ก็มันจริงสวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน จริงๆผมไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะหลอนถึงใจผู้อ่านหรือไม่ แต่ผมแค่อยากจะเอื่อยถึงเหตุการณ์ที่แอบสะเทือนใจทาสสุนัขหลายท่าน และสะท้อนความซื่อสัตย์ภักดีของสัตว์เลี้ยงที่เรียกว่า “น้องหมา” ขออนุญาตกล่าวถึงที่มาของเรื่องก่อนนะครับ เดิมทีเมื่อสองปีที่แล้วผมประสบปัญหาที่สมอง กล่าวคือ เส้นเลือดตีบครับ ส่งผลให้ผมต้องเป็นอัมพฤกษ์ไปครึ่งซีกซ้าย ด้วยเหตุนี้ผมจึงถูกส่งตัวจาก รพ.จุฬา ไปยังศูนย์ฝึกกายภาพ ณ สวางคานิวาส บางปู สมุทรปราการ เพื่อฟื้นฟูร่างกายที่สูญเสียการทำงาน(ของตัวเอง)จากผลของการที่สมองขาดเลือด เท่ากับว่า ผมจำเป็นต้องทำให้สมอง เริ่มเรียนรู้ที่จะพูด นั่ง เดิน ทรงตัว หยิบ จับ ฯลฯ ภาษาอังกฤษคือ relearning

ทว่า ผมไม่ได้ถูกส่งไปศูนย์เพียงคนเดียว มะม้าไปกับผมด้วย เท่ากับว่าป๊าต้องอยู่บ้านกับเหล่าน้องหมาอีกสามตัว ได้แก่ หมาตำรวจ ชื่อ แฟนต้า บี้เกิ้ล ชื่อ มันนี่ และพุดเดิ้นทอย ชื่อ นมสด ทั้งสามตัวนี่เป็นตัวโปรดของม้า/ ผม/ และ/ป๊ารวมถึงน้องสาว/ตามลำดับ (ซึ่งน้องหมาตัวโปรดที่ชื่อมันนี่ผมกลับเรียกมันว่า “อ้วน” (สมชื่อ) ในขณะที่ผมกับมะม้าอยู่ ณ ศูนย์ฝึก ป๊าก็คอยส่งรูปและ/หรือคลิปน้องหมามาตลอดเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีแก่เราสองคน จริงครับสัตว์เลี้ยงทำให้ใจเราเย็นลง แต่ยอมรับว่าตอนใช้ชีวิต ณ ศูนย์ฝึกมีความแอบคิดถึงน้องหมามาก หนูอยากกลับบ้านสุดๆ แต่เพื่อให้การฝึกได้เห็นถึงความสัมฤทธิ์ผลผมกับมะม้าจึงได้รับสิทธิให้อยู่ ณ ศูนย์ฝึกร่วมสามเดือน ก่อนที่ผมจะถูกเชิญให้ออกเนื่องด้วยพัฒนาการเริ่มคงที่ หลังจากนั้นป๊าก็มุ่งตรงมารับผมกับมะม้าเพื่อกลับบ้านที่นครสวรรค์ เรียนตามตรงผมคิดถึงน้องหมามากกว่าบ้านสะอีก! พอถึงปุ๊บนังแฟนต้าดูดีใจสุด แต่นังอ้วนนี่เฉยกับผมมากดูไม่อีนังขังขอบเลยสักนิด โดยกิจวัตรประจำวันของแฟนต้าก็คือการโยนลูกเทนนิสให้นางคาบมาคืนแล้วโยนใหม่ ส่วนนังอ้วนก็แค่กิน กับนอน มีแค่นี้แหล่ะครับ เรียกว่าไม่ได้ก่อประโยชน์ใดๆเลยก็ว่าได้! (หึ) กลับกันน้องหมาอีกสองตัวนี่พูดได้เลยว่ารู้หน้าที่สุด อย่างน้อยก็เฝ้าบ้านได้ครับ

Advertisement

Advertisement

แต่แล้วพออยู่ด้วยกันได้ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์แฟนต้ามีอาการไม่ปกติจนกระนางเสียชีวิต มะม้าเสียใจมากเพราะนางฉลาดเกินสุนัขธรรมดา ใครๆเห็นก็รัก ดูภายนอกนางเหมือนจะดุ แต่ภายในนี่จิตใจดีสุด (อยากจะมอบมง) จนเพื่อนบ้านเดินมาปลอบมะม้าว่าสุนัขน่าจะยอมตายแทนเจ้าของ ซึ่งตอนแรกผมฟังก็แอบขนลุก แต่พอมาทราบสาเหตุการเสียชีวิตคือ “แฟนต้าเสียเพราะ” ไวรัสขึ้นสมอง ... คุณพระระบบสมอง! ส่วนนังอ้วนก็มีปัญหาสมอง เพราะไม่ค่อยจะเต็ม ผมเปรยกับมะม้าว่าตัวที่ควรไปคือนังอ้วน ไม่ใช่แฟนต้า ... แม้น้องหมาตัวที่เสียจะไม่ใช่หมาตัวโปรดของผม แต่ต้องยอมรับว่าผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ... ผมเพียรแต่บอกกับตัวเองครับว่า “แฟนต้าต้องไม่ตายฟรี” การมีชีวิตอยู่ต่อไปนอกจากผมต้องใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว ผมจำเป็นต้องต่อบุญให้กับแฟนต้าด้วยส่วนนังอ้วนก็ยังคงกินและนอนเหมือนเดิม...ไปสบายนะแฟนต้า ขอบคุณนะที่เสียสละชีวิตเพื่อผม ตอนนี้ผมเหลือแค่การวิ่งที่ยังทำไม่ได้ แม้ว่าคุณหมอเคยลงความเห็นว่าอาการผมโอกาสรอดอาจจะน้อยก็ตาม ... ใครบอกชีวิตเราไม่มีค่า ถ้าไม่มีค่าสัตว์เลี้ยงจะยอมตายเพื่อเราหรอครับ ... ฉันรักแกนะแฟนต้า

Advertisement

Advertisement