อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เชื่อว่าหลายคนเคยไปเที่ยวชมธรรมชาติที่นั่น เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร และเป็นพื้นที่ที่ติดกับหลายจังหวัด เป็นป่าอุทยานที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และสัตว์ป่าหลากชนิด อาทิ ลิง กวาง หมี และช้างป่า อีกทั้งยังเป็นเส้นทางสำหรับการจราจรไปยัง มีนบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรีได้อีกด้วย แต่เวลาใช้เส้นทางบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะว่ามีความลาดชันคดโค้งอันตรายมาก และที่สำคัญเส้นทางเหล่านั้นเคยเป็นเส้นทางที่สัตว์ป่าเดินหากินของสัตว์ป่า สัตว์ป่าบางตัวโชคร้ายก็โดนรถชน บางทีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อย่างช้าง ก็ทำร้ายคนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา ดังนั้นควรระมัดระวังในการใช้ถนนบนอุทยาน

เมื่อพูดถึงสัตว์แล้วผมก็อดนึกถึง หอดูสัตว์แห่งหนึ่งบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่ได้เลย เพราะผมเคยเห็นในภาพที่เพื่อนผมเคยไปที่นั่น ตอนนั้นเพื่อนของผมไปตอนฤดูฝนช่วงเดือนตุลาคม ทุ่งหญ้าบริเวณหอส่องสัตว์นั้น เขียวขจีสวยงาม แล้วก็เต็มไปด้วยกวางที่ออกมากินหญ้า และดินโป่ง แต่ตอนที่ผมไปเที่ยวนั้นเป็นช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีสภาพแตกต่างจากภาพที่เพื่อนผมถ่ายไว้มาก หอดูสัตว์แห่งนั้นก็คือ หอดูสัตว์หนองผักชี เรามาดูกันว่าตอนที่ผมไปเที่ยวช่วงฤดูแล้ง สภาพของพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นยังไง แล้วจะเจอสัตว์อะไรบ้างในช่วงนี้หอดูสัตว์

Advertisement

Advertisement

                                                              (เครดิตภาพ : ภาพถ่ายโดย JATTAWA)

หอส่องสัตว์หนองผักชี ในช่วงที่ผมไปเที่ยวนั้นเป็นช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งหญ้าหรือต้นไม้ขนาดเล็กก็เริ่มแห้งเหี่ยวตายกัน ระหว่างทางเข้าหนองผักชีจนถึงหอส่องสัตว์ เป็นทางที่ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 900 เมตร ทั้งสองฝั่งข้างทางก็จะเต็มไปด้วยหญ้าที่ถูกไฟเผาไหม้ จนเหลือแต่ตอเลยก็ว่าได้ ระหว่างทางที่ผมเดินไปนั้นผมไม่เจอสัตว์สักตัว เจอแต่ขี้ของช้างที่ทิ้งร่องรอยว่ามันเคยเดินผ่านไปบริเวณนี้ เท่าที่ผมสังเกตดูจะเห็นไฟไหม้เฉพาะหญ้าและต้นไม้เล็ก ๆ ไม่ลามเข้าไปในป่าที่มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผมก็เดินสงสัยไปเรื่อย ๆหอส่องสัตว์

Advertisement

Advertisement

                                                              (เครดิตภาพ : ภาพถ่ายโดย JATTAWA)หอ

                                                                 (เครดิตภาพ : ภาพถ่ายโดย JATTAWA)

จนเดินไปถึงหอส่องสัตว์ ถึงหายสงสัยว่าทำไมหญ้าพวกนี้ไฟถึงไหม้ ก็เพราะเป็นวิธีการเร่งให้หญ้าแห้ง ๆ เหล่านั้นกลับมางอกให้เร็วที่สุดเพราะหญ้าบริเวณนี้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ ด้วยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะตายหรือสูญพันธุ์ก็จะพยายามดำรงเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ การเผาหญ้าบริเวณนี้ของเจ้าหน้าที่ก็เช่นกัน เป็นการเร่งให้หญ้าอาหารของสัตว์ รีบงอกออกมาใหม่หลังจากที่แห้งตายไป และสาเหตุอีกอย่างคือเป็นการจุดเพื่อเร่งเผาก่อนที่จะเกิดไฟป่า เพราะถ้าเกิดไฟป่าจะควบคุมได้ยากมาก พออ่านจบและเข้าใจผมถึงกับร้อง อ๋อ! ออกมาเลย หอดูสัตว์หลังนี้มีความสูง 30 เมตร มีช่องคล้ายหน้าต่างสำหรับส่องสัตว์ สัตว์ที่จะพบได้บริเวณนี้คือ ช้าง หมี เม่น กวาง เก้ง และหมูป่า ตอนที่ผมไปไม่เห็นสัตว์สักตัว เพราะไม่มีหญ้าให้พวกมาออกมากินเลย แต่โชคดีที่ได้ยินแล้วก็เห็นชะนี พากันห้อยโหน ร้องเสียงดังบนยอดไม้ไกล ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นมันในป่าธรรมชาติ ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก เพราะเกิดมาผมเห็นแต่ชะนีที่อยู่ในสวนสัตว์ 

Advertisement

Advertisement

ตอนแรกที่ผมมาที่หอดูสัตว์นี้ผมก็แอบผิดหวังนิด ๆ ที่ไม่เหมือนที่เพื่อนผมเคยมา แต่ด้วยความที่มันเป็นธรรมชาติมันจึงมีความสวยงามที่หลากหลายรูปแบบ ผมคิดเล่น ๆ ว่าเราอาจจะเป็นคนที่โชคดีก็ได้ที่เป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยที่ได้มาเห็นสภาพความแห้งแล้ง และหญ้าบริเวณหอส่องสัตว์นี้ถูกเผาจนหมด เพื่อเร่งผลิตอาหารให้สัตว์ และป้องกันไฟป่าหอ

                                                               (เครดิตภาพ : ภาพถ่ายโดย JATTAWA)

สุดท้ายนี้ก็ขอจบด้วย ที่มาของชื่อ "หอส่องสัตว์หนองผักชี" ก่อนที่ผมจะเดินกลับไปยังลานจอดรถทางเข้ามายังหอส่องสัตว์ ผมมองไปเห็นป้ายบอกประวัติของหนองผักชีพอดี โดยป้ายนั้นเขียนไว้ว่า "แต่เดิมนั้นเคยมีชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่อาศัยอยู่บนเขาใหญ่ แล้วก็ได้ถางป่าเพื่อปลูกพืชผัก เช่น ผักชี พริก เป็นต้น โดยใช้น้ำในหนองเล็ก ๆ นี้เพื่อทำการเกษตร แต่อยู่มาวันหนึ่ง ทางการสั่งให้ออกจากพื้นที่นี้ พื้นที่แห่งนี้จึงมีหญ้าขึ้นเยอะ แต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ จึงเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าได้เป็นอย่างดี ผืนป่าบริเวณนี้จึงถูกเรียกว่า หนองผักชี


เวลาเปิด - ปิดอุทยาน : เปิดทุกวัน 08.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าอุทยาน : เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท

ที่ตั้งหอส่องสัตว์หนองผักชี : กิโลเมตรที่ 35 จากทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เว็บไซต์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ : http://www.khaoyainationalpark.com