นาฬิกา

จากอดีต จนมาถึงปัจจุบัน เรายังคงใช้นาฬิกา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับบอกเวลา แม้ในอดีตจะใช้การสังเกตจากพระอาทิตย์ขึ้นลงก็ตาม ในวันหนึ่ง ๆ ทุกคนมีเวลาที่เท่ากันที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวเองเป็นผู้กำหนดได้มากน้อยต่างกัน บางคนอาจจะพบสิ่งใหม่หรือสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไม่ว่า พบเพื่อนใหม่ เจ็บป่วย อุบัติเหตุ รวมถึงการจากลา ...เสียชีวิต ที่ทุกคนต้องเจอะเจอ

นาฬิกาชีวิต

เครดิตภาพถ่าย pixabay.com



นาฬิกาชีวิต

เป็นระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ควบคุมให้เป็นไปตามวงจรภายในร่างกาย อย่างการตื่นนอน การหลับ การหลั่งฮอร์โมนรวมไปถึงการแปรเปลี่ยนอุณหภูมิภายในร่างกาย ...มาเรียนรู้วิธีปฎิบัติ ในการดำรงชีวิต ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติ ที่กำลังมีผลกับทุก ๆ คนบนโลกใบนี้ เพื่อสุขภาพที่ดี ปราศจากโรคภัย อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เพียงแค่เชื่อและทำ ...นาฬิกาชีวิต

Advertisement

Advertisement


นาฬิกาชีวิตสำหรับคุณเครดิตภาพจาก pixabay.com

 


เวลา 1.00 – 3.00 น. ช่วงเวลาของตับ

ควรนอนเพราะตับ จะหลั่งสาร มีลาโทนิน และ สารเอนโดรฟิน  ช่วงเวลานี้จึงไม่ควรกิน เป็นช่วงเวลาที่กำจัดสารพิษในร่างกาย

เวลา 3.00 – 5.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด

ควรตื่นนอน เพื่อมารับพลังงานดี ๆ ยามเช้า ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ เวลานี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ทางการหายใจ ยกตัวอย่างเช่น กลิ่นควันปิ้งย่างจากหมูปิ้งตอนเช้า หรือ แม้แต่ยาดม ถ้าเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ไว้ก่อนค่ะ  

เวลา  5.00 – 7.00 น เป็นช่วงเวลาของลำไส้

ควรทำให้เป็นนิสัย สำหรับการขับถ่ายอุจจาระทุกเช้า หรือดื่มน้ำเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายให้สะดวกขึ้น

เวลา 7.00 - 9.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร 

Advertisement

Advertisement

ถ้ากินอาหารทุกเช้า จะทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง ที่สำคัญหน้าตาอ่อนกว่าวัยนะ แถมยังช่วยให้สมองทำงานฉับไวขึ้น ได้ทั้งสวยและฉลาดอย่างนี้ใครไม่อยากได้บ้างค่ะ

เวลา 9.00 - 11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้ามและตับอ่อน

ม้าม สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ควบคุมเม็ดเลือด กำจัดเม็ดเลือดแดงที่เสื่อมสภาพ

ตับอ่อน จะผลิตเอนไซน์ช่วยย่อยอาหารที่ลำไส้เล็ก 

ช่วงเวลานี้จึงเหมาะ กับการทำงาน กิจกรรมต่าง ๆ ถ้าใครมีอาการง่วงนอน แสดงว่าม้ามอ่อนแอ  ก็มีเคล็ดลับแนะนำง่าย ๆ ค่ะ คน
โบราณท่านให้เอาน้ำผึ้ง ผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันงาก็ได้ อัตราส่วน 5 ต่อ 1 ยกตัวอย่างเช่น น้ำผึ้ง 5 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันงา 1 ช้อนชา แล้วผสมน้ำอุ่น หรือ น้ำธรรมดา ตามใจชอบ ดื่มก่อนอาหารเช้า แค่นี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการง่วงได้แล้วค่ะ

Advertisement

Advertisement

เวลา 11.00 - 13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ

หลีกเลี่ยงความเครียด หัวใจจะทำงานหนักในช่วงเวลานี้ โดยการสูดฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

เวลา 13.00 -15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก

ลำไส้เล็กย่อยและดูดซึมอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงไม่ควรกินอาหารใด ๆ ในช่วงเวลานี้ ช่วงนี้ถ้าดูดี ๆ ก็จะเห็นเคล็ดลับลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ เป็นธรรมชาติค่ะ   คือถ้างดอาหารและน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เพื่อให้ลำไส้ ได้ทำงานเผาผลาญอาหารได้สมบูรณ์ ก็จะไม่มีอาหารเหลือตกค้างในร่างกายมากเกินจำเป็น  สาว ๆ คงจะปิ๊งไอเดียกันเลยนะค่ะ  แต่ก็ต้องใช้เวลาหน่อยนะ อย่าใจร้อน

เวลา 15.00- 17.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ

ทำหน้าที่เก็บน้ำกรองจากไต ควรออกกำลังกายจะทำให้กระเพาะปัสสาวะแข็งแรง 

เวลา 17.00 - 19.00 น. ช่วงเวลาของไต

ไตจะกรองของเสียออกจากเลือด ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ไม่ควรดื่มน้ำเย็น ๆ 

เวลา 19.00 - 21.00 น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ

เป็นช่วงของระบบหมุนเวียนโลหิต ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ผ่อนคลายให้จิตใจสบาย ๆ หรือเล่นโยคะก็ได้ค่ะ

เวลา 21.00 - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำร่างกายให้อบอุ่น

เป็นช่วงเวลาของการปรับสมดุลภายในทั้งหมด ควรทำร่างกายให้อบอุ่น และนอนหลับพักผ่อนในช่วงนี้

เวลา 23.00 - 01.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี

ถุงน้ำดีทำหน้าที่ เก็บน้ำดีจากตับ และส่งน้ำดีมาช่วยย่อยไขมันที่ลำไล้เล็ก 
 

นาฬิกาชีวิตเครดิตภาพจาก pixabay.com



เมื่ออ่านกันมาถึงตรงนี้ ก็หวังว่า จะใช้เป็นแนวทางในการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตก็แต่ละคน ให้อยู่อย่างมีความสุข สุขภาพดีกันทั่วหน้านะค่ะ

 


เครดิตภาพหน้าปกจาก ผู้เขียนบางส่วน