จำความได้ว่าตอนเรียนจบใหม่ ๆ อยากเป็นนักข่าว ทั้ง ๆ ที่คนละแนวกับสายที่เรียนมาเลย ตอนนั้นคิดแบบเด็ก ๆ เวลาดูข่าวเห็นนักข่าวได้เดินทางไปโน้นนี่นั่นตลอดเวลา ความที่เป็นคนไม่ชอบอยู่บ้าน ชอบเดินทาง ชีวิตติดเที่ยว ทำให้อยากเป็นนักข่าวในตอนนั้น ถ้าย้อนกลับไปได้และเรามีความมุ่งมั่น อาจจะเห็นนักข่าวสาวคนนี้ได้โลดแล่น อยู่บนจอทีวีก็อาจเป็นได้
นักข่าว

เหตุการณ์ในอดีต กลับหวนกลับมาให้ได้คิดอีกครั้งว่าคนทุกคนมี Mindset เป็นของตัวเอง และมันคืออะไรล่ะ อธิบายได้คร่าว ๆ ว่าคือกรอบความคิด วิธีคิด ความเชื่อของตัวเราเองที่จะส่งผลต่อชีวิตในอนาคต ซึ่ง Mindset แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ Fix Mindset และ Growth Mindset ที่นักวิจัยชาวอเมริกัน Carol Dweck ได้ศึกษาไว้

Fix Mindset คือบุคคลที่เชื่อว่าตัวเองฉลาด เก่ง มีศักยภาพ เหนือกว่าคนอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่ให้ความสำคัญกับความพยายาม ความอดทน การพัฒนา การเพิ่มทักษะ การทำงานหนัก ด้วยเชื่อว่ามีศักยภาพมากพอแล้ว ส่วน Growth Mindset นั่นตรงข้ามกันเลย จะเชื่อว่าการพัฒนา ฝึกฝน เพิ่มทักษะ เรียนรู้มากขึ้น จะทำให้ฉลาด เก่ง และมีศักยภาพ และจะให้ความสำคัญกับความอดทน พยายาม ฝึกฝน ทำงานหนัก เพื่อสิ่งที่ต้องการคือความสำเร็จนั่นเอง พวกเขาเชื่อว่าความเก่งสามารถสร้างได้ด้วยการพัฒนาตัวเอง

Advertisement

Advertisement

ส่วนตัวเองช่วงเวลา WFH ทำงานอยู่บ้าน ในสถานการณ์โรคระบาดอยู่นี้ ได้เรียนรู้ พัฒนา ฝึกฝน โดยการ ปรับตัวเองให้มี "Growth Mindset" ด้วยการหันกลับมาเปิดใจดูตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาได้แต่เฝ้ามองดูคนอื่นตลอด ลองมาปรับวิธีคิดไปด้วยกันค่ะ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อใครเพื่อตัวเอง ให้อยู่กับสถานการณ์เครียด ๆ อย่างมีความสุข แบบยั่งยืนในทุก ๆ วันกันค่ะ

Advertisement

Advertisement

growth mindset

1. มองหาจุดด้อยของตัวเอง พร้อมเปิดใจยอมรับ เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ด้วยการฝึกฝน เช่น อยากเป็นนักเขียน แต่ยังขาดทักษะ ภาษา ข้อมูลอ้างอิงต่าง ๆ แรงบันดาลใจในการเขียน ต้องพร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ หาข้อมูลเพิ่ม อ่านให้มากขึ้น ฝึกฝนการเขียนในแบบของตัวเอง ซึ่งต้องอาศัยความอดทน พยายาม เพื่อให้ไปถึงฝั่งฝัน โดยตัวเองก็กำลังทำอยู่เช่นกัน

2. เปลี่ยนวิธีคิด มองงานยากให้เป็นแรงผลักว่าเป็นโอกาส ที่จะดึงความสามารถที่ซ่อนตัวอยู่ในตัวเราทุกคน และต้องมีความเชื่อว่าจะสามารถทำให้สำเร็จได้ แม้จะยากแต่ก็ต้องฝึกฝน ทำงานยากบ่อย ๆ ค่ะ จะได้เก่งขึ้น

3. ปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะกับตัวเอง ซึ่งไม่มีสูตรตายตัว อยู่ที่ความถนัดของแต่ละบุคคลเลยค่ะ บางคนอ่านข้อความเดียวกัน แต่ตีความจับประเด็นและนำไปใช้ได้ต่างกัน ข้อนี้ขึ้นอยู่กับ Mindset วิธีคิดทัศนคติล้วน ๆ เลยค่ะ ไม่มีถูกไม่มีผิด

Advertisement

Advertisement

4. สมองของคนเราสามารถจัดระเบียบ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ตลอดเวลา จะไปถึงขั้นนี้ได้ต้องพร้อมเปิดสมองรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ปิดกั้นการเรียนรู้ของตัวเอง แล้วจะค้นพบว่าตัวเองก็มีศักยภาพมากกว่าที่คิด ต้องลองค่ะ

รับสิ่งใหม่ๆ

5. ให้ความสำคัญของการเรียนรู้มากกว่าผลสำเร็จที่ปลายทาง ในระหว่างการเรียนรู้ควรสนใจ ฝึกฝน ปฎิบัติ สนุกสนานกับทุก ๆ เหตุการณ์ ...เพราะอาจมีสะดุด ท้อระหว่างทางทำเอาหมดสนุก เฝ้ารอเมื่อไหร่จะถึงความสำเร็จ อีกหลากหลายเหตุที่จะมาทดสอบตัวเราเสมอ ๆ

6. พร้อมเปิดใจรับคำวิจารณ์ และผลที่จะตามมาในทุก ๆ คำวิจารณ์ จะเต็มไปด้วยความคิดทั้งบวก ลบ ทัศนคติในแง่ดี ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หรือมองข้ามไป ที่สำคัญจะเป็นแรงผลักให้ประสบความสำเร็จจากการที่เราได้ปรับปรุงพัฒนาขึ้นนั่นเอง

7. เน้นการเรียนรู้เชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ค้นคว้าเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทักษะให้เป็นไปแบบธรรมชาติ ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อคุณภาพที่จะได้รับมากกว่า

mindset

จะเห็นได้ว่าคน ๆ หนึ่งจะ ปรับตัวเองให้มี "Growth Mindset" ได้นั่น ต้องมีความอยากและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งต้องอาศัยความพยายาม อดทน บททดสอบนี้ถ้าเราผ่านมาได้จะเกิดความก้าวหน้าในตัวเองขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ...เราจะพยายามไปด้วยกันนะ

เครดิตภาพ pixabay.com / pixabay.com / pixabay.com / pixabay.com 

เครดิตภาพปก pixabay.com