ประสบการณ์ขนหัวลุกของฉัน เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี

ฉันเริ่มเข้าทำงานในสถานที่แห่งใหม่หลังลาออกจากงานเดิมที่ค่อนข้างจะเคร่งเครียด และรายล้อมไปด้วยความกดดัน หลังจากที่ฉันได้รับข่าวดีว่าฉันได้รับเข้าทำงาน ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ฉันตระเตรียมหาที่พักอาศัยที่สะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน และจะได้มีเวลาตื่นสาย ๆ ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนาน ๆ ฉันจึงไปเจอบ้านเช่าหลังหนึ่ง สภาพบ้านด้านบนเป็นไม้ด้านล่างเป็นปูน ฉันตกลงกับเจ้าของบ้านในการเช่าบ้านหลังนี้อยู่ ซึ่งค่าเช่าไม่แพงด้วย ฉันจึงตกลงทำสัญญาและย้ายเข้ามาอยู่ในวันถัดมา "โดยที่ไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาของบ้านหลังนี้เลย"

 

ฉันอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้โดยที่ไม่ได้รู้สึกหรือสัมผัสอะไรได้เลย แต่ทุกวันโกน และวันพระฉันกลับฝันเห็นผีมากมาย มานอนอยู่รอบกายฉัน และฉันมักจะสะดุ้งตกใจตื่นมากลางดึกตลอด ใบหน้าของฉันซีดเซียว เหงื่อไหลออกเต็มหน้าและเต็มตัว ฉันกลัวมากใจเต้นสั่นระรัว แต่ก็ต้องฝืนตาหลับลงไป

Advertisement

Advertisement

 

แต่.....เมื่อฉันหลับตานอนอีกครั้ง คราวนี้ฉันกลับต้องมาเจอกลับสิ่งเดิมสิ่งที่รอบกายฉัน ไม่ว่าจะเป็นปลายเท้า หัวนอนก็มีเหล่าวิญญาณมารายล้อมรอบตัวฉันอีกเช่นเดิม คราวนี้ฉันสะดุ้งตื่นด้วยอาการกลัว และฉันก็ไม่กล้าหลับตาลงนอนอีกเลย

 

        เช้าวันรุ่งขึ้นฉันโทรไปถามเจ้าของบ้าน ป้าแกบอกฉันว่าไม่มีอะไร หนูคงคิดมากไปเองหรือป่าว ป้าอยู่มา ๒๐ ปีไม่เห็นเคยเจออะไรเลย ฉันก็คิดในใจสงสัยจะคิดมากไปเองจริง ๆ เพราะหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้ฝันหรือเห็นอะไรอีกเลย ฉันเข้านอนและตื่นไปทำงานตามปกติทุกวัน

เมื่อวันโกนมาถึง

คืนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันโกน แต่คืนนี้หมาหอนโหยหวนมาก อยู่ ๆ ฉันก็ขนหัวลุก คือมันลุกจริง ๆ เหมือนมีใครอยู่ด้านหลังเราตลอดเวลา เหมือนมีคนคอยมองเราตลอดเวลา ฉันรู้สึกแปลก ๆ เลยรีบเข้านอน เมื่อหลับไปฉันก็ฝันเห็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ฉันกลัวมาก เพราะคราวนี้ไม่ได้มาในลักษณะที่มารายล้อมรอบตัวฉันแบบธรรมดา แต่เขาเหล่านี้มาในรูปแบบที่คอหัก มีรอยมีดปาดที่คอ มีเชือกผูกที่คอ และมีแผลฉกรรจ์มากมาย แน่นอนว่าฉันต้องสะดุ้งตื่นอย่างไว ฉันสับสนกับตัวเองว่ามันคืออะไร ทำไมต้องมาฝันแบบนี้ เมื่อเปิดดูวันที่ที่ปฏิทินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวนอนกลับพบว่า วันที่ฉันนอนหลับเมื่อคืนคือ “วันโกน” และตอนนี้เวลาที่ฉันตื่นคือ “วันพระ” ฉันพูดกับตัวเองว่าเอาอีกแล้วหรอ ฉันจะไม่ได้นอนอีกแล้วหรอ ฉันรู้สึกกลัวปนกับความง่วงเลยงัวเงียอยากจะนอน แต่ก็ต้องผวาและตื่นทุกครั้ง จนสุดท้ายด้วยความที่ฉันเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำโอทีติดต่อกันมาหลายวัน ฉันเลยพูดปลอบใจตัวเองว่า

Advertisement

Advertisement

“คิดมากไปเอง มันไม่มีอะไร ถ้ามีจริงก็ต้องเห็นแล้วสิ”

 

เมื่อฉันพูดจบฉันก็หลับตานอนและฉันก็มั่นใจว่าฉันเพียงแค่หลับตาเท่านั้น ฉันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ปลายเท้าของฉัน ฉันรู้สึกตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ ลืมตาได้แบบหรี่ ๆ เห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ฉันฝันทุกประการ ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ปลายเท้าของฉัน สวมชุดสีขาวที่เปื้อนเลือดยืนก้มหน้าอยู่ที่ปลายเท้าของฉัน ผมเพ้าหยุ่งเหยิง ฉันกลัวเลยหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่กลับไปเจอหญิงสาวคนหนึ่งผมยาวปะบ่าใส่เสื้อโปโลสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ที่คอมีลอยเลือดสีแดงสด เหมือนโดนฆ่าปาดคอมา บนศีรษะมีรอยการถูกยิงตรงขมับด้านซ้าย เขาค่อย ๆ เอียงคอและหันมาที่ฉัน ฉันจ้องมองด้วยความกลัว ทำอะไรไม่ถูก เขาเอียงมาได้สักพักหนึ่งคอที่เขาเอียงมาก็หลุดล่วงลงมาที่พื้น 

หัวหลุดล่วงลงมาที่พื้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา ตาเบิกโพลง

ฉันกรี๊ดสุดเสียงและลุกขึ้นมาด้วยใจที่สั่นระรัว ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ท่อง นะโม นะโม อยู่อย่างคนไร้สติ ท่องผิดท่องถูก มือไม้สั่น เมื่อฉันตั้งสติได้ฉันยกมือขึ้นประนมและตั้งจิตอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณเหล่าจงไปสู่สุขคติ และฉันบอกวิญญาณเหล่านั้นไปว่าพรุ่งนี้เช้าจะทำบุญไปให้

เช้าวันต่อมาฉันทำบุญกรวดน้ำให้พวกวิญญาณเหล่านั้น และติดต่อกับป้าเจ้าของบ้านที่แกย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด แกยอมรับและเล่าให้ฉันฟังว่า แกยกบ้านหลังนี้ให้ลูกชายและภรรยาของลูกชายแก แต่ลูกชายแกจับได้ว่าภรรยาของแกแอบไปมีอะไรที่ลึกซึ้งกับเพื่อนร่วมงาน จึงทำให้ทะเลาะกับภรรยาขั้นรุนแรงจนมีการลงไม้ลงมือ และมีการฆ่ากันตายในบ้านหลังนั้น  ฉันจึงได้รู้ความจริงว่าสิ่งที่ฉันเห็นมันคือเรื่องจริงฉันจึงขอยกเลิกสัญญาและย้ายของออกจากบ้านหลังนั้นทันที