เดินเข้าไปหาเจ้าจิ๊ว ซึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางเพื่อนข้าราชการด้วยกัน พอมันเห็นลุงแต่งตัวดังนั้น มันก็ชวนไปคุยที่โรงอาหาร พลางบอกว่า

“ไอ้แอ๊ด ไอ้อ่า เอ็งแต่งตัวอย่างนี้ขึ้นไปหาข้าได้ไงวะ”

ลุงก็ฉงนใจ เพราะก็แต่งสุภาพที่สุดแล้ว ... ถามเจ้าจิ๋วด้วยความงง ว่า

“เป็นอะไรไปวะ ข้าก็แต่งของข้าอย่างสุภาพแล้ว แล้วก็แต่งอย่างนี้ทุกวัน”

“เอ็งถอดเนคไทออก และพับแขนเสื้อ ปลดกระดุมเม็ดบนออกเม็ดหนึ่ง ถ้ามาหาข้าทีหลัง ไม่ต้องแต่งเครื่องแบบอย่างนี้มา ให้แต่งแบบธรรมดา เสื้อแขนสั้น ถ้ามีเสื้อซาฟารีก็ให้ใส่มา เลือกเอาสีที่คล้าย ๆ เขาใส่กัน แต่อย่าเสือกใส่แขนยาว ผูกเนคไทมา เขาก็รู้หมดซิว่า ข้ากำลังคุยกับเซลล์แมน ไม่มีเซลล์คนไหน เขาถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ แต่งตัวอย่างเอ็งไปคุยกับลูกค้าข้าราชการหรอก...ข้าเลยรีบพาเอ็งลงมาคุยข้างล่างนี่ไง”

Advertisement

Advertisement

ลุงก็ได้รับความรู้ใหม่ในบัดนั้น เป็นเรื่องจริงครับ การเข้าไปคุยกับข้าราชการโดยเฉพาะแผนกจัดซื้อ เขาไม่แต่งตัวตามแบบฟอร์มของพนักงานขายหรอก ข้าราชการเขาอึดอัด คุยไม่สะดวก และห้ามเอากระเป๋าเจมส์บอนด์ไปด้วย ไอ้แคตตาล็อกก็ม้วน ๆ หรือพับ ลงไปในกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วไปแอบลืมไว้ที่โต๊ะตอนขากลับ เขาทำกันตั้งแต่โบราณแล้วทูนหัว ไอ้ที่ไปเที่ยวลืมถุงขนมไว้นั่นนะ มันเทคนิคโบราณเมื่อ 50 ปีที่แล้วนะครับ    

ลุงแอ็ด กำลังบรรยายให้ เจซี บางรักฟัง.jpg“แอ๊ด..เร็วเข้า เอาแคตตาล็อกมารึเปล่า....เอาของคนอื่นมาด้วยหรือเปล่า...”

“โอย ก็ข้าขายยี่ห้อบุโรทั่งนี้ ข้าก็เอาแต่แคตตาล็อกของเครื่องที่บริษัทขายซิวะ เอายี่ห้ออื่นมาทำไม ดีไม่ดี เฮียเห็นเข้า อาจจะหาว่าทำไซด์ไลน์เข้าไปโน่น เอ็งเคยขายให้หน่วยงานราชการหรือเปล่าวะ สงสัยจะไม่เคย การซื้อเครื่องระดับนี้ ถึง 5 เครื่องมันจะต้องประกวดราคาโว้ย แล้วการประกวดราคา ถ้าเอ็งไม่มีพระอันดับ เอ็งจะไปขายได้ยังไงวะ เอาของเอ็งมาก่อนก็ได้ แล้วจะให้ข้าถือแคตตาล็อกของเอ็งขึ้นไปโทง ๆ อย่างนี้หรือวะ เอ็งไปซื้อหนังสือพิมพ์มาฉบับหนึ่งสิวะ ข้าจะได้เอามันซ่อนไว้ข้างใน ข้าจะไปเขียนสเป็คก่อน แล้วจะโทรไปบอกอีกทีว่าจะต้องทำอย่างไร”

Advertisement

Advertisement

เจ้าจิ๊วพูดเสียยาวเฟื้อย แทบจะไม่หายใจเป็นไงละครับ ขายเครื่องให้หน่วยงานราชการในครั้งกระโน้น เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ไอ้ที่เจ้าจิ๋วมันสอนไว้ก็ยังเอามาดัดแปลงใช้ได้จนถึงบัดนี้ คือ

หนึ่ง ห้ามแต่งตัว ใส่เสื้อนอก ถือกระเป๋าเจมส์บอนด์เข้าไปหาลูกค้าที่สำนักงาน ยกเว้น จะทำตัวเป็นผู้แสดงว่าเป็นคู่เทียบ
สอง การจัดหาพัสดุมีหลายรูปแบบ ถ้าวงเกินเท่านี้ ต้องซื้อด้วยวิธีนี้ วิธีนี้ ในกรณีซื้อเครื่องบวกเลขจำนวน 5 เครื่อง เป็นเงิน 5 X 6,000.- เท่ากับสามหมื่น ตอนนั้น ต้องประกวดราคา

Advertisement

Advertisement

สาม การประกวดราคานี่ ต้องมีคนออกสเป็ค ต้องมีวิธีการที่ยุติธรรม ดูแล้วเข้าได้ทุกบริษัท

การปิดการขาย 76323.jpgสี่... การติดต่อ หากไม่รู้จักใคร ก็ต้องไป “นั่งกินโจ๊ก” เป็นภาษาที่นักขายราชการรู้กันว่าต้องทำอย่างไร คือ ต้องไปนั่งกินโจ๊กที่โรงอาหารทุกเช้า แต่งตัวให้เหมือนข้าราชการในกรมนั้น (เพราะมันจะได้กลมกลืนกันกับข้าราชการทั้งหลาย..ไม่เป็นที่สะดุดตา) ไปแล้ว ก็สั่งโจ๊กมากิน (จะเปลี่ยนเป็นข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ต้มยำอะไรก็ได้...ไม่ใช่พาซื่อ กินแต่โจ๊กอย่างเดียว) แต่เป็นศัพท์เฉพาะที่เขารับรู้กันว่า ต้องไปถึงตั้งแต่เช้า แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวเช้า ... ไปทุกวัน อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ พอพวกเขาเข้าไปทำงานในสถานที่ประจำของตอนแปดโมง..เราก็กลับไปหาลูกค้ารายอื่นได้ แต่พอรุ่งขึ้นก็ต้องมา “นั่งกินโจ๊ก” ที่กรมนั้นๆ อีก

ห้า... เวลานั่งกินโจ๊กใหม่ๆ ก็ ไม่ต้องคุยอะไรมาก แต่หูต้องคอยฟัง ว่าข้าราชการเขาคุยอะไรกัน ถ้าไม่เกี่ยวกับของที่เราจะขาย ค่อยย้ายที่ ... ย้ายไปไหน ก็ย้ายหาที่  ที่ เขาอาจจะคุยเรื่องเครื่องบวกเลข นะซี...ถ้าไปนั่งผิดกลุ่มก็จะเสียเวลา พาลจะขายไม่ได้เสียด้วย ถ้าเป็นกลุ่มจัดซื้อละก็เหมาะ พยายามเกาะติดกลุ่มเขาไว้

หก... อย่าเพิ่งพูดอะไร รอจนให้เขาคุ้นหน้าค้นตาดีก่อน คือข้าราชการนี่นะครับ เขาถือว่า คนอื่นที่เป็นคนธรรมดา หรือประชาชนที่ไปติดต่อ หรือโดยเฉพาะเซลแมนล์ เขาจะถือว่าเป็น “คนละสปีชีส์” กัน เขาจะพูดจาห้วนๆ แบบมะนาวไม่มีน้ำ ไม่ต้อนรับ ไม่สนทนาด้วย ถ้าจะพูด ก็พูดอย่างเสียไม่ได้ มีธุระอะไร ไม่มี ไม่ซื้อ ไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่เห็น......พอเราปรับหน้า ปรับตา ปรับ ให้แบบว่า ดูเป็นข้าราชการเหมือนกันได้แล้ว หรือจนกระทั่งมีคนมาทักท่านว่า “ท่านอยู่แผนกไหน ครับ ผมไม่ทราบ เห็นท่านมานั่งทานโจ๊กทุกวัน” เราจึงเปิดเผยตัวเองได้บ้างเล็กน้อย

DSC02708.jpg     เดี๋ยวนี้ ก็ยังแก้ไม่หาย ... จนท่านบิ๊กตู่ต้องออกระเบียบใหม่มาเมื่อเร็วๆ นี้เองว่า “ให้ประชาชนฟ้องร้องได้...หากข้าราชการพูดผิดหู” ก็ดูชมกันบ้างว่า จะเปลี่ยนแปลงไปได้ไหม.....  “เฮ้ย....เจ้าแอ็ด กลับได้แล้ว แล้ววันหลังจำที่ข้าบอกไว้ให้ เอ็งเจอหน้าข้า อย่าทำเป็นเพื่อนสนิท เดี๋ยวก็เดือดร้อนกันทั่วไปหมด” พูดพลาง เจ้าจิ๋วก็หันขวับ เดินลิ่วละล่อง พร้อมไปด้วยหนังสือพิมพ์ฉบับวันนั้น (ซึ่งมีแคตตาล็อคอยู่ข้างใน) อย่างทันทีทันใด........... ปล่อยให้เจ้าแอ็ด เพื่อนรักที่เขกหัวเขกกระบาลมาตั้งแต่เรียนพาณิชย์ ยืนงง ... หันรีหันขวาง ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะไปไปไหน... นี่แค่วันแรกนะครับ คอยติดตามต่อไป ลุงแอ็ดจะมาเฉลยให้หมดเปลือกทีเดียวครับ ถ้าใครอยากฝึกเป็นเซลล์ที่จะต้องติดต่อหน่วยงานราชการละก้อ....ลุงขอแนะนำให้ติดตามลุงอย่าให้คลาดสายตา และนำไปดัดแปลงใช้ได้เสมอมาในประเทศสารขันธ์แห่งนี้..........อีกประมาณ 2 อาทิตย์...เจ้าจิ๊วก็โทรมาอีก ... “เฮ้ย...สเปคออกแล้วนะโว้ย...เตรียมเงินไปซื้อซองประกวดราคาได้ที่กรม แล้วเอ็งอย่าลืมซื้อให้บริษัทอะไรที่เอาเอ็งชื่อเขามาให้ข้าด้วยนะ ....”  “เฮ้ย...แล้วซองละเท่าไหร่” “หา....ซองละ 1,500.- บาทหรือ มึงจะบ้าแล้วเหรอไอ้จิ๊ว ค่าซื้อซองเขาไม่ได้ระบุว่าให้คิดเท่าไหร่ ทำไมมึงคิดแพงอิ๊บอ๋ายเลย...” “อ๋อ....เพื่อไล่หมาเหรอ เออๆ รู้แล้ว หมายความไอ้พวกบริษัทเล็กๆ ที่มันไม่มีสตางค์ก็ไม่มีสิทธิ์ไปซื้อซอง เมื่อไม่ไปซื้อซอง ก็เท่าหมดโอกาสได้เสนอราคา....เออ ฉลาดอิบอ๊าย เพื่อนกู...อ๋อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเหรอ เออ เข้าใจ เข้าใจ”

DSC02872.JPG     “แล้วข้าจะไปบอกเฮียว่าไง ว่าขอเบิกเงินมาตั้งเยอะตั้งแยะ....เฮ้อ กลุ้มใจ”  เห็นไหมครับท่านที่รัก ว่าคนที่ไม่เคยขายราชการนั้น มักมีความเซ่อซ่าอยู่หลายประการ จะยกตัวอย่างให้ฟังคร่าว ๆ ประการแรก ถ้าผู้ใหญ่ไม่รับรู้สักอย่าง ว่าทำไมเราต้องการไอ้โน่นไอ้นี่ มันก็นั่งอธิบายกันปากเปียกปากแฉะ... ขายราชการ จึงจำเป็นจะต้องมีผู้ใหญ่รับรู้ รู้เรื่องด้วยประการทั้งปวงด้วย ดังนั้น เวลาจะปราบคอร์รัปชัน อย่าไปปราบแต่ตัวกระจอกอย่างเจ้าเซลล์แมน มันต้องเอาตัวใหญ่ด้วย ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละครับ (อ้าว...อยู่ดีๆ ก็ไปชี้โพรงให้กระรอกซะแล้ว....) นี่ดีว่า “เฮีย” ของลุงแกรับรู้เรื่องนี้ แกก็เบิกเงินไปให้สำหรับซื้อซองประกวดราคา  และลุงก็ไม่ได้ถามว่าแล้วแกเคลียร์เงินกับบริษัทอย่างไร ประการที่สอง : นักขายเขาไม่ไปถามฝ่ายข้าราชการหรอกครับว่า “ท่านครับ ขอเรียนถามได้ไหมครับว่า มีบัดเจทเท่าไหร่...” ราชการเขาไม่บอกกันหรอกครับ “เป็นความลับ” แต่ในระเบียบสำนักนายกฯ ให้คิดเท่ากับ 0.5% ของวงเงินงบประมาณ ดังนั้น ถ้าเขาให้วางเงินมัดจำซองในการประกวดราคา สมมุติว่าชองละ 15,000.- ก็แสดงว่า งบประมาณมีไม่เกิน 300,000,-บาท (ดังนั้น คนขายผู้ชำนาญการ เขาไม่แสดงความโง่ให้ปรากกฎ โดยไปถามเอากับเจ้าหน้าที่หรอก....และบางที หัวหน้าเราก็โง่เอง ที่แสดงความไม่รู้ออกมา จะถามเอาความจากเซลล์ให้ได้....ของแบบนี้ เขารู้กันมาตั้ง 50 ปีแล้ว) เดี๋ยวนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงระเบียบนิดหน่อย ... แต่มันก็ยังไม่หนีไปไหนเท่าไหร่หรอกครับเพราะฉะนั้น เราก็ทำเรื่องเบิกบัญชี สำหรับเสนอราคาของบริษัทเราเอง 1 ซอง เงินที่เหลือก็ให้เฮียไปเคลียร์กับบัญชีเอง (ซึ่งบัญชี ก็ต้องไปเคลียกับสรรพากรเอง...ว่ากันไปเป็นทอดๆ)

ลุงแอ็ด ถาวรมาศ (นายอมร  ถาวรมาศ)

152/9 ถนนนนทบุรี 1 อ.เมือง จ. นนทบุรี 11000

E- Mail :  [email protected]

Line ID : AMORNTAR   Tel : 081 619 8071