การออกกำลังกายด้วย ท่าหกสูง (Handstand) ดีต่อสุขภาพอย่างไร?

   ท่าหกสูง (Handstand) คืออะไร?

          ท่าหกสูง หรือ ท่า Handstand คือ ท่าออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นท่าออกกำลังกาย "ระดับยาก" เลยทีเดียว
เป็นท่าออกกำลังกายประเภท Bodyweight มีลักษณะที่ แขนทั้ง 2 ข้าง ตั้งตรงกับพื้นราบ รับน้ำหนักตัวทั้งหมดแทนขา และหลังตรง ขาชี้ขึ้นท้องฟ้า
ใครที่อยากทำ ก็สามารถทำได้ เริ่มจากท่าที่ง่าย ๆ ก่อนก็ได้ แต่ต้องมีการฝึกฝนทุกวัน เพื่อให้ได้ท่าที่สมบูรณ์

ภาพตัวอย่าง ท่าหกสูง ผมทำกลางถนนนะครัช555+

ผลดีต่อสุขภาพอย่างไร?

          ผลดีของการออกกำลังกายด้วย ท่าหกสูง หรือ ท่า Handstand มีดังนี้

  1. ท่าหกสูง หรือ ท่า Handstand นั้น  เป็นท่าที่ร่างกายอยู่ในลักษณะกลับหัวทั้งหมด กับแรงโน้มถ่วงของโลก
    การใช้ชีวิตประจำวันของเรา แรงโน้มถ่วงของโลกและการไหลเวียนเลือดนั้น อยู่ในรูปแบบที่ ไหลลงได้ดีแต่ไหลขึ้นมาเลี้ยงส่วนบน

Advertisement

Advertisement

ของร่างกายได้ยาก ร่างกายเราจึงจำเป็นต้องนอนทุกวัน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลกายไหลเวียนของเลือด
หากทำอย่างน้อยวันละ 10 นาที ก็ทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งร่างกายดีขึ้น (มีผลกับการควบคุมความดันเลือด)
 
  • สมอง จะสามารถพัฒนาขึ้นได้ดี แม้ร่างกายจะแก่ขึ้นก็ตาม เพราะการไหลเวียนของเลือดนั้นนำเข้าสู่สมอง
    ทำให้สมองได้รับออกซิเจนได้มากขึ้น และรับออกซิเจนได้ดีขึ้นด้วย
     
  • ระบบประสาท ด้านอารมณ์  เพราะแกนสมอง ได้รับออกซิเจนและเราจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น (ดีขึ้นด้วยสติ และ สมาธิ)
     
  • ความสมดุลต่อการทรงตัวจะดีขึ้น
     
  • ดวงตาจะได้รับออกซิเจนได้มากขึ้น บรรเทาอาการคนปวดตาเวลาเล่นมือถือนาน ๆ หรือ ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ
     
  • ทำให้ไขกระดูกสันหลังทำงานได้ดีขึ้น
  • Advertisement

    Advertisement

     
  • ทำให้กระดูกข้อมือ ข้อศอก และหัวไหล่ได้ทำงานมากขึ้น บรรเทาอาการปวดแขนได้
     
  • ทำให้มีพละกำลังส่วนบนมากขึ้น (ช่วงแขน)
     
  • ส่วนอันนี้เป็นข้อดีสำหรับคนชอบเที่ยว และชอบถ่ายรูป หากเราทำท่านี้ได้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ๆ ก็สามารถออกกำลังกายได้ทุกที่
    และถ่ายรูปในแนวแปลก ๆ ได้ภาพตัวอย่าง ท่าหกสูงต้องไปเที่ยวและยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นท่าอื่น ๆ ได้อีกนะครับ ไม่ว่าจะ หกสูงแขนเดียว หรือ วิดพื้นท่าหกสูง ก็ได้  
  • ภาพของนักเขียนเอง https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149
    ภาพของนักเขียนเอง https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149
    ภาพของนักเขียนเอง https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149


    สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น กับการออกกำลังกายด้วย ท่าหกสูง (Handstand) เพื่อความต้องการของผู้อ่านที่สนใจ
    ผมจะสอนให้ตั้งแต่เลเวล 1 กันเลย มีภาพประกอบดังนี้ 

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 1 เป็นท่ามาตรฐานที่ควรทำได้ อย่างน้อย 10-20 ครั้ง เพื่อกำลังแขนที่ดี (ท่าวิดพื้น)

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 2 หาเก้าอี้หรือที่สูงกว่าพื้น วางขา เพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวไหล่มากขึ้น
    เพื่อรองรับน้ำหนักทั้งตัวในท่าถัดไป 

    Advertisement

    Advertisement

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 3 เป็นท่าที่เริ่มรับน้ำหนักมากขึ้นด้วยการทำขาให้สูงกว่าลำตัว แนะนำให้โฟกัสกลางลำตัวให้ตรง เพื่อการทรงตัวที่ดี

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 4 เป็นท่าที่หันหลังเข้ากำแพง ดีดขาขึ้น ให้ตัวตรงกับกำแพง ฝึกการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 5 ฝึกให้ตัว ออกห่างจากกำแพง โดยใช้ขายันกำแพงไว้ ทีละข้าง และฝึกเกร็งทั้งตัวให้ทรงตัวในอากาศ โดยไม่พึ่งกำแพง
    ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำได้

    เครดิตภาพของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149ท่าที่ 6 ฝึกดีดขาขึ้น โดยไม่ใช้กำแพง ยิ่งฝึกฝนบ่อย ๆ ยิ่งทำได้ไว  หากทำไปเรื่อย ๆ จะยิ่งทำได้นานขึ้น 

             ข้อควรระวังขณะฝึกฝน

    1. หากกลัวเจ็บศรีษะ ขณะฝึกฝน ให้หาหมอนหรือผ้านุ่ม ๆ ลองพื้นไว้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ
    2. อย่าฝึกฝนท่านี้ หลังรับประทานอาหาร เด็ดขาด เพราะจะทำให้อาหารไหลย้อน
    3. ระหว่างฝึกฝน ไม่ควรดื่มน้ำ
    4. ห้ามงอแขน เด็ดขาด
    5. อย่าฝึกฝน ในที่แคบ มากเกินไป

              สุดท้าย ฝึกฝนบ่อย ๆ และอย่าลืมกินอาหารเพื่อสุขภาพ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน เพื่อให้ร่างกายสมดุลตลอด
    และไม่ให้ร่างกายป่วยหรือเป็นโรคต่าง ๆ นะครับ ขอบคุณครับ

    เครดิตภาพทั้งหมดของนักเขียน https://web.facebook.com/profile.php?id=100008998787149