ดอกไม้มีหลายชนิดด้วยกัน และหลากหลายพันธุ์มาก ล้วนแต่มีความงามที่แตกต่างกันไป แต่ละชนิดแต่ละพันธุ์ก็มีความหมายในตัวเอง มีเรื่องราวที่แตกต่างกัน

ภาพจาก : pixabayดอกบัวเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาบูชาพระ เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวกับทางพุทธศาสนา หลายคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะนำมาไหว้พระ หลายคนนำมาถวายพระในโอกาสต่าง ๆ หลายคนนำมาถือเวียนเทียนรอบโบสถ์ในวันสำคัญทางศาสนา

ภาพจาก : pixabayดอกบัวแบ่งออกเป็น 3 สกุล

  1. สกุลเนรุมโบ (Nelumbo) หรือ สกุลบัวหลวง
  2. สกุลนิมเฟียร์ (Nymphaea) หรือ สกุลบัวสาย
  3. สกุลวิคตอเรีย (Victoria) หรือ บัวที่มีขนาดใหญ่

ภาพจาก : pixabayสกุลบัวหลวง (Nelumb) มีก้านยาวแข็ง เมื่อโตเต็มที่จะชูก้านดอกให้เห็นเหนือน้ำ เราจะเห็นตามบึงบัวทั่วไป พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากคือ พันธุ์สีขาว ชมพู ขาวปลายชมพู ชมพูปลายขาว

ภาพจาก : pixabayสกุลบัวสาย (Nymphaea) บัวพันธุ์นี้เราจะนำมาทำเป็นอาหารรับประทานกัน เช่นแกงสายบัวกับปลาทู ผัดสายบัว และเมนูอื่น ๆ อีกมากมายภาพจาก : pixabayสกุลวิกตอเรีย (Victoria) หรือดอกบัวที่มีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 เมตร มีขอบสูงประมาณ 1 คืบ ออกดอกวันแรกจะมีสีขาว แต่พอเข้าวันที่ 2 จะเปลี่ยนเป็นสีชมพู จะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน

Advertisement

Advertisement

และนี่ก็เป็นความเป็นมาของดอกบัว ทั้ง 3 สกุล ดอกบัวที่เราจะนำมาบูชาพระและประกอบพิธีทางศาสนานั้น จะเป็นบัวหลวง ซึ่งเราสามารถทำให้ดอกบัวสวยงามมากขึ้น โดยการพับกลีบดอกบัวในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งก็มีหลายแบบด้วยกัน

แบบที่ 1

ภาพจาก : nuipraphaipunเริ่มจากการพับกลีบชั้นแรก ให้เป็นรูปสามเหลี่ยมทบกันพอดีกันทั้งสองข้าง ทำจนถึงกลีบสุดท้าย แบบนี้เป็นแบบที่นิยมกันมากเพราะทำง่าย เป็นแบบพื้นฐานที่ทุกคนจะเริ่มต้นในการพับกลีบดอกบัว เด็ก ๆ ก็สามารถทำได้ค่ะ

แบบที่ 2

ภาพขาด : nuipraphaipun

แบบนี้เราจะพับกลีบดอกบัวให้เป็นสามเหลี่ยมเหมือนแบบแรก แต่พอถึง กลีบชั้นสุดท้าย ไม่ต้องพับปล่อยให้เป็นพุ่ม จะได้ความสวยงามไปอีกแบบหนึ่งค่ะ แบบนี้ก็พับง่ายอีกเช่นกัน ตามรูปนะคะ

Advertisement

Advertisement

แบบที่ 3

ภาพจาก : nuipraphaipun

แบบนี้ทำง่ายมาก พับเข้าหากันตามความยาวของกลีบดอกบัว พับตั้งแต่กลีบชั้นแรกจนกระทั่งถึงชั้นสุดท้ายของกลีบดอกบัว จะใช้เวลาพับเร็วมากในคนที่ชำนาญ ข้อควรระวังในพับกลีบแบบนี้ ก็คือต้องใช้มือเบามากและบังคับกลีบให้อยู่ตัว เพราะในบางครั้งกลีบดอกบัวอาจจะไม่นิ่มมากพอที่จะพักได้ บางทีก็จะเด้งออกเราต้องใช้มือบังคับ แต่พอพับไปหลาย ๆ ชั้นก็จะเป็นการบังคับไปในตัว ตามรูปค่ะ 

แบบที่ 4

ภาพจาก : nuipraphaipunเริ่มจากการพับจับจีบที่กลีบประมาณ 3 จีบ แล้วพับเข้าหาดอกจนถึงชั้นสุดท้าย แบบนี้เป็นแบบที่ยากมากอีกแบบหนึ่ง เพราะเราต้องใช้ความประณีตละเอียดอ่อนในการจับจีบ ถ้าใช้ความรุงแรงมากเกินไปก็จะทำให้จีบแตกเสียหายได้ จึงควรที่จะระมัดระวังค่อย ๆ ทำ ถ้าคนไม่ชำนาญ ก็จะไม่สวยงามมากนัก แต่ถ้าชำนาญแล้วก็จะสวยงามที่สุดอีกแบบหนึ่ง

Advertisement

Advertisement

แบบที่ 5

ภาพจาก : nuipraphaipunเริ่มพับกลีบด้านนอกเป็นสามเหลี่ยม โดยการพับออกด้านนอกของกลีบดอกแล้วก็พับเข้าหาด้านในดอก พับจนถึงกลีบชั้นสุดท้าย แบบนี้ถ้าเรามองด้านนอก ก็จะเห็นเป็น  3 มิติ  2 สี สวยงามมากดังภาพที่ปรากฏค่ะ 

แบบที่ 6

ภาพจาก : nuipraphaipunพับกลีบเป็นสามเหลี่ยมสองข้างเข้าหากัน แล้วพับกลีบเดิมเข้าหากันอีกครั้ง สำหรับแบบนี้ต้องบังคับจับนิดหนึ่ง เพราะว่ามันจะเด้งออก แต่พอพับไปหลาย ๆ ชั้นก็จะเข้ารูปเข้าร่างไปเอง ต้องใช้ความประณีตเช่นกัน 

แบบที่ 7

ภาพจาก : nuiprsphaipun

แบบนี้ ถือเป็นอีกแบบที่พับค่อนข้างง่าย ไม่ต้องบังคับกลีบดอกเหมือนแบบอื่น ๆ ที่สำคัญต้องใช้บัวที่ตูมและสด โดยการพับ สามเหลี่ยม ทั้งสองด้านให้เท่ากันแล้วพับครึ่งตามขวางเข้าหาดอก พับจนกระทั่งถึงกลีบชั้นสุดท้าย ซึ่งการพับแบบนี้จะรวดเร็ว ถ้ายิ่งคนที่ชำนาญก็ยิ่งทำได้เร็วมาก จะได้ความสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง ตามรูปที่ปรากฏนี้ค่ะ

แบบที่ 8

ภาพขาก : nuipraphaipunแบบสุดท้ายนี้ เป็นแบบที่สวยงามเช่นกัน พับโดยชั้นแรกเป็นรูปแสามเหลี่ยม ทั้ง 2 ด้าน แล้วพับลงด้านในเหมือนแบบที่ 7 พอถึงชั้นที่สองให้พับออกทางด้านนอกของดอกบัวเหมือนแบบที่ 5 แล้วพับเก็บด้านใน ให้เหลือกลีบชั้นสุดท้ายไว้เป็นพุ่มสวย แบบนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่าง แบบที่ 7 และแบบที่ 5 ตามรูปค่ะ

และนี่ก็เป็นการพับดอกบัวบูชาพระให้สวยงาม ซึ่งก็ยังมีวิธีพับได้อีกหลายแบบทีเดียวแล้วแต่ว่าใครจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองหัดพับกลีบดอกบัวกัน จะเป็นการฝึกสมาธิทำให้คลายเครียดได้ และถือเป็นการออกกำลังกายนิ้วมือได้อย่างดีทีเดียว เป็นการฝึกความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น ซึ่งสามารถจะนำไปต่อยอดทำงานอย่างอื่นได้ ทำให้อารมณ์ดี ที่สำคัญทำให้เรามีความสุข พอเริ่มมีความสุขแล้วก็จะไม่เครียดทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีสติปัญญาที่จะคิดอ่านอะไร ๆ ได้อีกมากมายทีเดียว ลองหัดทำดูนะคะ แล้วจะรู้ว่า ความสุขนั้นมีจริงค่ะ


ข้อมูลจาก : th.m.wikipedia.org

ภาพจาก : https://pixabay.com

               : nuipraphaipun