เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่​เมื่อกว่า​ 40​ ปี​ ในสมัยนั้น​บ้านเมืองยังห่างไกลความเจริญมาก​ ไฟฟ้าไม่มี​ ได้แต่จุดตะเกียงกัน​ เวลาจะอาบน้ำ​ก็ถือผ้า​ถุง​กับสบู่​ ไปอาบกันที่ลำคลองใกล้บ้าน​ ​แม่เล่าว่าน้ำในคลองใส​สะอาด​ ส่วนน้ำใช้ในครัวเรือนก็ต้องขุดบ่อเอาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้​  ถ้าน้ำขุ่นก็ใช้สารส้มแขว่งซะหน่อย พอตะกอนนอนก้นน้ำก็ใสน่าใช้แล้ว

รอบบ้านก็มีแต่ป่าเขา​ เสือสิงปล้นกันก็มาก​ กฎหมายยังเข้าไม่ถึงเท่าไร​ ในยุคนั้น​ ชาวบ้าน​(บางคน)​ มีปืนไว้ป้องกันตัวเอง​ ถูกหรือผิดกฎหมาย​บ้างไม่มีใครรู้​ แต่โจรยำเกรง​ ​เจ้าของปืนอุ่นใจ​ ก็พอ

ครอบครัวของแม่ได้รู้จักกับ​ "ลุง​ดำ"  

ลุงดำเป็นคนเล่นของ​ ว่ากันว่าฟันแทงไม่เข้า​ ทำให้มีอุปนิสัยไม่กลัวใคร​  ออกไปทางเกเร​ สร้างเรื่องไว้มาก​มีศัตรู​เยอะ​ จึงทำให้ค่อนข้างเป็นคนระมัดระวังตัว​  แกจะไม่ไปกินข้าวของของใคร​ จะพกไปกินเอง​ จะสุงสิงกับใครมากนัก​  

Advertisement

Advertisement

แต่มาสนิทกับตา จึงพลอยสนิทกับครอบครัวของแม่อัตโนมัติ​  ลุงดำมักจะมาเที่ยวบ้าน​มากินมาอยู่​ และที่ขาดไม่ได้คือมาเล่น​"หมากฮอส" กับแม่​ ​ เพราะแกไม่เคยเล่นชนะแม่เลย​ แม่ในตอนนั้นอายุ 13​ ปี ถือว่าเด็กกว่าแกเยอะ​ เลยต้องมาชวนแม่เล่นทุกครั้ง​ ​เพราะอยากจะเอาชนะ​  ครั้งนี้ก็เช่นกัน​ หลังการกินข้าวกับตาเราเสร็จแล้ว​ และแม่ทำงานเสร็จ​ ก็นั่งเล่น​ แพ้อีกเช่นเคย​ จนลุงดำว่า

"อีนี้มันเล่นเก่งจริงๆ​ เดี๋ยวกูต้องหาวิธีชนะให้ได้"

แต่ใครจะรู้ว่านั้นจะเป็นคำพูดประโยคสุดท้ายของแก​และเป็นต้นตอของเรื่องราวที่น่ากลัว!!

เช้าวันต่อมา​ ข่าวการตายของแกก็แพร่สะพัด​ไปทั่วหมู่บ้าน​ แกโดนยิง​ในขณะยืนฉี่อยู่​ (เชื่อกันว่า เป็นช่วงทวารเปิด​มนต์คงกระพันอ่อนลง​ เป็นเวลาที่ดีที่จะฆ่า)​ ​ตายคาที่​ ตาและแม่ไปดูศพแกในทันทีที่รู้ข่าว​ ศพแกยังไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนเพราะรอญาติแกมาจัดการ​ แม่เล่าถึงสภาพศพว่า​ แกโดนยิงตรงพวงสวรรค์​ขาดกระจุยกระจายไม่เหลือเค้า​  ปากบิดเบี้ยว​ มือหงิกงอ​ ตาเบิกโพลง​ แสดงว่าคงเจ็บปวดทรมานมากก่อนสิ้นใจ​ เลือดเริ่มแห้งเกอะกัง​  ก่อนที่ตำรวจจะหาผ้ามาปิดกันอุจาดสายตา​ 

Advertisement

Advertisement

ตายาย​และแม่​ ไปร่วมสวดศพในคืนแรก​ เมื่องานจบ​ ตายายและแม่ก็เดินกลับบ้าน​ ประมาณ​1 กิโลกว่าๆ​  หมาเห่าหอนส่งมากันเป็นทอดๆ​ บรรยากาศเงียบสงัด​ รอบๆ​ถนนก็มีการป่า​ มืดสนิท​ มีแค่แสงตะเกียงเจ้าพายุในมือของตาเท่านั้น​ ระหว่างทาง​ แม่รู้สึกขนลุก​เหมือนมีใครมองและเดินตามมาด้วย ​
"ซวบๆ​ แก๊กๆ " เสียงเดิน​ กับเสียงโลหะกระทบกัน​ป็นจังหวะตามการเดิน
แม่เรียกยายว่า

Advertisement

Advertisement

"แม่​ใคร... "
พูดไม่ยังทันจบ​ ยายก็ส่งเสียงเบาๆ​ ไม่ให้แม่พูด
แม่ได้ยินตา​ พูดออกมาว่า

"รู้แล้ว ไม่ต้องมาส่งหรอก​ เด็กมันกลัว​ กลับเถอะ"

พอถึงบ้านแม่จำได้ว่ากลัวมาก​จนต้องไปนอนกับพี่สาว​

เช้าวันต่อไป​ เหตุการณ์​ก็ปกติ​ ตอนเย็นๆ​ ตากับยายไปร่วมสวดศพเช่นเดิม​ แต่คืนนี้แม่ไม่ได้ไป​ เพราะยังเข็ดกับเหตุการณ์​เมื่อคืนก่อน​ จนตากับยายกลับบ้านมาแล้ว​ ทุกคนเข้านอน​ แม่ยังคงมานอนกับพี่สาว แม่ได้ยินหมาหอนส่งมาเป็นทอดๆ​ แล้วมาหยุดตรงหน้าบ้าน​ และได้ยินเหมือนกับคืนก่อนเป๊ะ

"ซวบๆ​ แก๊กๆ"

ทิศทางของเสียงนั้นมุ่งหน้าไปที่ใต้ถุนบ้าน​  และเสียงหยุดอยู่ใต้ถุนที่ตรงกับห้องที่แม่นอน​ ก่อนจะได้ได้ยินเสียงวางอะไรบางอย่าง​กระทบแผ่นไม้  ซึ่งแม่จำได้แม่นว่า​มันคือ​ กระดานหมากฮอสนั้นเอง​

"มาเล่นหมากฮอสกันเถอะ"

เสียงนี้คือลุงดำ​ แม่จำได้​ เหมือนเสียงกระซิบ​ แต่แม่รู้สึกดังกังวาลเหลือเกิน นาทีนั้นแม่กลัวสุดชีวิต​ทั้งสะกิดพี่สาว​ (ที่นอนไม่ตื่น)​ ทั้งคลุมโปงเพราะคิดว่าคงช่วยป้องกัน​จาก "สิ่งที่เกิด" ได้​ เหงื่อแตกพลั่ก​ ก่อน​จะไม่รับรู้อะไร

รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกเย็นๆ​ เมื่อโดนน้ำมนต์​จากตา​ ยายบอก​ว่า​ อยู่ๆ​ ตาก็ปลุกยาย​และบอกให้รีบมาจับตัวแม่ก่อน​อย่าให้ลงจากบ้านได้​ ยายเห็นแม่กำลังเดินไปทางบันได​ เลยรีบจับตัวไว้​  แม่ดิ้น​  สายตามองยายเหมือนโกรธที่่มาขวาง จนตาเอาสายสิญจน์​มาคล้องที่คอ และรดน้ำมนต์​ นั้นแหละ​แม่เลยรู้สึกตัว ​​

พอเช้า​ แม่มองเห็นตาเอาสายสิญจน์​วนไว้รอบบ้าน​พร้อมกับบอกว่า​ ห้ามออกนอกบ้านนอกสายสิญจน์​เด็ดขาด ตาบอก​ลุงดำมา​และอยากเอาแม่ไปอยู่ด้วย​​ เหตุการณ์​นั้นทำแม่จับไข้ไปหลายวัน