ตอนนี้ก็ใกล้จะปีใหม่แล้วนะครับ  หลายคนคงมีเรื่องที่อยากจะปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้ตัวเองดีขึ้นในแต่ละด้าน เช่น พัฒนาภาษาอังกฤษ  ออกกำลังกาย  ฝึกเล่นกีตาร์ ออมเงินให้มากขึ้น  ฝึกทำอาหาร   แต่จนแล้วจนรอดพอทำไปได้สักระยะก็เกิดความท้อแท้เบื่อหน่ายหมดกำลังใจและล้มเลิกในที่สุด

 

    วันนี้ผมจึงอยากจะชวนทุกคนมาตั้งเป้าหมาย New Year’s Resolution กันครับ ด้วยเคล็ดลับดีๆที่นำมาฝากรับรองว่าทุกคนสามารถทำตามได้ และเห็นผลแน่นอน

 

 

1.อย่าตั้งเป้าหมายมากจนเกินไป

https://stevetobak.com/wp-content/uploads/2016/12/new-years-resolution.jpg

     การตั้งเป้าหมายที่มากเกินไปทำให้เราเกิดความเครียดได้ เช่น อยากจะลองออกไปวิ่ง  อยากลองลงทุนในหุ้น  อยากลองอ่านหนังสือเดือนละ 1-2 เล่ม แรกๆถ้าเราทำตามเป้าหมายที่เราวางไว้ได้สำเร็จทุกเรื่อง เราจะมีความรู้สึกภูมิใจและมีกำลังใจทำต่อไปเรื่อยๆ  แต่ในระยะยาวเราจะคิดถึงอนาคตว่า ถ้าเรายังต้องทำแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ  ชีวิตเราคงไม่มีความสุขแน่ๆ และในที่สุดก็ทำให้เราละทิ้งเป้าหมายและกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม  

Advertisement

Advertisement

 

     คราวนี้อยากให้ทุกคนหากระดาษมา 1 แผ่น  เขียนในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกยังพกพร่องและต้องการพัฒนาให้ดีขึ้น  จากนั้นให้เราตัดสินใจเลือกสิ่งสำคัญที่เราต้องการพัฒนามากที่สุดเพียงแค่ 1 ข้อ และเลือกสิ่งนั้นเป็นเป้าหมายของเราครับ  การมุ่งมั่นตั้งใจในเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่นานเราก็จะทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน  ดีกว่าเลือกทำหลายๆอย่างแต่ไม่เต็มที่กับสักอย่าง แบบนี้อาจทำให้เรายอมแพ้คิดถอดใจก่อนไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

การฝนกระดาษโดยโฟกัสแค่จุดเล็กๆจุดเดียวไม่นานก็ทำให้กระดาษขาดเป็นรูได้ แต่ถ้าฝนเป็นวงใหญ่ๆบางทีเราอาจต้องหยุดพักเพื่อเหลาดินสอ ก่อนที่กระดาษจะขาดก็เป็นได้ 

Advertisement

Advertisement

     

2.ตั้งเป้าหมายเล็กๆที่สามารถทำได้จริงและวัดผลได้

     หลายคนตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม และเป็นไปได้ยาก ทำให้เราหมดกำลังใจไปก่อน  เช่น  อยากลดน้ำหนัก 8 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน   แค่คิดก็เหนื่อยแล้วใช่ไหมครับ  คราวนี้อยากให้ลองตั้งเป้าหมายง่ายๆดูครับ   เปลี่ยนเป็นบอกตัวเองว่า “วันนี้จะออกไปวิ่งตอนเย็น 30 นาทีนะ”  “วันนี้จะกินของทอดของมันให้น้อยลงนะ”  บอกตัวเองแบบนี้ทุกวัน  คราวนี้ทุก 2 สัปดาห์ ก็ให้ชั่งน้ำหนักเพื่อเป็นการวัดผล ถ้าเกิดน้ำหนักลดลงมา 1 กิโลกรัม ก็เท่ากับทำตามเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จ จะช่วยให้เรามีกำลังใจทำเป้าหมายต่อไป จนกระทั่งลดน้ำหนักได้ครบ 8 กิโลกรัมนั่นเอง

 

 

3.แจกแจงรายละเอียดของเป้าหมาย

https://shootersjournal.net/wp-content/uploads/2019/04/free-blank-mind-map-template-luxury-mind-map-template-blank-mind-maps-mind-map-spider-diagram-of-free-blank-mind-map-template.jpg

     การแจกแจงรายละเอียดต่างๆออกเป็น mind mapping  ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้น  และรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ  เช่น ตั้งเป้าหมายว่า อยากเก็บเงินซื้อกล้องราคา 20,000 บาท เราก็ต้องแจกแจงก่อนว่าเราได้เงินมาจากช่องทางไหนบ้าง   ได้จากพ่อแม่  ได้จากงานพาร์ทไทม์  ได้จากการเก็บออม  จากนั้นก็นำมาคิดคำนวณว่าเราต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะสามารถซื้อกล้องได้   การทำแบบนี้ทำให้เราทราบว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายของเรามากแค่ไหนแล้ว และต้องวางแผนอย่างไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

Advertisement

Advertisement

 

4.อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง

     ทุกความสำเร็จต้องมีการเฉลิมฉลอง 

     การที่เราเคร่งเครียด และตีกรอบให้ตัวเองมากจนเกินไป  อาจทำให้เราไม่มีความสุข และหมดกำลังใจไปก่อน  รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตจนอาจเป็นโรคซึมเศร้าเลยก็ได้  เราจึงควรให้รางวัลกับตัวเองเพื่อเป็นการตอบแทนบ้าง  เช่น  ถ้าเราอ่านหนังสือเตรียมสอบทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง  แล้วในที่สุดเราก็อ่านจนจบเล่ม เราอาจหยุดพักสักวัน ออกไปกินอาหารร้านที่ชอบ ออกไปปาร์ตี้ ออกไปช็อปปิ้งกับเพื่อนๆ หรือ  ออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ เพื่อเป็นชาร์จแบตตัวเอง และทำให้เรามีกำลังใจจะอ่านเล่มอื่นๆต่อไป

 

5.ถ้าทำพลาดอย่าซ้ำเติมตัวเอง

     หลายครั้งที่เราออกนอกลู่นอกทางไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้  ขออย่าซ้ำเติมและคิดโทษตัวเองเด็ดขาด เพราะนั่นอาจทำให้เราหมดกำลังใจและละทิ้งเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งหมด  ถ้าผิดพลาดก็แค่เริ่มใหม่เท่านั้นเอง เราไม่ได้ถูกลงโปรแกรมให้ทำตามแผนเป๊ะๆ มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้สมบูรณ์แบบสักหน่อย ฉะนั้นการผิดพลาดจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร  ถ้าหากเรายังไม่คิดล้มเลิกความตั้งใจ ผมเชื่อว่าสักวันเราต้องทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

โลกนี้มีคนอยู่ล้มเหลว 2 ประเภท

 คนที่ล้มเหลวแล้วยอมแพ้ กับ คนที่ล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้

คุณอยากเป็นคนแบบไหน?