ถ้ามีโอกาส วิธีการ หรือข้อเสนอ ที่สามารถทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จได้ โดยผ่านการศึกษา คิด วิเคราะห์โดยตัวคุณเองมาเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งคุณพบว่ามันจะสามารถทำให้คุณมีความสุข สนุก ตรงลักษณะนิสัย และบุคลิกของคุณ แต่มันอาจจะไม่เป็นที่นิยมใช้กัน หรือเป็นวิธีที่บางคนคิดว่ามีโอกาสสำเร็จได้น้อย หรือมีโอกาสสำเร็จแต่จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง คุณจะยอมเสี่ยงกับวิธีการเหล่านั้นหรือไม่ หรือจะใช้แค่วิธีการ และขั้นตอนที่มีคนนิยมใช้กัน และพิสูจน์มาแล้วว่ามันดี

ในเรื่องของการวิ่งแน่นอนทุกคนรู้ว่ามันดีต่อสุขภาพ ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายให้เหมาะสมไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ควบคู่ไปกับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และครบห้าหมู่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วกับคำว่าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แต่ถ้าเราต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ต้องการวิ่งในระยะทางที่ไกลขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมันจะทำให้เลยคำว่าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไป มันจะต้องอาศัยทั้งพละกำลังของร่างกาย กล้ามเนื้อ รวมถึงจิตใจด้วย แน่นอนว่าแค่วิ่งอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มมมวลกล้ามเนื้อ การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย รวมทั้งคำนึงถึงโภชนาการอาหารให้มากกว่าเดิม

Advertisement

Advertisement

เรื่องวิ่งในจินตราการขอบคุณภาพจาก: www.pexels.com/@scottwebb

โภชนาการอาหารของนักวิ่ง โดยหลักแล้วก่อนที่จะเริ่มทำการแข่งขันห้าวัน นักกีฬาจะนิยมรับประทานอาหาร โดยการเพิ่มสัดส่วนของคาร์โบไฮเครตให้สูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้สะสมไกลโคเจนและนำไปใช้ในวันแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นเมื่อถึงวันแข่งขัน ในขณะวิ่งร่างกายก็จะยังคงต้องการคาร์โบไฮเครต เนื่องจากว่าคาร์โบไฮเครตสามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังงานให้ร่างกายได้ใช้ไวที่สุด จึงไม่แปลกที่จะเห็นนักวิ่งที่วิ่งระยะทางไกล จะฉีกซองเจลกินเพื่อเพิ่มพลังงาน หรือหยุดวิ่งชั่วคราวเพื่อที่จะกินสิ่งที่ผู้จัดการแข่งขันได้เตรียมไว้ หรือที่นักวิ่งพกมาเอง จากนั้นหลังจากการแข่งขัน นักวิ่งเองก็ยังจะต้องการพลังงานจากแร่ธาตุ และโปรตีนที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อกลับมาฟื้นฟู หายจากอาการล้า อ่อนเพลียให้ได้เร็วที่สุด

Advertisement

Advertisement

เรารู้จักโภชนาการในส่วนที่นักวิ่งส่วนมากไปปรับใช้กันแล้ว แต่มีนักวิ่งบางส่วนโดยเฉพาะนักวิ่งระยะทางที่ไกลมาก จะใช้หลักการอื่นที่แตกต่างไปจากที่ผมได้เขียนมา ซึ่งหลักการนั้นคือการกินแบบ "คีโตเจนิก" 

เรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: https://lowcarbalpha.com

 

การกินแบบ "คีโตเจนิก" คืออะไร

หลักการกินแบบ "คีโตเจนิก"  คือการกินโดยเน้นในส่วนของไขมันให้เยอะ โปรตีนในระดับปานกลาง แล้วลดสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้น้อย เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ไขมันเพื่อสร้างโมเลกุลที่มีชื่อว่า "Ketone" ไว้ใช้เป็นพลังงานให้แก่เราแทนพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่เราคุ้นเคยนั้นเอง

Advertisement

Advertisement

 

แล้วการกินแบบคีโตเจนิกเกี่ยวข้องอย่างไรกับนักวิ่ง

โดยปกติแล้วนักวิ่งจะใช้พลังงานจากไกลโครเจนที่ได้จากการสะสมไว้ในร่างกาย แต่เมื่อพลังงานนั้นหมดจะทำให้เกิดภาวะชนกำแพง ซึ่งก็คือไม่สามารถที่จะวิ่งต่อไปได้ ส่วนมากจะเกิดกับนักวิ่งระยะทางไกล แต่เมื่อเรากินอาหารแบบคีโตเจนิก ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เรามีความอึดขึ้น ทนทานขึ้น และสามารถวิ่งได้ไกลกว่าเดิมขึ้น เพราะพลังงานจากไขมันสามารถใช้ได้เรื่อยๆ และนานกว่าพลังงานจากไกลโครเจน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนักกีฬากับการกินแบบคีโตเจนิก มันเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่จะทำให้การวิ่งดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อม การพักผ่อน และอื่นๆอีกมากมายที่จะต้องนำมาพิจารณา และก็มีนักกีฬาอีกหลายคนที่คุณภาพของการวิ่งที่ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้การกินแบบคีโตเจนิกเช่นกัน ทุกอย่างมันต้องใช้เวลาและการฝึกซ้อมเท่านั้น แม้แต่การกินแบบคีโตเจนิกก็ต้องอาศัยเวลาเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว ให้เกิดความคุ้นชินในการใช้พลังงานจากไขมัน และที่สำคัญต้องใช้เวลาศึกษา ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงข้อเสีย และประเมินร่างกายของเราว่าจะรับได้ไหม 

ทุกอย่างไม่มีทางลัด และเป้าหมายก็ไม่ได้มีแค่ทางเดียวที่ไปถึง มันขึ้นอยู่กับว่าเราได้ศึกษา และเข้าใจมันอย่างเพียงพอไหม แล้วเรายอมรับถึงความเสี่ยงนั้นได้มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญเวลาเราทำมันแล้วเรามีความสุข และเหมาะสมกับตัวเราหรือไม่

เรื่องวิ่งในจินตนาการ ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/users/geralt-9301

เราไม่มีทางจะรู้ได้ว่าสิ่งที่เราทำจะประสบความสำเร็จ หรือจะล้มเหลว จนกว่าที่เราจะได้ลองทำมัน ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ประเมินแล้วว่าจะไม่ทำให้ตัวเราเองลำบาก หรือเดือนร้อนจนเกินไป และความเสี่ยงนั้นอยู่ในระดับที่เรารับมันได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ลองทำดู และไม่สำคัญว่าสิ่งที่ทำ จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ถ้าสำเร็จแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่น่าดีใจมากๆ แต่ถ้ามันล้มเหลวมันก็คงจะเป็นแค่เรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งอาจถูกเก็บไว้ในความทรงจำไว้เป็นเรื่องเล่าในอนาคต หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก็จางหายไปก็ได้  

สุดท้ายนี้ผมชอบข้อความของ เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้สร้างอาณาจักร Amazon ที่บอกว่า "ผมไม่เสียใจ แม้สิ่งที่ผมทำจะล้มเหลวก็ตาม แต่ผมจะเสียใจ ถ้าผมไม่ได้ลงมือทำ"


ร้านค้าที่ขายอาหาร และอาหารเสริม แบบคีโตเจนิก ในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ในจังหวัดนนทบุรีจะมีร้านที่ผมใช้บริการเป็นประจำ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการสนามบินน้ำ มาร์เก็ต พาร์ค (ตลาดเสธหนั่น) มีชื่อร้านว่า Keto Delight ร้านนี้ไม่เพียงแต่จะขายเฉพาะอาหารคีโตเจนิกเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะมาปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับอาหารคีโตเจนิกได้อีกด้วย แต่คนที่ไม่ได้รับประทานอาหารคีโตเจนิก ก็สามารถแวะมาดูและชิมได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะขนมแบบต่างๆที่มีให้เลือกมากมายหลายชนิด อาทิเช่น เค้ก ขนมปัง วุ้นเป็ด และอื่นๆอีกมากมาย จนผมคิดว่าเข้ามาผิดร้าน ไปเข้าร้านขายขนมหวาน ส่วนเรื่องรสชาติคงเป็นเรื่องของมุมมองส่วนตัว ซึ่งจะไม่มีทางรู้เลยว่าอร่อยหรือไม่อร่อยจนกว่าจะได้ลองชิมครับ

เรื่องวิ่งในจินตนาการเรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: ร้าน Keto Delight


อ้างอิง

https://thestandard.co/ketogenic-diet

www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/nutrition-for-runners

www.facebook.com/Befiteatwell/posts/1580170608762186

www.facebook.com/Befiteatwell/posts/1091504464295472

www.mensjournal.com/food-drink/truth-behind-worlds-most-cutting-edge-fat-burning-performance-meal-plan-keto/?fbclid=IwAR0oUaGOlOq0CB9KtBzve7yiod4wWcEdQ2pMgQfh60TkxjhnyXYrb4qBhS4

https://lowcarbalpha.com/distance-running-ketogenic-diet/