ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของความผิดหวังกับคู่แข่งในโลกกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค 70  เรื่อยมา จนถึงรอยต่อศรรตวรรษที่ 21 ตั้งแต่จำความได้ว่า ตัวผู้เขียนเองนั้น มีความชื่นชอบและเป็นแฟนฟุตบอลหงส์แดงลิเวอร์พูลสมัยเด็ก ๆ ผมก็เริ่มรู้สึกเป็นปรปักษ์กับชายผู้สูงวัยคนนี้เสียแล้ว ตั้งแต่เดินทางเข้าสนามของนักเชียร์

ท่านเซอร์ (ปกหนังสือ) นำให้ชนะ

อีกฝั่ง ผู้ชื่นชมและเชียร์ผีแดง แฟนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ย่อมรู้ดีว่า ท่านเซอร์อเล็กซ์ฯ  คือ ศาสดาที่นำความสุข ความสำเร็จ และความบันเทิงมาให้พวกเขา ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน วิทยากรฝึกอบรมท่านหนึ่งซึ่งที่ทำงานเก่า ถามพวกเราซึ่งผมจำมาถึงทุกวันนี้ ท่านถามว่า พวกคุณรู้ไหมว่า ทำไมคนถึงชอบกีฬา และชอบทีมแมนยู และรวมถึงทีมอื่น ๆ ด้วย อย่างเอาเป็นเอาตาย

คำตอบที่ได้ในวันนั้น ซึ่งผมจำไม่ลืมก็คือ 

Advertisement

Advertisement

เพราะทีมที่เราเชียร์และเรารัก มักจะนำความสุขมาให้  กล่าวคือ ความสำเร็จและความสุขของทีม คือ ความสุขของพวกเราที่เอาใจช่วยเชียร์ในฐานะผู้เช่นคนที่ 12

การที่เราได้รับความสุขมาก็ย่อมส่งคืนกลับไปด้วยการให้การสนับสนุน เช่น ซื้อเสื้อผ้า ผ้าพันคอ และแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของการเป็นเจ้าของ และในวันนั้นเอง ผมก็คิดว่า ท่านเซอร์อเล็กซ์ เป็นเจ้าของของทีม แมนยูฯ เสียด้วยซ้ำซึ่งผมเข้าใจผิด

เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จใจวงการลูกหนัง ที่มีลักษณะภาวะผู้นำที่ตกผลึกไว้ในสนามตำรา อย่างมิเคยมีมาก่อน

การพบกันระหว่างผมกับเขาในวันนี้ บนชั้นวางหนังสือห้องสมุด และผมก็ได้หยิบมาอ่าน ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เป็นมากกว่าเจ้าของทีมแมนยูฯ ครับ ท่านคือ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ที่น่ายกย่องและน่าเรียนรู้ และ บทเรียนของท่าน ยังเป็นมิตรกับศัตรูที่เชียร์ฟุตบอลฝั่งตรงข้ามอย่างผมอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

งั้นเรามาดูกันผ่านการรีวิวที่ผมตั้งใจ ถอดรหัสออกมาให้อ่านบางส่วนนะครับ ว่า หนังสือ นำให้ชนะ เล่มนี้ กำลังบอกอะไรเรา ซึ่งเป็นจุดโฟกัส เสมือนการเล็งประตูที่ท่านเซอร์เขียนไว้ในตำรา และมีความแม่นยำในฐานะการเป็นผู้นำ

เป็นตัวของตัวเอง

ช่วงคำนำของหนังสือ มีท่อนหนึ่งที่น่าปลื้มใจในความถ่อมตนของอเล็กซ์ฯ ที่บอกว่า ผมมีชีวิตที่น่าอิจฉาที่ได้เติบโตมาในย่านชนชั้นแรงงาน ซึ่งได้มีชีวิตอยู่กับพ่อแม่ การมองเเห็นตัวเองในวันเก่า ๆ ที่บ่มเพาะความเป็นตัวตนจนสำเร็จ ย่อมมีรากเหง้าที่เซอร์อเล็กซ์ฯ ไม่เคยลืมและไม่ลืมที่จะจดบันทึกมันไว้ในหน้าแรกของหนังสือเล่มนี้

 

ผู้นำไม่ใช่นักบริหาร

 เป็นผู้นำไม่ใช่แค่บริหารจัดการ

หนังสือเล่มนี้ โด่งดังในโลกของผู้ที่สนใจการบริหารธุรกิจมากกว่าการกีฬาเสียด้วยซ้ำ ดูจากคำนำและคำนิยมที่ถาโถมเข้ามาว่า นี่คือ ตำราที่ผู้นำในทศวรรษนี้จะต้องเอาเยี่ยงอย่าง นายบัณฑูร ล่ำซ่ำ กล่าวไว้ในช่วงหนึ่งของคำนิยมว่า ตำราเล่มนี้เสมือนเกมชีวิตที่รุ่งเรืองของเซอร์อเล็กซ์ที่ตกผลึกมาจากโลกของฟุตบอล

Advertisement

Advertisement

แน่นอนว่า เซอร์อเล็กซ์ฯ คือหนึ่งในผู้นำไม่กี่คนที่คุมทีมฟุตบอล 38 ปี และได้แช้มป์ถ้วยถึง 49 ใบ ช่วยสร้างชื่อให้คำว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแบรนด์ชั้นนำของโลกได้อย่างไม่ต้องลังเลสงสัย ว่า แมนยูฯ มิใช่ยอดทีมสาระในเล่ม

ข้างในหนังสือนั้น กล่าวถึง ความกระหาย ความร่วมใจ เพื่อชัยชนะ การรู้จักคนเลือกคนและพัฒนาความสัมพันธ์ไว้ไม่ต่างกับหนังสือการบริหารจัดการในโลกธุรกิจ แต่สิ่งที่หาไม่ได้จากหนังสือทั่วไปคือ ตำราปฏิบัติที่มันออกมาจากประสบการณ์จริง ซึ่ง ไมเคิล มอริตซ์ ได้ร่วมกลั่นกรอง ถอดออกมาเป็นภาษาแรกก่อนจะนำไปสู่การแปลเป็นภาษาอื่น ๆ ทั่วโลก
 

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงท้ายของหนังสือ เก็บข้อมูล คลังความรู้และสถิติของการผ่านพ้น ความพ่ายแพ้ ความชนะ เสมอ ไว้อย่างครบอรรถรส ที่จะแสวงหาในเชิงการวิจัย เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปใช้ ให้เห็นว่า ประสบการณ์ที่เล่าจากตัวหนังสือนั้น มีเบื้องหลังสถิติที่จับต้องได้ทั้งสิ้น

ผมเองอ่านแล้ว ชอบใจในหลักคิด 3 ประการแรก ที่จริต ตรงกับความเห็นของท่านเซอร์อเล็กซ์ฯ  ก็คือ

1 การให้ความสำคัญกับการฟัง 

แม้ว่า ด้วยลักษณะทางสื่อสารมวลชนและการนำเสนอภาพของอเล็กซ์ฯ เป็นคนพูดจาบาดใจในการกล่าวถึงฝ่ายตรงข้ามก็จริงอยู่ แต่เบื้องหลังของการตอบโต้คู่แข่ง คือ การฟังที่รอบคอบ และชอบด้วยความจริง

2 การให้ความสำคัญกับการสังเกต

เบื้องหลังชีวิตและความเป็นอยู่ของนักเตะที่เขาดูแล เช่น ครอบครัว การกินดื่ม ท่องเที่ยว เขาจะใส่ใจในพฤติกรรมเหล่านั้น และนำมาซึ่งการวางแผนเพื่อจะทำงานหนัก กล่าวกันว่า เซอร์ฯ เป็นคนที่ทำงานหนักขนาดที่ว่า มาก่อนกลับทีหลังทุกคนในทีมเสียด้วยซ้ำ 

3 ให้ความสำคัญกับการอ่าน

อเล็กซ์ฯ เป็นนักเรียนรู้ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องราวของฟุตบอล เขาอ่านหนังสือและศึกษากีฬาในหลายชนิด เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมของการนำทีมฟุตบอลที่เขารัก แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ก็ตกผลึกมาจากการอ่านและนำมาสู่การปรับใช้เพื่อชัยชนะ ในฐานะ เขาคือ ผู้นำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง

สุดท้ายคือ งานของอเล็กซ์ฯ ในเล่มนั้น บอกกับเราว่า เขาทำทุกอย่างในสิ่งที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ ข้อแตกต่างที่สามารถค้นพบและแสวงหาแรงบันดาลใจได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ 

เป็นหนังสือที่ดี ที่ผู้เขียนชวนเชิญมาอ่านกันนะครับ
ในฐานะของแฟนฟุตบอลลิเวอร์พูล หรือ ทีมที่เป็นคู่แข่ง เพื่อน ๆ คงไม่ลืมนะครับว่า การอ่านประสบการณ์ของกันและกัน ทำให้เราได้ปัญญาและพัฒนาตัวเองไปพร้อม ๆ กับมีพื้นที่ของการเข้าใจซึ่งกันและกันอีกด้วย ซึ่งโลกของหนังสือมันให้เราประนีประนอมและเป็นมิตรเหมือนกับการให้อภัยในโลกกีฬานั่นล่ะ ครับ

ปกหลัง

ภาพถ่ายทุกภาพ จากหนังสือ โดยผู้เขียน

ขอบคุณข้อมูลหนังสือ เพิ่มเติมจากปกใน
ชื่อ Leading นำให้ชนะ

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ ไมเคิล มอริตซ์ เขียน

แปลเป็นไทย โดย รัชยา เรืองศรี, ธานินท์ ติรณสวัสดิ์, วิฑูรย์ ภูริปัญญาวานิช

ราคาจากปก 395 บาท

พิมพ์โฆษณา โดย สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์

สนใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

ติดต่อที่ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เบอร์โทรศัพท์ 02739 8222

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ห้องสมุด มมร. ศาลายา

เล่าเรื่องโดย ชาตรี ลุนดำ