covid-19(ภาพโดย Muhammad Naufal Subhiansyah จาก Pixabay )

                จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ยืดเยื้อกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี เชื่อว่าพวกเราหลาย ๆ คนมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ รวมถึงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการและนโยบายเฉพาะกิจต่าง ๆ ที่ออกมาควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในช่วงนี้ ตัวอย่างเช่นการ work from home หรือการย้ายไปจับจ่ายซื้อสินค้ากันผ่านระบบออนไลน์แทนหน้าร้าน เราสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ในแทบจะทุกภาคส่วน แน่นอนว่าสำหรับภาคการศึกษาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

                กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งให้ปิดสถานศึกษาทั่วประเทศทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ซึ่งสำหรับมหาวิทยาลัยจำนวนมากเป็นช่วงเวลาครึ่งหลังของภาคเรียนที่ 2 จึงจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนแผนการสอนครั้งใหญ่ ย้ายห้องเรียนเข้ามายังโลกออนไลน์อย่างสุดแสนจะเร่งด่วน

Advertisement

Advertisement

การเรียนผ่านระบบออนไลน์(ภาพโดย Mudassar Iqbal จาก Pixabay )

                ในความเร่งด่วนนี้เองทำให้สิ่งที่ตามมามีทั้งความไม่คุ้นชินต่อระบบการใช้งานไม่ว่าจะกับผู้เรียนหรือผู้สอน ความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงห้องเรียนออนไลน์ การขาดปฏิสัมพันธ์ภายในห้องเรียน การถาม-ตอบ ชี้แนะเพิ่มเติมที่ทำได้ยากขึ้น และปัญหาจุกจิกอื่น ๆ อย่างเน็ตหลุดหรือไฟดับในบางพื้นที่ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงหน้าร้อน เมื่อมาประกอบรวมเข้ากับบรรยากาศของความเป็น “บ้าน” ที่สร้างความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ไร้แรงกดดันให้กับเราได้ง่ายรายล้อมอยู่รอบตัว และความรู้สึกนี้เองที่ค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราเฉื่อยชากับเนื้อหาบทเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหมดความสนใจไปในที่สุด แล้วค่อยมานั่งงงกันอีกทีเมื่อเจองานที่ต้องทำส่งหลังจบคาบเรียน

Advertisement

Advertisement

                ผู้เขียนเองเป็นคนหนึ่งที่ในช่วงแรกประสบกับปัญหานี้จนทำให้พาลเบื่อหน่ายกับบทเรียนแม้กระทั่งในวิชาที่ชอบไปด้วย กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้ก็ถึงกับสาปส่งระบบและเชื้อไวรัสไปหลายรอบเลยทีเดียว เทคนิคที่คิดว่าได้ผลที่สุดสำหรับเราคือการจำลองสภาพแวดล้อมที่คล้ายกับห้องเรียนขึ้นมาในห้องหนึ่งของบ้าน ตัดขาดตัวเองออกจากความสบายทั้งหลาย แล้วจึงปรับโฟกัสเข้าสู่บทเรียนได้ในที่สุด ยุ่งยากนิดหน่อยแต่เมื่อทำแล้วได้ผลดีก็นับว่าคุ้มค่า

                แต่ถึงจะหาวิธีจัดการกับความเฉื่อยให้ตัวเองได้แล้วก็ตาม เราก็ยังคิดว่าเทียบไม่ได้กับการเรียนในห้องอยู่ดี มันยังคงมีความแตกต่างที่ทดแทนกันไม่ได้เหลืออยู่ และในอนาคตหลังจากนี้ที่มีหลาย ๆ คนคาดการณ์กันว่าการเรียนออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทในวงการการศึกษามากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็ดีในด้านของความสะดวกสบาย ใช้ทรัพยากรน้อย และเข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างขวางขึ้น แต่ก็ยังคิดว่ามีเสน่ห์บางอย่างที่ยังไม่สามารถทำให้เหมือนกับการจัดการเรียนการสอนกันแบบสด ๆ ในห้องได้เสียทีเดียว และสามารถติดตามบทความเกี่ยวกับแหล่งเรียน Online ฟรีอื่น ๆ ได้ โดยคลิกที่ https://bit.ly/2LI0hpw

Advertisement

Advertisement

ภาพโดย Juraj Varga จาก Pixabay(ภาพโดย Juraj Varga จาก Pixabay)