หมอสาวรายหนึ่ง ได้รับแอดมิดคนไข้ชายที่ป่วยติดเตียง เนื่องจากขาดการรับยาของโรค HIV โดยให้ผู้ป่วยเข้าพักรักษาที่ห้องกักโรคพิเศษ ที่อยู่ชั้น 2 ของตึก เนื่องจากไม่ต้องการให้โรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่นั้น ติดต่อสู่ผู้ป่วยรายอื่นๆ  ซึ่งภายในห้องนั้นมีเตียงผู้ป่วยเพียง 2 เตียง เท่านั้น

คืนเฝ้าเวร

     ในขณะที่หมอเอ ทำการตรวจคนไข้ที่ป่วยติดเตียงอยู่นั้น หมอบีซึ่งกำลังทำการตรวจผู้ป่วยโรควัณโรคอยู่ที่เตียงข้างข้างๆ จึงหันมาตำหนิคนไข้ว่า "ทำไมปล่อยให้ขาดยานานขนาดนี้ เห็นมั้ยว่ามันส่งผลยังไง!!!" คนไข้ได้ยินดังนั้นก็หน้าเสีย หมอเอเห็นดังนั้น จึงรีบแทรกขึ้นมาว่า"ไม่เป็นไรนะคะ เราเริ่มกันใหม่ได้" คืนนั้นทั้งหมอเอและหมอบีต้องอยู่เฝ้าเวรด้วยกัน โดยหมอเอเฝ้าที่ชั้น 3 ส่วนหมอบี เฝ้าเวรที่ชั้น 2 คืนนั้นเวลาตี 3 หมอบีวิ่งหน้าตาตื่นมาหาหมอเอ "พี่เอ พี่เอ ช่วยด้วย คนไข้ผูกคอตาย!!!" หมอเอสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ "คนไข้ห้องไหน!!!" "ห้องกักโรคค่ะ" ทั้งหมอเอ และหมอบี ต่างพากันวิ่งมาที่เกิดเหตุ ภาพเบื้องหน้าที่ทุกคนเห็นคือ คนไข้ใช้สายน้ำเกลือมัดคอตัวเองกับลูกกรงหน้าต่างที่ริมระเบียง หมอเอ หมอบีและพยาบาลต่างพากันปั๊มหัวใจคนไข้ เพื่อหวังจะยื้อชีวิตคนไข้ไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว.......

Advertisement

Advertisement

     วันต่อมา หมอเอได้เข้าตรวจคนไข้ในห้องกักโรคพิเศษดังเดิม ที่วันนี้มีเพียงลุงสินที่ป่วยด้วยโรควัณโรคอยู่เพียงลำพัง  หมอเอสอบถามลุงสิน ที่อยู่เตียงข้างๆกับผู้ป่วยที่เสียชีวิตว่า "เค้าเดินไปเองหรอคะลุง" ลุงสินพยักหน้ารับ "ผมเห็นเค้าเดินไปที่ระเบียง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนพยาบาลเข้ามาเห็นนั่นแหละครับ" ลุงสินตอบซื่อๆ "เดินไปได้ยังไง หนูคิดว่าเข้าเดินไม่ได้ซะอีก" หมอเอพูดถึงสิ่งที่ค้างคาในใจ เพราะคนไข้เป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่ทำไมถึงสามารถเดินออกไปผูกคอตายที่ระเบียงได้ 

Advertisement

Advertisement

คืนเฝ้าเวร

     วันถัดมาพยาบาลแจ้งกับหมอเอว่า ลุงสินต้องการอยากขอย้ายออกจากห้องนั้น หมอเอจึงได้เดินเข้าไปคุยกับลุงสิน เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นลุงสิน กำลังนั่งหันหลังให้ระเบียง ลักษณะเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง และบอกกับลุงว่าไม่สามารถทำตามคำขอของลุงได้ เนื่องจากห้องกักโรคพิเศษนี้ มีเพียงแค่ห้องเดียว 
ไม่สามารถให้ลุงย้ายไปอยู่ร่วมกับผู้ป่วยคนอื่นๆได้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อจากลุงสู่คนไข้รายอื่นๆ "งั้นลุงขอกลับบ้านได้ไหม..." ลุงสินถามเสียงเศร้า  "อืม...อีก 2 วันเองค่ะลุง จะครบอาทิตย์พอดีที่ลุงได้รับยา เดี๋ยวค่อยกลับนะคะ รออีกนิด" ขณะที่หมอเอกำลังจะก้าวออกจากห้อง ลุงสินก็พูดขึ้นว่า"ลุงเห็นเค้า" หมอเอหันกลับมาเพื่อย้ำคำพูดลุงอีกครั้ง "ใครคะ ???" "คนที่ผูกคอตาย เค้ายังอยู่ตรงนั้น เค้าถามว่าอยากไปอยู่ด้วยกันไหม" ลุงสินตอบพลางชี้มือไปที่ระเบียง แต่ไม่ยอมหันหน้าไปมองที่ระเบียงนั้น "อีก 2 วันนะคะลุง หนูจะให้กลับค่ะ" หมอเอย้ำคำ เพราะด้วยความที่เป็นหมอเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบนี้ หมอเอเข้าใจได้ว่า นี่เป็นอาการจิตเพศของคนไข้ ที่เป็นผลกระทบจากยาที่ใช้รักษาโรคนี้

Advertisement

Advertisement

คืนเฝ้าเวร

 

     วันถัดมา พยาบาลแจ้งหมอเอว่าลุงสินอาละวาด จะกลับบ้านให้ได้ เมื่อไปถึงหมอเอเห็นลุงสินนอนตะแคงหันหลังให้ระเบียง ด้วยอาการหวาดกลัว
"ขอลุงกลับบ้านเถอะ ขอลุงกลับบ้านนนนน" ลุงสินพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน "พรุ่งนี้อีกวันเดียวนะคะ อีกวันเดียวเองค่ะลุง" หมอเอให้กำลังใจลุงสิน พร้อมให้พยาบาลนำยาระงับประสาทมาให้ลุง เพื่อให้ลุงมีอาการที่สงบและผ่อนคลายลง

คืนเฝ้าเวร

     แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เวลาตี 3 ของวันนั้น พยาบาลวิ่งมาแจ้งกับหมอเอว่า "หมอคะ หมอไปดูลุงสินหน่อย ลุงผูกคอตาย!!!" หมอเอรีบวิ่งเพื่อไปดูอาการของลุง ภาพที่เห็นเหมือนกับภาพของเหตุการณ์ครั้งก่อนไม่มีผิด หมอเอพยามยื้อชีวิตลัง จนสามารถกู้ชีพจรขึ้นมาได้ และส่งลุงไปรักษาต่อยังห้อง ICU และหลังจากนั้นเพียง 1 อาทิตย์ ลุงสินก็เสียชีวิตลงภายในห้อง ICU นั้น

     หมอเอรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการปฏิเสธที่จะทำตามคำขอของลุง ที่ขอร้องกับหมอครั้งแล้ว...ครั้งเล่า หลายคนอาจมองว่าหมอใจร้าย ที่ไม่ยอมทำตามคำขอของลุง จนเป็นเหตุให้ลุงต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ แต่ด้วยความเป็นแพทย์ของหมอเอ การที่จะรักษาคนไข้แต่ละคนนั้น ต้องอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ ไม่ใช่สิ่งที่มองไม่เห็น แต่วันนี้เหุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ความคิดบางอย่างของหมอเอเปลี่ยนไปตลอดกาล.....
 

ขอบคุณภาพประกอบจาก

https://scribol.com/

https://www.nursebuff.com/

https://www.tnews.co.th/

https://www.thairath.co.th/

http://www.painaidii.com/