชั้น 8 ห้องเพื่อนเขาได้เพราะเขาเองก็น่าจะอยู่ที่นั่นจนถึง 02:00 เวลาผ่านไปประมาณ 10:00กว่าเกือบ 23:00  วันนี้ผมรู้สึกไม่โอเคกว่าเมื่อวาน    ผมเร่งเสียงทีวีที่เปิดทิ้งไว้เพื่อไม่ให้มันเงียบจนเกินไปเสียงนั้นก็ยังคงดังอยู่เป็นระยะซึ่งกวนใจผมไม่น้อยและทำให้ผมไม่มีสมาธิเป็นอย่างมากผมเลยตัดสินใจที่จะออกไปเคาะประตูห้องข้างๆเพื่อบอกว่าเสียงที่เขาลากของหรือทำของหล่นบ่อยๆ   นั้นมันกวนใจเพื่อนร่วมชั้นมากแค่ไหนผมเปิดประตูออกไปเดินไปที่หน้าประตูห้องข้างๆ แล้วคนที่เจอเมื่อวานคุณทำให้ผมลังเลใจอยู่เหมือนกันจะทำอะไร!!!! ระหว่างที่ผมยืนลังเลใจอยู่ก็มีเสียงของใครคนหนึ่งทักผมขึ้นมา..

 ภาพโดย Free-photos จาก https://pixabay.com/th/photos/1031060/

              ผมหันไปมองตามเสียงก็เห็นเป็นพี่เอ็มกับผู้ชายและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง   เดินมาหาผมและห้ามผมไม่ให้เข้าห้องนั้นไม่ต้องไปเคาะหรอก  ยังไงเสียงมันก็จะดังอยู่แบบนั้นแหละ  "เข้าห้องไปเถอะมีอะไรก็มาเรียกได้คืนนี้พี่กับเพื่อนจะไปอยู่ที่ห้องพี่" ผมพยักหน้ารับรู้ไปด้วยความรู้สึกงงๆไม่น้อย  ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองในวันต่อมาผมมีนัดคุยงานกับลูกค้าทำให้ผมต้องตื่นตั้งแต่ 3:00 แล้วเตรียมตัวออกไปพบลูกค้าให้ทันในเวลา 8:30 ลูกค้ารายนี้อยู่ในเขตปริมณฑลห่างออกไปไกลพอสมควรแล้ว เมื่อคืนก็เป็นเหมือนกับเพื่อนๆที่ผมได้ยินเสียง  เป็นเพราะผมเหนื่อยทำให้ผมหลับๆตื่นๆ แต่ก็พอจะหลับสนิทเอาแรงได้อยู่บ้างตอนที่ผมออกจากห้องดูเวลาก็ 4:00 กว่าๆผมต้องไปทันตามนัดของลูกค้า  อย่างแน่นอนและนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนออกมาจากห้องข้างๆซึ่งเป็นผู้หญิงแต่งตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ  ผมยาวรุงรังก้มหน้าก้มตาปิดประตูอยู่ผมหยุดยืนมองผู้หญิงคนนั้นอยู่แป๊บนึงก็เหมือนว่าเธอจะรู้ตัวเธอเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างช้าๆเหมือนกับในหนังไม่มีผิดเลยครับ  ผมยาวรุงรังทำให้มองเห็นดวงตาของเธอเพียงข้างเดียว จะไปแล้วไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ผมเลยทำเป็นไม่สนใจและเดินไปที่ลิฟท์ 

                เพื่อจะลงไปที่ลานจอดรถระหว่างที่ผมเดินไปนั้นผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าเธอคือคนนั้น เดินตามผมมาอยู่หันไปมองเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินไปกดลิฟท์ในระหว่างที่รอลิฟท์ผู้หญิงคนนั้นก็เดินมายืนข้างๆผม  ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองและภาวนาในใจขอให้รีบๆขึ้นมาไวๆ ลิฟท์มาถึงขณะที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปก็ถูกผู้หญิงคนนั้นมาขวางเอาไว้  ผู้หญิงคนนั้นค่อยๆเอียงคอมองผมพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังและดังขึ้นเรื่อยๆจนผมต้องถอยห่างออกจากเธอคนนั้นแล้วจู่ๆ  เธอก็อ้วกออกมาเป็นเลือดผมตกใจสุดขีดไม่อยากเชื่อว่าจะได้มาเจอกับอะไรแบบนี้  ผมวิ่งไปห้องพี่เอ็มในขณะที่รู้ตัวว่าผู้หญิงคนนั้นก็กำลังตามมาเช่นกันผมตะโกนเรียกชื่อพี่เอ็มและเคาะประตูห้องเสียงดังไม่นาน   พี่เอ็มก็เปิดประตูออกมาท่าทางจะดูมวยสมควรผมรีบผลักประตูห้องพี่เอ็มเข้าไปก็เห็นว่ามีเพื่อนพี่เอ็มกำลังยืนอยู่ในห้องมองผมด้วยอาการของคนที่เพิ่งตื่นนอน    ผมจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีว่าทั้งตัวทั้งตกใจจนปากสั่นไปหมดเหงื่อไหลเต็มตัวรู้สึกมือไม้อ่อนแรงเป็นแบบนั้นก็เหมือนจะรู้ทันทีว่าผมไปเจอกับอะไรมา  พี่บอกให้ผมนั่งลงก่อนเพื่อสงบสติอารมณ์เพื่อนที่เป็นผู้หญิงก็เข้าไปในครัวได้หยิบขวดน้ำดื่มมาวางไว้ให้ผม ผมมองหน้าพี่เอ็มกับเพื่อนพี่เอ็มสลับไปมาด้วยความรู้สึกตกใจ พูดไม่ออก มึงก็รีบย้ายออกจากสักพักชั้นนี้ไม่ได้กลายเป็นชั้นร้างแน่นอนมีกันอยู่ 2 ห้องเนี่ยนั่นคือสิ่งที่เพื่อนพี่เอ็มพูดขึ้นซึ่งทำเอาผมขนลุกอีกครั้ง ผมค่อยๆลดระดับแรงหายใจลงเรื่อยๆจนกลับมาหายใจปกติแต่รู้สึกอึ้งและตกใจอยู่ ใจเย็นๆนะน้องไม่ต้องเล่าพี่รู้เตรียมตัวหาห้องใหม่ได้เลยนะ..

  ภาพโดย sw_reg_03 จาก https://pixabay.com/th/photos/3983411/

               ผมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พอจะรวบรวมสติได้  ขึ้นมามองดูนาฬิกาเวลาตีห้ากว่าๆเกือบจะ 6 โมงแล้วผมจะรีบโทรหาเพื่อนที่ทำงานให้ช่วยประสานกับทีมงานอีกทีมว่าผมคงจะไปไม่ไหวแล้ว   โชคดีที่ลูกค้าไม่ได้เป็นคนเรื่องมากอะไรก็ยอมที่จะเลื่อนนัดออกไปก่อน  ผมอยู่ที่ห้องพี่เอ็มอยู่นานพอสมควรก็ 7 โมงกว่าแล้วพี่ยังนั่งอยู่เป็นเพื่อนผมซึ่งแกก็จิบเบียร์ไปด้วย  ส่วนเพื่อนๆพี่เอ็มก็เข้าไปนอนในห้องนอนกันหมด  ผมหันไปมองหน้าพี่เอ็มเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ผมก็พูดไม่ออกไม่ต้องพูดหรอก พี่เล่าเองโทษทีนะที่ไม่ได้บอกหาจังหวะอยู่เหมือนกัน  แต่สงสัยหานานไปหน่อยพี่เอ็มพูดติดตลกเล็กน้อย   ก่อนจะเดินไปเปิดม่านในห้องออกและเล่าเรื่องที่ผมควรจะรู้ให้ฟังก่อนหน้านี้ที่ผมยังไม่ย้ายเข้ามาอยู่นั้น  เจ้าของห้องของผมก็ยังอยู่ปกติดีและชั้นนี้ก็มีคนอยู่กันเยอะตอนนี้เหลือแค่ 2 ห้องแล้วพี่ย้ำกับผมว่าแค่สองคนเท่านั้นที่ย้ายเข้ามาใหม่และพี่เอ็มที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามคนอื่นเขาย้ายออกกันไปหมดก็เพราะว่าห้องที่อยู่ข้างๆผมนั้นมีเรื่องเกิดขึ้นอยู่ห้องนั้น  ก่อนหน้านี้เป็นคู่รักคนไทยกับชาวต่างชาติคู่หนึ่งผู้หญิงเป็นคนไทยส่วนผู้ชายเป็นชาวต่างชาติตอนคบกันแรกๆก็อยู่ด้วยกันดี

                     แต่ไม่นานก็เหมือนจะเริ่มห่างๆเพราะผู้ชายต้องไปกลับต่างประเทศบ่อยๆ  จนสุดท้ายก็ไม่กลับมาอีกเลยพี่เอ็มเองก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไรมากนักก็ฟังเขาเล่าต่อมาอีกทีว่าผู้หญิงคนนี้ช้ำใจมากและเริ่มเก็บตัวเงียบไม่ค่อยมีใครเห็นหน้า  จะมาช่วงก่อนสิ้นปีที่คนกลับบ้านต่างจังหวัดกันเกือบหมดที่ตัวคนเดียวก็ไม่ได้ไปไหนและอยู่ฉลองกับเพื่อนที่ห้องหลังจากปีใหม่ไม่นานคนก็เริ่มกลับมาแล้วผู้หญิงคนที่ว่านั้นก็เที่ยวออกมาเคาะประตูห้องคนนั้นทีคนนี้ที  แถมยังกรีดข้อมือให้คนอื่นได้เห็นจนต้องเรียกรปภขึ้นช่วยห้ามปรามหนักมากเข้าก็เรียกตำรวจจนเงียบหายไป ทางนิติบุคคลก็พยายามจะติดต่อญาติ  แต่ก็ติดต่อไม่ได้ห้องอื่นเขาเริ่มทยอยออกกันไป ก็เขาถึงทนไม่ไหว เธอจะไม่ออกมาเคาะห้องก่อกวนแต่ก็กรีดร้องเสียงดังแทบจะตลอดเวลาจนเจ้าของห้องที่ผมมาเช่าอยู่นั้นย้ายออกไปอีกเพราะทนไม่ไหวเหมือนกันผ่านไปหลายวัน   จากนั้นจึงเหม็นก็เริ่มโชยออกมาทางนิติบุคคลเลยตัดสินใจเอากุญแจสำรองมาไขดูแล้วเจอผู้หญิงคนนั้นนอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาสภาพอ้วกเต็มไปหมด  มีทั้งเลือดทั้งอ้วกที่ข้อมือก็มีรอยกรีดแต่ที่น่ากลัวมากก็คงเป็นของที่อยู่ในห้องผู้หญิงคนนั้นคงอกหักจนสติแตกเพราะในห้องเต็มไปด้วยของขลังที่เกี่ยวกับคู่รักในคอนโดที่ได้เห็นก็พากันย้ายหนีไปหมดพี่เอ็มบอก หลังจากวันนั้นผมก็เก็บของย้ายหนีไปทันที