ปัจจุบันมีเวทีการประกวดแข่งขันต่าง ๆ มากมายให้นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของตนเอง ทั้งกิจกรรมด้านวิชาการ ดนตรี กีฬา ศิลปะ ฯลฯ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเสมอมาก็คือ กิจกรรมด้านการอ่านการเขียน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการประกวดเขียนเรียงความ ประกวดเขียนเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ ฯลฯ แต่กิจกรรมด้านการอ่านการเขียนที่ไม่ค่อยมีให้เห็นตามเวทีประกวดแข่งขัน หรือถึงมีก็มีให้เห็นไม่มากนักเมื่อเทียบกับกิจกรรมด้านการเขียนรูปแบบอื่น ก็คือ "กิจกรรมการประกวดบทวิจารณ์วรรณกรรม" ภาพ โครงการอ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์ ครั้งที่ 6

           วันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำโครงการดี ๆ อีกโครงการหนึ่งที่เกิดจากความร่วมมือของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นและธนาคารกรุงเทพ นั่นก็คือ "โครงการอ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์ ครั้งที่ 6" โดยโครงการนี้มีจุดประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนไทยด้านการอ่าน การคิด และการเขียนอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการวิจารณ์วรรณกรรมที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการสร้างนักวิจารณ์รุ่นใหม่ออกสู่สังคม สำหรับผู้เขียนนั้นได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คือ "โครงการอ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์ ครั้งที่ 4" จึงอยากจะมาแบ่งปันรายละเอียดและประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนนักศึกษาอีกหลาย ๆ คนได้ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการเพื่อไปชิงทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท มากถึง 40 ทุนรางวัล!! 

Advertisement

Advertisement


การเตรียมตัวและส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดภาพ ตัวอย่างหนังสือที่นำมาเขียนบทวิจารณ์ (ภาพโดยผู้เขียน)

           สิ่งแรกที่ต้องทำหากสนใจส่งบทวิจารณ์เข้าร่วมการประกวด คือ ต้องเข้าไปอ่านรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการทางเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น http://praphansarn.com/scholarships/home/register/6 ซึ่งทางโครงการได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการไว้ว่า ต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6  หรือ ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ระดับอุดมศึกษา ในปีการศึกษา 2563 และไม่เคยได้รับทุนรางวัลจากการจัดโครงการฯ ปีที่ 1-5 หากว่าตนเองมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องเลือกหนังสือมาอ่านเพื่อเขียนบทวิจารณ์ 1 เล่ม โดยต้องเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลตามที่โครงการกำหนดไว้เท่านั้น คือ รางวัลการประกวดหนังสือดีเด่นของสพฐ., รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์), รางวัลพานแว่นฟ้า และรางวัลชมนาด จากนั้นเขียนบทวิจารณ์ความยาว 2 - 4 หน้ากระดาษเอสี่ ส่งผลงานไปตามที่อยู่ที่ทางโครงการกำหนดไว้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดและรอฟังประกาศผลการคัดเลือกทางเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นที่จะคัดเลือกให้เหลือเพียง 40 คนสุดท้ายที่จะได้ไปเข้าค่ายอบรม 3 วันและรับทุนการศึกษา 20,000 บาท

Advertisement

Advertisement


กิจกรรมการเข้าค่ายอบรมตลอดทั้ง 3 วัน

ภาพ วิทยากรที่มาบรรยาย (ภาพโดยผู้เขียน)           ในวันแรกของการอบรมนั้น ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 40 คนจะต้องไปรวมตัวกันที่สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และเดินทางต่อโดยรถบัสเพื่อไปเข้าค่ายอบรมที่อาศรมวงษ์สนิท จ.นครนายก เมื่อไปถึงในวันแรกจะเป็นกิจกรรม workshop เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันผ่านเกมสันทนาการต่าง ๆ เป็นการผ่อนสร้างความผ่อนคลาย และฟังการบรรยายจากวิทยากรทั้ง 3 ท่าน คือ อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง อ.จรุูญพร ปรปักษ์ประลัย และอ.วีรศักดิ์ จันทร์ส่งแสง โดยวิทยากรทั้ง 3 ท่าน ล้วนแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านการเขียนบทวิจารณ์ทั้งประเภทบันเทิงคดีและสารคดี ที่จะมาแนะนำแนวทางการเขียนบทวิจารณ์ให้ดียิ่งขึ้น เช่น หลักในการเขียนบทวิจารณ์  สิ่งสำคัญในการเขียน  คุณสมบัติของนักวิจารณ์ที่ดี เป็นต้น พร้อมทั้งพูดถึงภาพรวมทั้งหมดของผลงานที่ผ่านการคัดเลือกว่าเป็นไปในทิศทางใดบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะทำให้เราเข้าใจและมองเห็นภาพกระบวนการเขียนบทวิจารณ์ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาการเขียนของตนเองต่อไป

ภาพ กิจกรรมการอบรมโดยผู้เขียน            วันที่สองของการอบรมจะมีการแบ่งกลุ่มเพื่อเขียนบทวิจารณ์วรรณกรรมแต่ละประเภท คือ กลุ่มกวีนิพนธ์ กลุ่มเรื่องสั้น และกลุ่มสารคดี โดยทั้งสามกลุ่มนี้จะมีวิทยากรมาให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาประจำกลุ่มทั้ง 3 ท่าน คือ อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง อ.จรุูญพร ปรปักษ์ประลัย และอ.วีรศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ตามลำดับ ซึ่งจะมีเวลาเกือบทั้งวันให้แต่ละคนได้อ่าน คิด เขียนบทวิจารณ์วรรณกรรมตามโจทย์ที่ได้รับและนำมาส่งอาจารย์ผู้ดูแลประจำกลุ่มในตอนเย็น และความพิเศษของวันนี้คือ ในช่วงกลางคืนทุกคนจะได้พบกับ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ประจำปีพุทธศักราช 2536 ที่จะมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการอ่าน การเขียน และมีข้อคิดดี ๆ มาให้ทุกคนด้วย และยังมีกิจกรรมพิเศษที่ให้ทุกคนได้ทำเป็นความทรงจำดี ๆ ร่วมกันระหว่างเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ จากต่างคณะต่างสถาบันให้ได้รู้จักกันมากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่จะแยกจากกันไป กิจกรรมที่ว่านี้จะพิเศษและสร้างความประทับใจมากแค่ไหนนั้น ถ้าใครอยากรู้คงต้องส่งผลงานมาร่วมลุ้นเพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และความประทับใจแบบนี้กันเองแล้วล่ะค่ะ

ภาพ กิจกรรมในวันสุดท้าย (ภาพโดยผู้เขียน)              ในวันสุดท้ายของการอบรมจะมีการนำผลงานบทวิจารณ์วรรณกรรมของทุกคน ตามที่ได้แบ่งกลุ่มไปตั้งแต่วันที่สองมาวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งหมด โดยคณะกรรมการที่เป็นที่ปรึกษาประจำกลุ่มจะมีการแนะนำ อธิบาย และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานเขียนร่วมกัน ทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวที่อ่านและนำคำแนะนำจากคณะกรรมการไปพัฒนาทักษะด้านการเขียนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีรางวัลพิเศษมอบให้แก่ผู้ที่เขียนได้ดีอีกด้วย และในวันนี้เองที่เป็นการมอบรางวัลทุนการศึกษามูลค่ารวม 800,000 บาท ให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 40 คน 



 

 สิ่งดี ๆ ที่ได้จากค่ายวิจารณ์

 ภาพ มิตรภาพจากค่ายวิจารณ์ (ภาพโดยผู้เขียน)

              จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้ตลอดทั้ง 3 วัน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์แก่ผู้เขียนอย่างยิ่ง เพราะค่ายนี้เป็นค่ายแรกที่ทำให้ได้เจอศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ถึง 2 ท่าน ด้วยกัน คือ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และอ.ชมัยภร แสงกระจ่าง ในฐานะนักศึกษาเอกภาษาไทยคนหนึ่ง รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับความรู้จากปูชนียบุคคลมากความสามารถทั้ง 2 ท่าน ทั้งยังได้พูดคุย ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกด้วย ถือเป็นโอกาสดีที่หาได้ยากมาก หากไม่ส่งผลงานไปประกวดและผ่านเข้ารอบก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้หรือเปล่า นอกจากนี้ยังได้รับมิตรภาพที่ดีจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ต่างสถาบันมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่ชอบอ่านชอบเขียนเหมือนกันทำให้คุยกันสนุก การเข้าค่ายอบรมตลอดทั้ง 3 วันจึงเต็มไปด้วยความสุข ความสนุก ความประทับใจ ที่ไม่เคยลืมจนถึงวันนี้แม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึง 2 ปีแล้วก็ตาม 

           ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการอบรมโดยเปลี่ยนมาเป็นการเข้าค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ“อ่าน  เขียน  เรียนรู้  สู่งานวิจารณ์”  ในรูปแบบออนไลน์แทนการเข้าค่ายต่างจังหวัดร่วมกันเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา แต่ผู้เขียนก็เชื่อว่าหากผ่านการคัดเลือกจนถึงรอบ 40 คนสุดท้ายแล้ว ผู้เข้าอบรมก็จะได้รับความรู้จากวิทยากรอย่างเต็มที่ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมาแน่นอน ถึงจะแอบเสียดายอยู่บ้างที่ในปีนี้ผู้เข้าอบรมจะไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์และมิตรภาพต่างสถาบันไป แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน การรักษาระยะห่างระหว่างกันก็ถือเป็นมิตรภาพดี ๆ ที่แสดงออกถึงความรักความห่วงใยของทุกคนได้เช่นเดียวกัน 

          ถ้าเพื่อน ๆ นักเรียนนักศึกษาคนใดสนใจอยากได้ความรู้และทุนการศึกษาก็อย่าลืมส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดกันนะคะ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://praphansarn.com/scholarships/home/detail/1ผู้เขียนรับรองว่าจะได้รับสิ่งดี ๆ จากโครงการนี้มากมายที่มีค่าไม่น้อยไปกว่าเงินรางวัลแน่นอน 


                                               "อ่านเขียนเรียนรู้สู่งานวิจารณ์      สืบสานสร้างสรรค์วรรณศิลป์

                                     ดอกบัวหัวใจบานโบยบิน                        จากดินจากโคลนขึ้นพ้นน้ำ

                                                 รักอ่านรักเขียนรักเรียนรู้              ได้แลดูเลวดีที่สูงต่ำ

                                     จดใจเราไว้ในวรรณกรรม                         จดจำวรรณกรรมไว้ในใจเรา"

                                                                                                                  บทกวีโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ภาพโดยผู้เขียนรูปประชาสัมพันธ์โครงการรูปแรกนำมาจากเว็บ http://praphansarn.com/scholarships/home/detail/1

รูปภาพประกอบอื่น ๆ เป็นภาพโดยผู้เขียนเอง