ภาพประกอบของผู้เขียน

      แสงเทียนแต่งงานกับนพที่มีนิสัยเจ้าสำราญ ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เขามีแต่เงินเดือน พวกเขาเช่าห้องราคาถูกอยู่กันอย่างเงียบ ๆ

      แสงเทียนเป็นช่างเย็บผ้า รายได้ก็แค่พอกินพอใช้ เมื่อเธอท้องทำงานไม่ไหวเพราะแพ้ท้องมาก  แม่ของนพเห็นว่าเธอลำบากจึงให้มาอยู่ที่บ้าน นพก็เลยพาเธอกลับมาอยู่บ้าน บ้านหลังนี้อยู่หลังสุดท้ายของซอย ด้านหลังเป็นกำแพงสูงท่วมหัว มีบึงเก่าและต้นธูปขึ้นเต็มไปหมด

      นพขยันกว่าเดิม เจ้านายไว้วางใจ ขยับตำแหน่งสูงขึ้น เงินก็สูงตามไปด้วย เขากลับบ้านดึก ๆ เพราะต้องออกไปกับลูกค้า แสงเทียนคิดมาก กลัวว่าเขาจะอยู่กับผู้หญิง แต่เขาบอกว่าไม่มีอะไร แต่เธอก็อดคิดไม่ได้

      ทุกครั้งที่นพเข้าบ้านจะมีกลิ่นเหล้าติดตัวมาด้วย บางคืนเขายังไม่กลับ แสงเทียนเดินพล่าน ไม่ยอมนอน

Advertisement

Advertisement

     กระทั่งแสงเทียนคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชาย หน้าตาน่ารัก แม่เขาเห่อหลานมาก แต่นพก็กลับบ้านดึกเหมือนเดิม ถ้าเธอโทรศัพท์ไป เขาไม่รับ เธอเหมือนคนบ้า เดินวนเวียนอยู่บริเวณรอบบ้าน  ไม่หลับไม่นอน พอเขากลับมาก็มีเรื่องทะเลาะกันบ่อย ๆ

      คืนวันเกิดเรื่องสยดสยองขวัญ นพบอกว่าคืนนี้กลับดึกไม่ต้องรอ แสงเทียนรู้ว่าเขาต้องไปกิน ไปเที่ยวกับผู้หญิงเหมือนเคย หลังจากกล่อมลูกหลับไปแล้ว เธอนอนตาค้าง พยายามหลับตา แต่ใจไม่หลับ ได้แต่รอฟังเสียงรถว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมาเสียที แต่ก็เงียบเธอร้อนรุ่มไปทั้งตัว รู้ว่า ทนนอนอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว เที่ยงคืนกว่า ๆ แสงเทียนออกมาข้างนอก แล้วเดินมาที่รั้วหน้าบ้าน ชะเง้อมองดูทาง แต่ไม่มีแสงไฟจากรถ เธอเดินวนเวียนไปมา แล้วก็มาอยู่หลังบ้าน ตอนนั้นพระจันทร์มันหรุบหรู่ คือไม่ใสสว่าง เธอโมโหนพที่ทำให้นอนไม่หลับ

Advertisement

Advertisement

 

บึง                    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay

      จู่ ๆ เสียงหมาที่ไหนก็ไม่รู้หอนขึ้นมา เสียงโหยหวนมาก แสงเทียนไม่ใช่คนกลัวผีก็ยังเสียวหลังเหมือนกัน พอมองไปที่ท้องฟ้าเห็นเมฆดำ ๆ ลอยเต็มไปหมดแล้วก็บังดวงจันทร์เอาไว้

      แสงเทียนคิดว่าฝนอาจจะตกก็ได้ ลมพัดแรงขึ้น เย็นจนขนลุกซู่  พักหนึ่งเธอเห็นเหมือนแสงอะไรบางอย่างพุ่งลงมาจากฟ้า แล้วก็ตกลงไปด้านหลังกำแพง แสงออกเขียว ๆ เธอแปลกใจมาก กล้า ๆ กลัว ๆ อยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ก็คิดว่าคงเป็นพวกลูกอุกกาบาต ด้วยความอยากรู้ เธอเอาเก้าอี้พลาสติกออกมาแล้วเหยียบขึ้นไป มองข้ามกำแพง แต่มองไม่เห็นอะไร เธอกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง แล้วเอาไฟฉายออกมา เธอส่องไฟดูตรงตำแหน่งที่คิดว่าแสงประหลาดตกลงไป

Advertisement

Advertisement

 

ต้นธูปฤาษี                    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay

      แสงเทียนมองหาพักหนึ่งก็ไม่เห็นอะไร พอปิดไฟเท่านั้นก็เห็นเหมือนอะไรบางอย่างขยับเคลื่อนไหวไปมาในป่าต้นธูป มันเป็นเงาดำตะคุ่ม ๆ ยืนโงกเงก เสียงหมาก็ยังหอนไม่หยุด ตอนนั้นเธอรู้สึกกลัวมากกว่าเดิม คิดว่าคงเจอดีเข้าแล้ว กำลังจะหันหลังเข้าบ้าน แต่ดูเหมือนว่าทำไม่ได้ นอกจากยืนตัวแข็งอยู่กับที่ ตาจ้องมองสิ่งนั้น อ้าปากค้าง และมันก็น่าแปลก รอบตัวมืดสนิท แต่กลับเห็นสิ่งนั้นถนัดชัดเจน

     หัวมันใหญ่เหมือนบาตรพระ ผิวดำ ๆ ผมไม่มี ตาเหลือกโปนออกมา จมูกก็แบน ปากหนาอ้าจนเห็นฟันข้างหน้าหักหลอ ปากมันอ้าแสยะตลอดเวลา แล้วมีลิ้นแลบออกมาด้วย มันคลานส่ายตัวยักเอวยืดยาดเหมือนตัวเงินตัวทอง ตาจ้องมองแสงเทียนเขม็ง เธอกลัวจนผมลุกตั้งชัน ตัวสั่นราวกับเป็นไข้ป่า อ้าปากจะร้องออกมา แต่ไม่มีเสียง เธอรู้แล้วว่าถูกผีหลอก

     เจ้าผีตนนั้นมันคลานเข้ามา  จนใกล้เข้ามาที่กำแพง เธอรวบรวมกำลัง ร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง แล้วกระโจนลงจากเก้าอี้พลาสติก วิ่งเข้าบ้าน และปิดประตูหน้าต่างทุกบาน จากนั้นก็สวดมนต์อยู่ในห้อง จนกระทั่งนพกลับมา

    แสงเทียนเล่าให้เขาฟังว่าถูกผีหลอก เขาหาว่าเหลวไหล ผีไม่มีในโลก สงสัยเป็นตัวเงินตัวทองมากกว่า แต่แสงเทียนคิดว่าตาไม่ฝาดแน่ ๆ

    จากวันนั้นแสงเทียนไม่สบายเป็นไข้ ผมร่วงเป็นกระจุก ต้องไปหาพระ ให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ และเธอไม่กล้าเดินไปหลังบ้านในเวลากลางคืนอีกเลย

                     จรรยา เลิศพงษ์ไทย