ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร หรือเคอร์ฟิวทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นมา สำหรับสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว คือ ห้ามออกจากบ้าน ระหว่างเวลา 22.00 - 04.00 น. และจำกัดการเคลื่อนย้ายของคนเข้า-ออกประเทศ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ให้ยุติลงได้โดยเร็ว

ประกาศฉบับดังกล่าวทำให้วิถีชีวิตของผู้คนทั่วประเทศเปลี่ยนไป คนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิว ทั้งในแง่ชีวิตความเป็นอยู่ และการทำมาหาเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เช่น มาตรการเยียวยา 5,000 บาท พักชำระหนี้ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ตรวจคัดกรองและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตามสิทธิของประชาชนแต่ละคน ฯลฯ

Advertisement

Advertisement

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยู่ระหว่างการกักตัว และรับราชการมาตลอดชีวิตแบบเรา ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะการทำงานที่บ้านภายใต้ประกาศเคอร์ฟิว เจ้าหน้าที่ของรัฐแม้จะทำงานที่บ้าน แต่ยังคงต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ภายใต้แผนการปฏิบัติงานภายในที่พักของส่วนราชการ และต้องรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบเป็นประจำทุกสัปดาห์

// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //

แม้ว่าเราไม่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเหมือนเดิม เพราะไม่ต้องเดินทาง แต่เรายังคงต้องตื่นเช้าเสมอ เพื่อปฏิบัติงานประจำวันในการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบเครือข่ายภายในหน่วยงาน รวมทั้งการเปิดคอมพิวเตอร์ คอยฟังเสียงโทรศัพท์ อ่านไลน์ เพื่อรับคำสั่งมอบหมายงานจากผู้บังคับบัญชา และเร่งดำเนินการให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้ การประสานงานระหว่างเพื่อนร่วมทีม และการช่วยกันทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะงานประชาสัมพันธ์ของส่วนราชการในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ ต้องอาศัยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นที่เชื่อถือของประชาชน ทั้งนี้ การทำงานที่บ้านเป็นความท้าทาย ในการสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้ผู้ที่ติดต่อประสานงานเชื่อมั่นว่า การทำงานที่บ้านของเราและทีม สามารถทำได้จริง และได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าการทำงานในสภาวะปกติ

Advertisement

Advertisement

ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานที่บ้านในช่วงประกาศเคอร์ฟิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราและครอบครัวจึงยังคงยึดมั่นเรื่อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” หากจำเป็นต้องขนม เครื่องดื่ม และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่ปั่นจักรยานออกไปซื้อเองเหมือนในอดีต แต่เปลี่ยนมาเป็นการส่งไลน์หาลุงวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างหน้าปากซอยบ้าน ให้หิ้วมาจาก 7-11 หน้าปากซอย แล้วมาส่งให้ที่บ้าน ซึ่งลุงคิดค่าหิ้วครั้งละ 20 บาท ส่วนสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่รีบใช้ก็สั่งผ่านแอปพลิเคชัน รอประมาณ 7 - 14 วัน ก็จัดส่งถึงบ้านแล้วค่ะ นอกจากนี้ การประกาศเคอร์ฟิวมีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงเวลากลางคืนของบ้านเราอยู่บ้าง เพราะ 7-11 ที่เคยเป็นที่พึ่งก็ไม่เปิดช่วงกลางคืนแล้ว ดังนั้น เราจึงต้องสะสมอาหารและยาสามัญประจำบ้านไว้บางส่วน เผื่อไว้ใช้งานกรณีที่เจ็บป่วยในช่วงเวลากลางคืนด้วย

Advertisement

Advertisement

// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //

การประกาศเคอร์ฟิวอาจทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าการใช้ชีวิตนั้นไม่สะดวกสบายเหมือนที่ผ่านมา แต่หากมองด้วยใจเป็นกลางและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของประกาศฉบับนี้แล้ว จะทราบว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นแค่ต้องการใช้อำนาจตามกฎหมายในการควบคุมพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา แหล่งแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาจากสถานบันเทิง สนามมวย และสถานบริการ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากมาอยู่รวมกันจนเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ... ขอเพียงทุกคนร่วมใจกัน ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมา ทำช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้การแพร่ระบาดของโรคยุติลง แล้วเราจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนดังเดิมนะคะ

// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //// เครดิตภาพประกอบ (ฟรี) จาก Canva Application //


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :


// เครดิตภาพปก (ฟรี) จาก Canva Application //