"Hug the Monkey" ถ้าเป็นวลีในเชิงจิตวิทยาจะมีความหมายว่า โอบกอดตัวเองที่อยู่เบื้องลึกข้างในจิตใจ รู้ความต้องการของตัวเอง ไม่พยายามที่จะตอบสนองความต้องการของคนอื่น ก่อนความต้องการของตนเอง หรือที่เรียกกันว่า "รักตัวเอง" ถ้าพูดถึงคำว่ารักตัวเอง เป็นคำที่ใครก็สามารถพูดได้ ทำได้ไม่ยาก แค่รักตัวเองทำไมจะทำไม่ได้ ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นเช่นกันครับ แต่ในทางปฏิบัติจริง เราทุกคนสามารถทำได้จริงหรือเปล่า

ในทางจิตวิทยาได้อธิบายว่า ถ้าเรายังรู้สึกกลัว ที่จะไม่ได้รับความรัก ความชื่นชม ความยินดีจากใคร นั้นแสดงว่าเรายังรักตัวเองได้ไม่มากพอ เพราะฉะนั้นการรักตัวเองก็ต้องได้รับการฝึกฝน เหมือนกับทักษะอื่นเช่นเดียวกัน การรักตัวเองจะเห็นคุณค่าของตัวเอง จะรู้ว่าสิ่งไหนที่ทำเรารู้สึกดี มีคุณค่ามาก ชอบตัวเองมากที่ตัวเองทำแบบนี้ แต่ไม่ใช่ว่าการรักตัวเองจะต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นคนละส่วน ผมมีตัวอย่างจากคุณป้าท่านหนึ่งครับเรื่องวิ่งในจินตนาการในทุกเช้า นอกจากจะมีผมวิ่งในหมู่บ้าน ก็จะยังมีคุณป้าที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเข็นรถเข็นขายกับข้าวออกมาขายที่ปากซอยหมู่บ้านเป็นประจำ ระยะทางระหว่างปากซอยถึงบ้านที่คุณป้าอาศัยอยู่ ประมาณ 700 เมตร ด้วยอายุของคุณป้าในวัย 61 ปี ถ้าเดินด้วยตัวเองคนเดียวก็อาจจะพอได้เหงื่อซึม ๆ บ้าง แต่เมื่อรวมกับรถเข็นที่จะต้องนำกับข้าวไปขายด้วยแล้ว ก็ถือว่าลำบากอยู่ไม่ใช่น้อย

Advertisement

Advertisement

จากที่เคยเดินวิ่งสวนกันธรรมดาเป็นประจำ หลายวันผ่านกลายเป็นยิ้มให้กัน นานวันผ่านกลายเป็นลูกค้า จนได้เริ่มบทสนทนากัน หลังจากคุณป้าเกษียณงาน ออกมาก็มาอยู่กับครอบครัวลูกสาว ทำหน้าที่ดูแลบ้านและเลี้ยงดูหลาน ๆ กับคุณลุง ตลอดชีวิตการทำงานนอกจากมีหน้าที่หลักจากงานประจำแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่คุณป้าทำมาตลอด นั้นก็คือการทำอาหารครับ คุณป้าชอบการทำอาหาร รู้สึกดีเมื่อได้เข้าไปอยู่ในครัว และสะสมประสบการณ์การทำอาหารมาโดยตลอด โดยมีคุณลุงและครอบครัวของลูกสาวเป็นคนยืนยันฝีมือว่าอร่อยจริง

Advertisement

Advertisement

เรื่องวิ่งในจินตนาการคุณป้าเริ่มมองหาโอกาส อยากที่จะแสดงฝีมือการทำอาหารให้คนอื่นได้ชิมนอกจากคนในครอบครัว จนกระทั้งคุณป้าเล็งเห็นโอกาสว่า ในหน้าหมู่บ้านมีโรงงานขนาดย่อมตั้งอยู่ สามารถที่จะนำกับข้าวไปวางขายได้ในขนาดที่ไม่ใหญ่มากตามกำลังของคุณป้า จากตอนแรกที่คิดไว้จะมีแค่พนักงานโรงงานที่เป็นฐานลูกค้า แต่ด้วยฝีมือที่ไม่ธรรมดา และราคาถูก กับข้าวถุงละ 20-30 บาทเท่านั้น ทำให้มีบุคคลอื่นแวะมาลิ้มรสความอร่อย แค่ช่วงสาย ๆ คุณป้าก็ได้เข็นรถกลับบ้านแล้ว

เรื่องวิ่งในจินตนาการผมเคยลองถามคุณป้า มีความคิดที่จะขยายร้านไหม ทำให้เป็นธุรกิจใหญ่เปิดเป็นร้านอาหารไปเลย คุณป้าปฏิเสธอย่างไม่ลังเล โดยให้เหตุผลว่าป้าแค่อยากทำอาหารอย่างเดียว ไม่อยากปวดหัวบริหารอย่างอื่น เอาแค่รถเข็นเล็ก ๆ กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็พอแล้ว   

Advertisement

Advertisement

ถ้าถามว่าคุณป้าต้องการอยากที่จะได้กำไรเยอะหรือไม่ ดูจากราคาที่ขายและขนาดของร้านแล้ว ก็ไม่น่าที่จะมีกำไรเยอะนัก ถ้าถามว่าคุณป้าเหนื่อยหรือไม่ ถ้าผมเป็นคุณป้าคงจะเหนื่อยมากแน่ ๆ ถ้าถามว่าคุณป้าเบื่อหรือไม่ ผมมั่นใจเลยว่าคุณป้าคงไม่ล้มเลิกกับสิ่งที่ทำ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะล้มเลิกทำในสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับตัวคุณป้าเอง ถึงแม้ในอนาคตร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยที่จะต้องใช้ร่างกายมากๆ แต่เชื่อเถอะว่ายังไง คุณป้าก็จะหาหนทางที่จะยังคงทำอาหารต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณป้าภูมิใจมาทั้งชีวิต

เรื่องวิ่งในจินตนาการสิ่งที่สร้างคุณค่าในตัวเองไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไป อาจจะเกิดจากสิ่งเล็กๆ แค่เราชัดเจนกับความต้องการของตนเอง และลงมือทำอย่างตั้งใจ สุดความสามารถ ผมสังเกตุจากหลายคนที่ทำตามความต้องการของตนเอง จะมีไม่ค่อยรู้จักกับความเหน็ดเหนื่อย และจะไม่ค่อยล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆเช่นกัน


พิกัดร้าน: ซอยเลี่ยงเมืองนนท์ 13 ตรงข้ามหมู่บ้านซิตี้เซนส์

เวลาเปิดปิด: 06.30 - 09.30 น.